542.jpg
หลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU

หลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.18 น.
Tag : DPU

หลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU เสริมทักษะอ่านเกมธุรกิจผ่านสัญญาภาษาอังกฤษ เจาะลึกการร่างสัญญาธุรกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงให้กับองค์กร

คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการเรียนการสอนหลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 โมดูลที่ 2 ในหัวข้อ “Legal English for Executives : Understanding and Identifying Legal Risks in Business Contracts” ณ DPU Makerspace เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างความพร้อมและยกระดับศักยภาพเชิงกฎหมายควบคู่ภาวะผู้นำบริหารให้แก่กลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ นักธุรกิจ และนักกฎหมายชั้นนำผ่านการถ่ายทอดกลยุทธ์การร่างสัญญาและการบริหารความเสี่ยง โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ และประธานกรรมการหลักสูตรฯ พร้อมด้วย ดร.อังค์วรา ไชยอนงค์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายเพื่อเปลี่ยนบทบัญญัติทางกฎหมายที่ซับซ้อนให้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการสัญญาที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติผ่านกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงในโลกธุรกิจ


“Legal English is the language of certainty” ถอดรหัสภาษาซ้อนภาษาเพื่อการบริหารสัญญาธุรกิจ

อาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เริ่มต้นการบรรยายด้วยการอธิบายถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษกฎหมายที่เป็นรูปแบบพิเศษหรือ “specialized form” ซึ่งซ้อนทับอยู่ภายใต้ภาษาอังกฤษทั่วไปเปรียบเสมือนเป็น “language within a language” ที่ผู้บริหารต้องเข้าใจเพื่อสร้างความชัดเจน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยความแม่นยำในศัพท์เฉพาะทาง เนื่องจากคำทั่วไปมักมีความหมายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในบริบทกฎหมาย อาทิ คำว่า Act ที่หมายถึงพระราชบัญญัติ หรือ Award ที่สื่อถึงคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ การทำความเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้จึงเป็นรากฐานสำคัญ

นอกจากนี้ อาจารย์ ดร.สุทธิพล ยังได้อธิบาย “หลักการตั้งคำถาม 4 ทิศ” คือ “Who, What, When และ How much” เพื่อมองหาแก่นสำคัญของภาระผูกพันแทนการเปิดพจนานุกรมแปลความหมายทีละคำ ตรรกะดังกล่าวช่วยให้ผู้บริหารระบุความเสี่ยงผ่านการจับโครงสร้างสัญญาโดยพุ่งเป้าไปที่ส่วนความรับผิด และเงื่อนไขการชำระเงินเป็นอันดับแรกเพื่อประเมินสถานะของหน่วยงานได้อย่างรวดเร็ว โดยการร่างสัญญาที่โปร่งใสต้องยึดถือหลักความแน่นอน ผ่านการใช้ประโยคเชิงรุก “Active Voice จะช่วยให้ระบุตัวตนผู้รับผิดชอบได้ทันที” แทนการใช้ประโยคเชิงรับ Passive Voice ที่ระบุเพียงหน้าที่แต่ไม่ระบุชื่อผู้ปฏิบัติ

ในช่วงท้าย ท่านคณบดีได้หยิบกรณีศึกษา สัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อหุ่นยนต์ AI จำนวน 10 เครื่อง มูลค่า 500,000 ดอลลาร์ เพื่อฝึกปฏิบัติการจัดการโอนความเสี่ยง (Risk of Loss) ภายใต้เงื่อนไข FOB (San Francisco Port) โดยการจำลองสถานการณ์เน้นความสำคัญของการระบุเวอร์ชัน Incoterms 2020 เพื่อขจัดความกำกวมในหน้าที่และความรับผิดชอบของคู่สัญญา เพราะหัวใจสำคัญของสัญญาที่สมบูรณ์ต้องระบุให้ชัดเจนว่าใครต้องทำอะไร เมื่อไร และจ่ายเท่าไร จะใช้กฎหมายอะไรเมื่อเกิดข้อพิพาท และจะใช้กลไกอะไรเมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้น เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งและรักษาเสถียรภาพทางการเงินของบริษัท

“Searching for the Missing Clauses” วิเคราะห์จุดเปราะบางและศิลปะการแก้ไขสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ

ขณะที่ ดร.อังค์วรา ไชยอนงค์ นำผู้รับการอบรมร่วมทำกิจกรรมกลุ่มในบทบาท Seller, Buyer และ CEO วิเคราะห์จุดบกพร่องในสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ผ่านกรณีศึกษาหลักสูตรออนไลน์ “AI for Business Leader” โดยเน้นย้ำว่าทักษะการตรวจสอบ “สิ่งที่หายไป” จากข้อสัญญาสำคัญไม่แพ้การอ่านสิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ ตัวอย่างเช่น การระบุขอบเขตพื้นที่ใช้งานหรือ Territory ให้ครอบคลุมคำว่า Internal เพื่อความชัดเจนในการควบคุมสิทธิการใช้งานภายในหน่วยงาน การละเลยรายละเอียดดังกล่าวนี้อาจเปิดช่องให้เกิดการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้โดยมิชอบ จนสร้างความเสียหายเชิงพาณิชย์ต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ในระยะยาว

อย่างไรก็ดี นอกจากการระบุสิทธิการให้สิทธิต่อหรือ Sublicensing และการระบุกฎหมายที่ใช้บังคับให้รัดกุมแล้ว ดร.อังค์วรา ยังแนะนำให้ผู้บริหารระวังข้อตกลงที่อาจเสียเปรียบในสัญญาธุรกิจสากล โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการกำหนดในสัญญาให้มีความชัดเจนว่า “shall be governed by the law of Thailand” เพื่อรักษาอำนาจในการระงับข้อพิพาทและคุ้มครองผลประโยชน์ขององค์กร ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกบังคับใช้กฎหมายต่างแดนที่ซับซ้อนและอาจทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบในแง่กระบวนการพิจารณาคดีได้

ไม่เพียงทักษะการตรวจสอบจุดโหว่เท่านั้น หลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 ยังมุ่งเน้นการเปลี่ยนผู้บริหารให้กลายเป็นผู้ออกแบบสัญญาที่ยึดถือความแน่นอนเป็นหลัก โดยการวางข้อกำหนด Governing Law ให้มีความชัดเจนร่วมกับการกำหนดเงื่อนไขการขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือ “Written Consent” ในประเด็นสำคัญ เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางกฎหมาย และรักษาเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนได้อย่างยั่งยืน

“Moot Court Workshop for Executives” จำลองกระบวนพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม

สำหรับช่วงท้ายชั่วโมง อาจารย์ ดร.ศุภกิจ แย้มประชา ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (อดีตรองเลขานุการศาลฎีกา และรองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม) และอาจารย์ศรีสุรักษ์ ศรีวรรณา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาฯ ยังได้ร่วมกันแนะนำกิจกรรม Moot Court Workshop for Executives ซึ่งเป็นการจำลองกระบวนการพิจารณาในศาลยุติธรรมเพื่อฝึกทักษะการซักถาม ถามค้าน และถามติง ทั้งพยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญ อาทิ แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยจะมีการซักซ้อมบทบาทสมมติเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำกิจกรรม Moot Court ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นอกจากนี้ ทางคณะฯ ยังได้จัดอาจารย์ที่ปรึกษาประจำกลุ่มเพื่อดูแลการจัดทำรายงานวิชาการกลุ่มแยกตามประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจสุขภาพ การแพทย์ อาหาร และเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การโรงแรม การก่อสร้างและเครื่องจักร กลุ่มธุรกิจขนส่ง สิ่งทอ การท่องเที่ยว สื่อสาร โลจิสติกส์ และอื่นๆ และกลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงิน โดยแต่ละกลุ่มมีการประชุมหารือกันอย่างเข้มข้น จนได้หัวข้อผลผลิตทางความคิดในการจัดทำรายงานวิชาการกลุ่มทั้ง 4 กลุ่ม ทั้งนี้ เพื่อประยุกต์ใช้องค์ความรู้สู่การปฏิบัติงานในแต่ละธุรกิจอย่างแท้จริง

ในโอกาสนี้ คุณสุชาติ บุญเจิดศรี ประธานกรรมการบริหาร ของ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท์ คลับ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ KCC และ นายกสมาคมบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ตัวแทนผู้เข้าอบรมหลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณคณะอาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ พร้อมกล่าวถึงจุดเปลี่ยนทางความคิด โดยหยิบยกคติพจน์ที่ว่า “Laws without morals are useless” หรือกฎหมายที่ไร้ศีลธรรมเป็นกฎหมายที่ไม่มีประโยชน์ การเรียนรู้เรื่อง Legal English is the language of certainty ในครั้งนี้ ช่วยเปลี่ยนเนื้อหาทางกฎหมายที่เคยซับซ้อนให้กลายเป็น “เรื่องที่ง่ายและสำคัญมากต่อการบริหารธุรกิจ” ควบคู่ไปกับการรักษาจริยธรรมบริหารเพื่อความยั่งยืนขององค์กร และหวังให้นักบริหารสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการปกป้องผลประโยชน์ขององค์กรพร้อมกับการรักษาความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top