533.jpg
DPU OPEN HOUSE 2026 เจาะลึก Cluster ‘SOCIAL+’ เรียนจริง ทำจริง ในโลกนิติฯ และ รปศ.

DPU OPEN HOUSE 2026 เจาะลึก Cluster ‘SOCIAL+’ เรียนจริง ทำจริง ในโลกนิติฯ และ รปศ.

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.08 น.

DPU OPEN HOUSE 2026 เจาะลึก Cluster ‘SOCIAL+’ เรียนจริง ทำจริง ในโลกนิติฯ และ รปศ. เพื่อสร้าง 'มือโปร' แห่งโลกอนาคต

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงาน OPEN HOUSE ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2569 ณ บริเวณอาคาร 6 และพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิดการเตรียมความพร้อมสู่อนาคตที่โลกธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยการคิดอย่างเป็นระบบและการโอบรับนวัตกรรม โดยในปีนี้ DPU นำเสนอรูปแบบการเรียนรู้ที่ทลายกำแพงระหว่างคณะด้วยระบบ Cluster เพื่อส่งเสริมการเรียนข้ามศาสตร์ ให้นักเรียนได้ค้นพบสิ่งที่ชอบมากกว่าเพียงแค่ชื่อคณะที่เคยเลือก เพื่อผลักดันศักยภาพสู่การทำงานที่คิดเป็นและทำเป็น ผ่านการใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างมืออาชีพ


บรรยากาศการเรียนรู้ภายใต้คลัสเตอร์ SOCIAL+ ในปีนี้ ยังคงโดดเด่นด้วยการนำเสนอประสบการณ์จริงของทั้งคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ และ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งเต็มไปด้วยความคึกคักและได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน โดยในส่วนของคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ นำโดย อาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ เปิดพื้นที่ ‘ศาลจำลอง’ (Moot Court) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในห้องพิจารณาคดีจำลองที่มีมาตรฐานและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เพื่อให้เยาวชนได้สัมผัสถึง 'DNA นักกฎหมายของ DPU' ที่ไม่ได้มีเพียงความเชี่ยวชาญในตัวบทกฎหมาย แต่ยังต้องมีทักษะการปรับใช้เทคโนโลยีและยึดมั่นในคุณธรรม โดยได้จัดหลักสูตรพิเศษเพื่อเสริมทักษะด้าน AI ที่เกี่ยวกับกฎหมายอย่างครบวงจรให้กับนักศึกษาทั้ง 4 ชั้นปี ของคณะฯ เป็นครั้งแรกในปีนี้

สำหรับการสาธิตพิจารณาคดีในปีนี้ คณะได้หยิบยกคดีจำลองเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัย ในกรณีการปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหลังบิดาของโจทก์เสียชีวิต มาเป็นบทเรียน โดยจำลองบรรยากาศจริงในชั้นศาลที่เปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนได้ร่วมสังเกตการณ์ขั้นตอนพิจารณาคดีอย่างใกล้ชิด เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเรียนนิติศาสตร์ยุคใหม่นั้น ต้องพร้อมบูรณาการกับทุกศาสตร์ภายใต้แนวปฏิบัติที่ ‘เข้าถึงง่ายและนำไปใช้ได้จริง’ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนันทนาการผ่านเกมการเรียนรู้หลักกฎหมายเบื้องต้น เช่น เกมทายคำ และ เกม Law Vinci ที่ช่วยสร้างความเข้าใจในศัพท์กฎหมายให้เป็นเรื่องสนุกสนานและเข้าใจง่าย

ส่วนบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดงานที่จบแล้วมีงานทำ 100% สะท้อนมาตรฐานความเข้มข้นทางวิชาการและภาคปฏิบัติของคณะที่เปิดสอนครบวงจร ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก อีกทั้งยังมีเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐในสายงานหลากหลาย ที่ตอบรับนักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ เข้าฝึกงานและเข้าทำงาน เพื่อสร้างนักกฎหมายสายปฏิบัติที่ไม่เพียงเชี่ยวชาญในตัวบทกฎหมาย แต่ยังตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยล่าสุดคณะได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านกฎหมายด้วยการจัดการแข่งขัน Moot Court competition ระดับประเทศเป็นครั้งแรกของไทย ในเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ร่วมกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือเป็น ‘มิติใหม่’ ของการฝึกฝนทักษะของนักศึกษานิติศาสตร์

ขณะที่ รศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU ได้ตอกย้ำทิศทางของคลัสเตอร์ SOCIAL+ ว่า เป้าหมายสำคัญคือการสร้างภาพจำใหม่ให้กับศาสตร์รัฐประศาสนศาสตร์ โดยต้องการให้เยาวชนเห็นว่านี่คือองค์ความรู้ที่ครอบคลุมการบริหารจัดการงานภาครัฐในทุกมิติที่ทันสมัย เพื่อบ่มเพาะ “ผู้นำยุคใหม่” ที่มีความเข้าใจในระบบงานราชการอย่างลึกซึ้ง และในขณะเดียวกันต้องมีศักยภาพในการค้นพบตัวตน กำหนดเป้าหมาย มีมุมมองเชิงกลยุทธ์ และเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในโลกปัจจุบันและอนาคต

ในการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ปีนี้ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ได้นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการเมืองผ่านโมเดล Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ เพื่อให้เยาวชนเห็นทิศทางการบริหารพื้นที่ในอนาคต พร้อมจัดแสดงผลงานที่เป็นรูปธรรมจากการทำงานร่วมกับชุมชน เช่น โครงการ คาร์บอนเครดิตกับสวนทุเรียนนนท์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี ทำให้นักศึกษาได้ลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมไฮไลต์คือ 'บอร์ดเกมอาชีพรัฐประศาสนศาสตร์' ที่จำลองสถานการณ์วิกฤต เช่น อุทกภัย สงครามชายแดน หรือโรคระบาด เพื่อให้เยาวชนได้ลองแก้ปัญหาและเรียนรู้บทบาทหน้าที่ของอาชีพต่างๆ ใน 20 กระทรวง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ ปภ. หรือนักการทูตและทหาร ซึ่งล้วนเป็นเนื้อหาสำคัญของรัฐประศาสนศาสตร์ทั้งสิ้น

ในด้านการเตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพ รศ.ดร.วลัยพร ยังได้เน้นย้ำจุดแข็งของหลักสูตรที่มุ่งเน้นการปฏิบัติจริงแบบ Area-based และ Project-based เพื่อให้บัณฑิตพร้อมเข้าสู่สายงานทั้งในระดับท้องถิ่นที่มีกว่า 80,000 แห่งทั่วประเทศ ส่วนภูมิภาค 76 จังหวัด และส่วนกลางใน 20 กระทรวง รวมถึงภาคเอกชนชั้นนำอย่าง CRG (Central Restaurants Group) โดยนักศึกษาทุกคนจะได้รับการอบรมด้าน AI เพื่อสร้างทักษะดิจิทัลที่ตลาดงานยอมรับ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยระบบ “พี่เลี้ยง” จากเครือข่ายศิษย์เก่ามืออาชีพกว่า 30 ปี ทั้งปลัดอำเภอ ตำรวจ ทหาร และผู้ประกอบการ ที่คอยถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้นักศึกษาก้าวสู่เป้าหมายอาชีพได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ คณบดีคณะ รปศ. ยังระบุถึงความสำคัญของนโยบายมหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของนักศึกษา ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมผ่านกิจกรรมละลายพฤติกรรมและการดูงานนอกสถานที่ตั้งแต่วันเรียนปรับพื้นฐาน เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างคณาจารย์และเพื่อนร่วมรุ่น ควบคู่ไปกับการวาง Roadmap การศึกษาที่ยืดหยุ่นครอบคลุมระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมถึงหลักสูตรภาคพิเศษในวันเสาร์  ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพของคนทำงานอย่างต่อเนื่อง (โดยผลสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนและประชาชนจาก THAITOPU.COM ยังจัดให้คณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU คว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนยอดนิยมที่คนอยากเรียนมากที่สุด ในสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน ระหว่างปี 2567-2568)

ความใส่ใจในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตยังขยายขอบเขตไปถึงด้านสุขอนามัย ผ่านการดำเนินงานของโรงพยาบาลดีพียู (DPU Hospital) เพื่อให้เป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้ด้านสุขภาพและสวัสดิการที่ช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า บุตรหลานจะได้รับการดูแลในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดหลักสูตร

สอดคล้องกับมุมมองของผู้ปกครองอย่าง คุณพ่อมานะ เพชรสายทิพย์ ศิษย์เก่า DPU ซึ่งพาลูกสาว น.ส.ศศิธร คุ้มประดิษฐ์ มารายงานตัวเข้าศึกษา ได้ร่วมตอกย้ำความเชื่อมั่นจากประสบการณ์ที่ได้กลับมาเยือนรั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดยระบุว่าประทับใจในพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างชัดเจน ทั้งเทคโนโลยีการศึกษาที่ทันสมัยขึ้นมากเมื่อเทียบกับอดีตและการจัดการระบบข้อมูลที่ช่วยให้การเข้าชมกิจกรรมต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งการมาร่วมงาน OPEN HOUSE ครั้งนี้ทำให้เห็นทิศทางการเรียนของลูกสาวอย่างชัดเจน และยังช่วยลดความกังวลในการดูแลบุตรหลานได้อย่างมาก

ขณะที่ น.ส.ศศิธร ว่าที่นักศึกษาใหม่ เปิดใจว่าการพาผู้ปกครองมาร่วมงานช่วยให้ครอบครัวได้สัมผัสบรรยากาศจริงและจุดเรียนต่างๆ โดยเฉพาะการได้พูดคุยกับคณาจารย์ที่สร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นในการก้าวสู่เป้าหมายอาชีพตามที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ น.ส.ศศิธร ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า พร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นประสบการณ์ใหม่ในกิจกรรมเรียนปรับพื้นฐานที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อปูรากฐานสู่ความเป็นมืออาชีพตามเส้นทางที่คาดหวังไว้

นอกเหนือจากกิจกรรมในระดับคณะ ภายในงานปีนี้ยังมีนิทรรศการ "Journey of a Lifetime Exhibition" ที่จะพาน้องๆ นักเรียนไปค้นพบตัวตนและปลดล็อกศักยภาพ พร้อมด้วยศูนย์ "Potentialigence Center" ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการวางแผน Roadmap สู่วิชาชีพในอนาคตแบบรายบุคคล นอกจากนี้ บริเวณวงเวียนน้ำพุยังมีดนตรีและกิจกรรมจากชมรมต่างๆ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาสัมผัสชีวิตนักศึกษาอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้น้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม Workshop ยังจะได้รับ Certificate จากการร่วมทำกิจกรรมเพื่อนำไปใช้สะสมในแฟ้มผลงาน

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีทักษะ Future-Ready Skills เพื่อรองรับตลาดแรงงานโลก ผ่านรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นประสบการณ์จริง หรือ Hands-on Experience ตอกย้ำความเป็นสถาบันที่ยืน 1 ในการสร้างผู้นำและนักบริหารยุคใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งศาสตร์การปกครอง นิติศาสตร์ และเทคโนโลยี อีกทั้ง มหาวิทยาลัยยังมุ่งบ่มเพาะ Entrepreneurial Mindset ควบคู่กับการพัฒนา Smart Campus Ecosystem เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ครบวงจร รองรับการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในทุกมิติ

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเรียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://law.dpu.ac.th และ https://pa.dpu.ac.th รวมถึงเฟซบุ๊กแฟนเพจของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือเดินทางมาสมัครได้ด้วยตนเองที่ศูนย์รับสมัครนักศึกษา อาคารสำนักอธิการบดี ชั้น 1 เวลา 08.30 - 16.30 น.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top