542.jpg
DPU ตอกย้ำศักยภาพผู้นำ Health Science Ecosystem ร่วมขับเคลื่อน Medical & Wellness Economy

DPU ตอกย้ำศักยภาพผู้นำ Health Science Ecosystem ร่วมขับเคลื่อน Medical & Wellness Economy

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.
Tag : DPU

DPU ตอกย้ำศักยภาพผู้นำ Health Science Ecosystem ร่วมขับเคลื่อน Medical & Wellness Economy ผลิตกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคตของประเทศไทย

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำของ Health Science Ecosystem ที่บูรณาการการศึกษา งานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคบริการสุขภาพ เพื่อร่วมผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสนับสนุนการขับเคลื่อน Medical & Wellness Economy ของประเทศไทย โดยได้รับโล่เชิดชูเกียรติ "ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน Medical & Wellness Economy" จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ภายในงาน Thailand Medical & Wellness Expo 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในมหกรรมในงาน International Healthcare Week 2026 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2569 ณ ฮอลล์ 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยคณะทูตานุทูต ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ แขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน


 ในงานนี้มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)  ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มอบโล่เชิดชูเกียรติ โดยมี ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับโล่ดังกล่าว โล่เชิดชูเกียรติดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมสนับสนุนนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ ผ่านการพัฒนาหลักสูตร การสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนากำลังคน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสุขภาพ การแพทย์เชิงป้องกัน (Preventive Health) เวลเนส (Wellness) และเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย

ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง กล่าวว่า การเข้าร่วมงาน Thailand Medical & Wellness Expo 2026 ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ DPU ในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยมุ่งสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างองค์ความรู้ด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต

มหาวิทยาลัยเชื่อว่า การสร้างสุขภาวะที่ดีไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และประชาชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว DPU ได้พัฒนา Health Science Ecosystem โดยบูรณาการองค์ความรู้จาก 8 คณะและวิทยาลัยในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ,  วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์, คณะเทคนิคการแพทย์, คณะกายภาพบำบัด, วิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์, คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาสุขภาพ,  วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส และ คณะวิทยาศาสตร์  เพื่อเชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย นวัตกรรม โรงพยาบาล และภาคอุตสาหกรรมสุขภาพ ให้เป็นระบบนิเวศทางวิชาการที่สามารถผลิตกำลังคนสุขภาพแห่งอนาคตได้อย่างครบวงจร และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพโลก

ภายในงาน DPU ได้นำเสนอแนวคิด "DPU Health Science Ecosystem: Creating Future Healthcare Leaders for Thailand and Beyond" ถ่ายทอดศักยภาพด้านการผลิตกำลังคนในสาขา Preventive Health, Wellness, Longevity, Integrative Medicine และ Health Innovation โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหารภาครัฐ โรงพยาบาล ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง

ผู้เข้าชมจำนวนมากให้ความสนใจหลักสูตรระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาด้านสุขภาพและเวลเนสของมหาวิทยาลัย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการกำลังคนที่มีองค์ความรู้ด้านสุขภาพเชิงป้องกัน เวลเนส และการแพทย์แห่งอนาคต ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม Medical & Wellness Economy ของประเทศ

อีกหนึ่งภาพสะท้อนของการยอมรับในระดับนโยบาย คือ บูธ DPU Health Science Ecosystem ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตลอดจนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพ เวลเนส ลองจิวิตี้ และการแพทย์เชิงป้องกันของมหาวิทยาลัย โดยให้ความสนใจต่อแนวทางการพัฒนา Health Science Ecosystem ที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือกับภาคบริการสุขภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในฐานะภาคีทางวิชาการที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.พีระยุทธ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปี DPU ได้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน Longevity และ Anti-Aging Medicine ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนา Health Science Ecosystem ที่เชื่อมโยงศาสตร์สุขภาพหลากหลายสาขา เพื่อสร้างบุคลากรที่มีสมรรถนะสูง สามารถปฏิบัติงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการสุขภาพได้จริง พร้อมสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

"DPU ไม่ได้มุ่งผลิตเพียงบัณฑิตด้านสุขภาพ แต่กำลังสร้าง Health Science Ecosystem ที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย นวัตกรรม โรงพยาบาล ภาคอุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อร่วมผลิตกำลังคนคุณภาพ สร้างองค์ความรู้ใหม่ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน" ดร.พีระยุทธ กล่าว

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา Health Science Ecosystem ให้เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับประเทศที่เชื่อมโยง Academia – Healthcare – Industry – Government เพื่อร่วมยกระดับระบบสุขภาพ ผลิตกำลังคนแห่งอนาคต สร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลาง Medical & Wellness Hub ของภูมิภาค ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top