nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา มุ่งมั่นนำเสนอข่าวสารสู่ผู้อ่านผ่านทุกแพลตฟอร์ม
...nn สังคมประชาธิปไตย ประชาชนต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์โครงการต่างๆ ของรัฐบาลได้ เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เริ่มมาตั้งแต่ “รัฐบาลลุงตู่” และรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ตัดสินใจสานต่อ เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ก็ย่อมถูกวิจารณ์ได้เช่นกัน
...nn อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นคนข่าว เมื่อมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นว่า โครงการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงหรือไม่ “รักษ์ ปฐวี” ก็ขอชวนไปดูให้เห็นถึงเนื้อใน เอาตัวเลขมาแกะกันดูให้ชัดๆ
...nnตามข้อมูลล่าสุด มีผู้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ทั้งหมด 18.82 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรรายเดิมที่มายืนยันสิทธิ 12.70 ล้านคน จากผู้ถือบัตรเดิมทั้งหมด 13.18 ล้านคน เท่ากับว่ามีคนเก่าราว 480,000 คน ไม่ได้เข้ามายืนยันสิทธิ ส่วนอีก 6.12 ล้านคน ไม่ใช่ผู้ถือบัตรรายเดิม แต่เป็นกลุ่มตกหล่นและกลุ่มเปราะบางที่รัฐบาลนำเข้าสู่ระบบคัดกรอง
...nnในจำนวนคนใหม่ 6.12 ล้านคนนั้น แบ่งเป็นผู้ที่มีรายชื่ออยู่แล้วในฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน หรือ จปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชนและระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ MSO-LOGBOOKของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 740,000 คน กับอีก 5.38 ล้านคน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่สำรวจพบเพิ่มเติมในช่วงเปิดลงทะเบียน
...nn พูดง่ายๆ คือ คนใหม่กว่า 6 ล้านคน ไม่ได้เกิดจากการเปิดประตูรอให้ประชาชนเดินเข้ามาสมัครเพียงอย่างเดียว แต่เป็นรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมการพัฒนาชุมชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ออกไปเสาะหาผู้ตกหล่นและกลุ่มเปราะบางถึงชุมชน ก่อนรวบรวมรายชื่อส่งให้กระทรวงการคลังคัดกรองคุณสมบัติอีกทอดหนึ่ง
...nn ที่ต้องแยกตัวเลข 6.12 ล้านคน ออกมาให้เห็นชัดๆ ก็เพราะนี่คือภาพสะท้อนว่า รัฐบาลนี้มุ่งมั่นที่จะโฟกัสกลุ่มเป้าหมายจริงๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยที่ตกหล่นจากระบบเดิม
...nn ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ปรับปรุงระบบคัดกรองให้เข้มข้นและรัดกุมขึ้น “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง อธิบายว่า มีการนำข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบไขว้กับฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ทั้งรายได้ การเสียภาษี การถือครองที่ดิน และรถยนต์ เพื่อคัดผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ความช่วยเหลือออกจากโครงการ และทำให้งบประมาณอันมีจำกัดไปถึงมือผู้ที่ลำบากจริงๆ
...nn นี่คือการเดินหน้าสองทางควบคู่กัน ด้านหนึ่งรัฐเป็นฝ่ายออกไปค้นหาคนจนและผู้เปราะบางที่ตกหล่นจากระบบ อีกด้านหนึ่งก็อุดช่องโหว่ไม่ให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติเข้ามาแย่งส่วนแบ่งวัสดิการ
...nn ผลการตรวจสอบล่าสุดปรากฏว่า จากผู้เข้าสู่ระบบทั้งหมด 18.82 ล้านคน มีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน และไม่ผ่านเกณฑ์9.31 ล้านคน
...nn แน่นอนว่า เมื่อมีการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น ย่อมต้องมีผู้ถูกตัดสินว่าไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะยุติลงเพียงเท่านั้น ผู้ที่เห็นว่าตัวเองมีคุณสมบัติครบถ้วน หรือข้อมูลที่รัฐนำมาใช้ตรวจสอบไม่ถูกต้อง ยังสามารถเข้าสู่กระบวนการขอทบทวนสิทธิและแก้ไขข้อมูลตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนที่จะมีการประกาศผลในขั้นสุดท้าย
...nn เพราะฉะนั้น ตัวเลขผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 9.31 ล้านคนที่เห็นอยู่ในขณะนี้ จึงยังไม่ใช่ข้อยุติสุดท้าย ต้องรอให้กระบวนการทบทวนสิทธิเสร็จสิ้นเสียก่อน จึงจะรู้ว่ามีผู้ถูกตัดออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจริงๆ จำนวนเท่าใด
...nn ส่วนหลักเกณฑ์บางข้อที่ถูกทักท้วงว่าเข้มงวดเกินไปหรือไม่สอดคล้องกับชีวิตจริง รัฐบาลก็มีการปรับแก้ไปแล้วบางส่วน ทั้งการไม่นำกรณีที่บุตรใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบิดามารดามาเป็นเหตุให้พ่อแม่ขาดคุณสมบัติ และการไม่นับวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรรวมอยู่ในเกณฑ์วงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท
...nn สะท้อนให้เห็นว่า การคัดกรองที่เข้มข้นไม่ได้หมายความว่าหลักเกณฑ์ของรัฐจะแตะต้องไม่ได้ เมื่อพบช่องโหว่หรือความไม่เป็นธรรมก็ต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับชีวิตจริง เป้าหมายจึงไม่ใช่การตัดคนออกจากระบบให้ได้มากที่สุด แต่ต้องคัดคนที่ไม่สมควรได้รับสิทธิออก โดยไม่ทำให้คนจนจริงต้องหลุดออกไปพร้อมกัน
...nnอีกประเด็นที่ต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดคือ ความคืบหน้าของเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ส่วนที่ 2 วงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าตามกระบวนการต่อไปได้
...nnขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อเสนอขอใช้เงินก้อนดังกล่าว แต่สิ่งที่ประชาชนต้องจับตาไม่ใช่เพียงว่าเงินจะถูกนำไปใช้กับโครงการใดบ้าง หากยังต้องดูไปถึงความคุ้มค่าความโปร่งใส และผลที่จะเกิดขึ้นกับต้นทุนพลังงานของประเทศในระยะยาว
...nn เพราะเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ไม่ใช่เงินเล็กๆ และสุดท้ายย่อมเป็นภาระที่ประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบ รัฐบาลจึงต้องชี้แจงให้ชัดว่าทุกบาททุกสตางค์จะถูกใช้เพื่อปรับโครงสร้างพลังงานอย่างไร ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร และจะช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริงเพียงใด
...nn หากทำได้ตามเป้าหมาย เงินกู้ก้อนนี้ก็จะไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อประคองประเทศให้ผ่านวิกฤตเฉพาะหน้า แต่จะกลายเป็นทุนสำหรับรื้อโครงสร้างพลังงาน ลดต้นทุนระยะยาว และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศไทยอย่างแท้จริง...nn
รักษ์ ปฐวี

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี