วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดแสดงนวัตกรรมในนิทรรศการ “OTOP NONTHABURI NEW LIFE Longevity เพื่อวิถีที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 8–12 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อโชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์ OTOP ดาวเด่น ที่ผ่านการพัฒนาเชิงลึกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด โดยมีการเปิดตัว 3 โครงการนวัตกรรมต้นแบบผลงานของนักศึกษา ได้แก่ ระบบ Generative AI ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเกาะเกร็ด, ผลิตภัณฑ์เจลลี่กัมมี่เลมอนน้ำผึ้งชันโรงแบรนด์ MELLUNE และแยมมะเฟืองเลมอนแบรนด์ “Jam Community”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ "โครงการ Go Green Go Local เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี" ผลงานสร้างสรรค์ของกลุ่มนักศึกษา DPU จากคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ประกอบด้วย ศศิธร อาศัยสงฆ์, เข็มอัปสร ใหม่วงษ์, พิมพ์ชนก เมฆวัน, ณิชา ธนาวินิจเจริญ จากสาขาภาษาจีนธุรกิจ และ เสาวลักษณ์ แซ่โจว จากสาขาภาษาอังกฤษธุรกิจ ซึ่งเป็นการบูรณาการรายวิชาความเป็นผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน ภายใต้หลักสูตร DPU Core ที่มุ่งสร้างทักษะแห่งอนาคตยุค 4.0 ด้วยการผสานความคิดสร้างสรรค์ Green Skills และจิตวิญญาณผู้ประกอบการ ให้เกิดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและนำไปลงมือทำได้จริง เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยระบบ Generative AI ที่ขับเคลื่อนการเล่าเรื่องผ่านฐานข้อมูลอัจฉริยะ 5 มิติ ทั้งภาพ, วัฒนธรรม, อาหาร, สิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวกลุ่มผู้ใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่ต้องการสัมผัสวิถีชุมชน
นอกจากฟังก์ชันการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Itinerary และระบบแปลภาษาที่เข้าใจง่ายแล้ว นวัตกรรมนี้ยังมุ่งรักษาอัตลักษณ์ชุมชนชาวมอญที่สืบทอดมานานกว่า 350 ปี นับแต่รัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา ให้คงอยู่และเติบโตได้อย่างสง่างามในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ นนทบุรีเมืองน่าอยู่ (Livable City) ที่นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและรากฐานทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
ในพิธีเปิดงาน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี ได้เข้าเยี่ยมชมบูธและร่วมทดสอบระบบพร้อมกล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นของเยาวชนว่า "การที่นักศึกษาสามารถทำให้ระบบสื่อสารภาษาจีนได้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก และการที่เด็กศิลปศาสตร์ลุกขึ้นมาทำเรื่อง AI แบบนี้ถือว่าเก่งและมีความมุ่งมั่น และช่วยยกระดับจังหวัดนนทบุรีได้เป็นอย่างดีและน่าชื่นชม”
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้ให้คำแนะนำแก่กลุ่มนักศึกษาถึงการนำนวัตกรรมไปขยายผลและมอบโอกาสให้แก่คนรุ่นใหม่ผ่านโครงการของจังหวัด พร้อมทั้งแนะนำให้นักศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการ "โชว์ภูมิ" เพื่อแสดงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในฐานะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาที่มีอยู่เดิมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด
นายเชษฐา ยังได้กล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นว่าต้องใช้รากฐานทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ หรือ Cultural Product (CP) เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ของโลกคือการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมระบุว่าการซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นการช่วยโลกทางหนึ่งและเป็นการให้กำลังใจผู้ผลิตในชุมชนให้มีรายได้ต่อเนื่อง จังหวัดนนทบุรีจึงมีแผนสนับสนุนกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องในจุดที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อให้กลุ่มรากหญ้าที่ได้รับการพัฒนาแล้วมีโอกาสนำเสนอผลงานในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง
ในด้านการดำเนินงาน นางสาวศศิธร อาศัยสงฆ์ ตัวแทนนักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 เปิดเผยว่า ข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมผ่านการลงพื้นที่จริงในหมู่ 6 และหมู่ 7 เกาะเกร็ด เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและภูมิปัญญา โดยนักศึกษาต้องคลุกคลีกับคนในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลที่ละเอียดที่สุดจากปราชญ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการจริง เพื่อถอดบทเรียนเรื่องเล่าและวัฒนธรรมของชุมชนชาวมอญ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหลักในการจัดทำเนื้อหา
หลังจากนั้นข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดถูกนำมาสังเคราะห์ผ่านเทคโนโลยี Generative AI ระบบ Gemini เพื่อสร้างแผนที่การท่องเที่ยวอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลตามความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละราย เช่น หากเป็นนักท่องเที่ยวสายถ่ายรูป ระบบจะนำเสนอพิกัดที่สวยงาม หรือหากเป็นสายวัฒนธรรม ระบบจะแนะนำร้านขนมไทยโบราณ พร้อมระบุรายละเอียดและเส้นทางการเดินทางที่ชัดเจนผ่านภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ
นางสาวศศิธร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ไอเดียการพัฒนานวัตกรรมนี้เกิดจากการลงพื้นที่ท่องเที่ยวจริงแล้วพบข้อจำกัดของคนในชุมชนที่ส่วนใหญ่พูดภาษาต่างประเทศไม่ได้ ทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กลุ่มนักศึกษาจึงต้องการใช้ทักษะทางภาษาที่เรียนมาผสานกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องสร้างแอปพลิเคชันขึ้นใหม่ แต่เน้นเรื่องการสื่อสารเชิงลึกที่สร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติที่มาเยือน ซึ่งเป็นการสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกยุคปัจจุบัน
ขณะที่ ผศ.นิติพล ธาระรูป อาจารย์ประจำวิชาผู้ดูแลโครงการ ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า โครงการนี้มุ่งเน้นให้นักศึกษาค้นพบศักยภาพตนเองผ่านกระบวนการปฏิบัติงานจริงเพื่อลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยอาจารย์ระบุว่า จากข้อมูลที่นักศึกษาได้รับจาก "เจ้าบ้าน" ตัวจริงของเกาะเกร็ด หลังนำมาสังเคราะห์ด้วย AI แล้วจะมีความแม่นยำและเป็นข้อมูลเฉพาะที่หาไม่ได้จากแพลตฟอร์ม YouTube หรือระบบค้นหาทั่วไป
กระบวนการทำงานหลังบ้านมีการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยเปรียบเทียบพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวมีอิมแพ็คต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นได้จริง ทั้งนี้ ผศ.นิติพล ยังเน้นย้ำว่าทักษะดิจิทัลที่นักศึกษาได้รับจากการปฏิบัติจริงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกระบวนการคิดเชิงระบบและการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือทำยังช่วยให้นักศึกษาได้ทักษะที่จับต้องได้มากกว่าเพียงทฤษฎีในห้องเรียน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงทำหน้าที่เป็นผู้แชร์โจทย์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี เพื่อแก้ปัญหาของท้องถิ่นผ่านเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้งานวิจัยของนักศึกษาได้รับการยอมรับและสามารถนำไปใช้งานได้จริงในพื้นที่
สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ อาจารย์ประจำวิชาให้คะแนนที่ 8 เต็ม 10 คะแนน เนื่องจากต้องการเหลือพื้นที่ไว้สำหรับการพัฒนาในระยะถัดไป โดยเป้าหมายสำคัญคือการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้แก่คนในชุมชนโดยตรง เพื่อให้ชาวบ้านสามารถนำนวัตกรรมไปบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลให้นักศึกษามีความพร้อมในการก้าวสู่โลกการทำงานจริงและปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นางประภา ปานนิตยกุล พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า นักศึกษาทำหน้าที่เสมือนเป็น “เชนจ์เอเจนท์” ที่นำนวัตกรรมมาปรับเปลี่ยนจินตนาการสู่ผลงานที่จับต้องได้จริง โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแมตชิ่งความต้องการของชุมชนเข้ากับความเชี่ยวชาญของนักศึกษาผ่านการพบกันครึ่งทาง ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการที่นักศึกษาลงพื้นที่ทำงานเชิงลึกจนได้รับความไว้วางใจและข้อมูลสำคัญจากคนในชุมชนอย่างดียิ่ง
จากการลงพื้นที่ทำงานด้วยความตั้งใจจนเข้าถึงใจคนในชุมชนนี้เอง พัฒนาการจังหวัดนนทบุรียังได้กล่าวชื่นชมกลุ่มนักศึกษาที่มีความกระตือรือร้นและมีแววตาเป็นประกาย ตลอดจนมีความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดนนทบุรีด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่ โดยทางจังหวัดมีแผนที่จะดำเนินการถอดบทเรียน เพื่อส่งต่อปัจจัยความสำเร็จของนักศึกษาสู่พัฒนากรในพื้นที่ สำหรับขยายผลสู่ชุมชนท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดนนทบุรีต่อไป
นางประภา กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผสานพลังระหว่างปราชญ์ชาวบ้านและปราชญ์ในสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้จังหวัดนนทบุรียังมีทิศทางเชิงนโยบายที่จะจ้างงานคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนประจำอำเภอ เพื่อนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI เข้าไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างมืออาชีพ ซึ่งนโยบายดังกล่าวยังถือเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงฝีมือในการจัดการธุรกิจชุมชนและต่อยอดผลงานนวัตกรรมให้เกิดรายได้จริงแก่คนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ตามยุทธศาสตร์นนทบุรีเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนในอนาคต
สอดคล้องกับมุมมองของ นายสมศักดิ์ วงศ์คำ นักส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สพจ.นนทบุรี ที่ระบุว่า ผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาชุดนี้ถือเป็นจุดนำร่องสำคัญที่จังหวัดนนทบุรีเตรียมนำไปขยายผลสู่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีในอำเภอต่างๆ เพื่อยกระดับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยจะนำข้อมูลพิกัดแลนด์มาร์คที่นักศึกษารวบรวมไว้ไปสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูลให้รองรับภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสากล ซึ่งเป็นการต่อยอดเชิงพื้นที่ที่ช่วยเสริมทิศทางเชิงนโยบายของจังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี