533.jpg
คณะศิลปศาสตร์ DPU ผสานเทคโนโลยี AI ยกระดับท่องเที่ยวเกาะเกร็ด 350 ปี สร้างเส้นทางเฉพาะบุคคลในงาน OTOP NONTHABURI NEW LIFE

คณะศิลปศาสตร์ DPU ผสานเทคโนโลยี AI ยกระดับท่องเที่ยวเกาะเกร็ด 350 ปี สร้างเส้นทางเฉพาะบุคคลในงาน OTOP NONTHABURI NEW LIFE

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.52 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดแสดงนวัตกรรมในนิทรรศการ “OTOP NONTHABURI NEW LIFE Longevity เพื่อวิถีที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 8–12 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อโชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์ OTOP ดาวเด่น ที่ผ่านการพัฒนาเชิงลึกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด โดยมีการเปิดตัว 3 โครงการนวัตกรรมต้นแบบผลงานของนักศึกษา ได้แก่ ระบบ Generative AI ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเกาะเกร็ด, ผลิตภัณฑ์เจลลี่กัมมี่เลมอนน้ำผึ้งชันโรงแบรนด์ MELLUNE และแยมมะเฟืองเลมอนแบรนด์ “Jam Community”

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ "โครงการ Go Green Go Local เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี" ผลงานสร้างสรรค์ของกลุ่มนักศึกษา DPU จากคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ประกอบด้วย ศศิธร อาศัยสงฆ์, เข็มอัปสร ใหม่วงษ์, พิมพ์ชนก เมฆวัน, ณิชา ธนาวินิจเจริญ จากสาขาภาษาจีนธุรกิจ และ เสาวลักษณ์ แซ่โจว จากสาขาภาษาอังกฤษธุรกิจ ซึ่งเป็นการบูรณาการรายวิชาความเป็นผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน  ภายใต้หลักสูตร DPU Core ที่มุ่งสร้างทักษะแห่งอนาคตยุค 4.0 ด้วยการผสานความคิดสร้างสรรค์ Green Skills และจิตวิญญาณผู้ประกอบการ ให้เกิดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและนำไปลงมือทำได้จริง เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยระบบ Generative AI ที่ขับเคลื่อนการเล่าเรื่องผ่านฐานข้อมูลอัจฉริยะ 5 มิติ ทั้งภาพ, วัฒนธรรม, อาหาร, สิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวกลุ่มผู้ใช้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษที่ต้องการสัมผัสวิถีชุมชน


นอกจากฟังก์ชันการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล หรือ Personalized Itinerary และระบบแปลภาษาที่เข้าใจง่ายแล้ว นวัตกรรมนี้ยังมุ่งรักษาอัตลักษณ์ชุมชนชาวมอญที่สืบทอดมานานกว่า 350 ปี นับแต่รัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา ให้คงอยู่และเติบโตได้อย่างสง่างามในยุคดิจิทัล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ นนทบุรีเมืองน่าอยู่ (Livable City) ที่นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและรากฐานทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

ในพิธีเปิดงาน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธี ได้เข้าเยี่ยมชมบูธและร่วมทดสอบระบบพร้อมกล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นของเยาวชนว่า "การที่นักศึกษาสามารถทำให้ระบบสื่อสารภาษาจีนได้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก และการที่เด็กศิลปศาสตร์ลุกขึ้นมาทำเรื่อง AI แบบนี้ถือว่าเก่งและมีความมุ่งมั่น และช่วยยกระดับจังหวัดนนทบุรีได้เป็นอย่างดีและน่าชื่นชม”

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้ให้คำแนะนำแก่กลุ่มนักศึกษาถึงการนำนวัตกรรมไปขยายผลและมอบโอกาสให้แก่คนรุ่นใหม่ผ่านโครงการของจังหวัด พร้อมทั้งแนะนำให้นักศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการ "โชว์ภูมิ" เพื่อแสดงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในฐานะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากรท้องถิ่นและภูมิปัญญาที่มีอยู่เดิมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของจังหวัด

นายเชษฐา ยังได้กล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นว่าต้องใช้รากฐานทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ หรือ Cultural Product (CP) เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์ของโลกคือการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมระบุว่าการซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นการช่วยโลกทางหนึ่งและเป็นการให้กำลังใจผู้ผลิตในชุมชนให้มีรายได้ต่อเนื่อง จังหวัดนนทบุรีจึงมีแผนสนับสนุนกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องในจุดที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อให้กลุ่มรากหญ้าที่ได้รับการพัฒนาแล้วมีโอกาสนำเสนอผลงานในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง

ในด้านการดำเนินงาน  นางสาวศศิธร อาศัยสงฆ์  ตัวแทนนักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 เปิดเผยว่า ข้อมูลทั้งหมดถูกรวบรวมผ่านการลงพื้นที่จริงในหมู่ 6 และหมู่ 7 เกาะเกร็ด เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและภูมิปัญญา โดยนักศึกษาต้องคลุกคลีกับคนในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลที่ละเอียดที่สุดจากปราชญ์ชาวบ้านและผู้ประกอบการจริง เพื่อถอดบทเรียนเรื่องเล่าและวัฒนธรรมของชุมชนชาวมอญ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหลักในการจัดทำเนื้อหา

หลังจากนั้นข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดถูกนำมาสังเคราะห์ผ่านเทคโนโลยี Generative AI ระบบ Gemini เพื่อสร้างแผนที่การท่องเที่ยวอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลตามความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละราย เช่น หากเป็นนักท่องเที่ยวสายถ่ายรูป ระบบจะนำเสนอพิกัดที่สวยงาม หรือหากเป็นสายวัฒนธรรม ระบบจะแนะนำร้านขนมไทยโบราณ พร้อมระบุรายละเอียดและเส้นทางการเดินทางที่ชัดเจนผ่านภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ

นางสาวศศิธร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ไอเดียการพัฒนานวัตกรรมนี้เกิดจากการลงพื้นที่ท่องเที่ยวจริงแล้วพบข้อจำกัดของคนในชุมชนที่ส่วนใหญ่พูดภาษาต่างประเทศไม่ได้ ทำให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กลุ่มนักศึกษาจึงต้องการใช้ทักษะทางภาษาที่เรียนมาผสานกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องสร้างแอปพลิเคชันขึ้นใหม่ แต่เน้นเรื่องการสื่อสารเชิงลึกที่สร้างความประทับใจให้แก่ชาวต่างชาติที่มาเยือน ซึ่งเป็นการสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในโลกยุคปัจจุบัน

ขณะที่ ผศ.นิติพล ธาระรูป อาจารย์ประจำวิชาผู้ดูแลโครงการ ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า โครงการนี้มุ่งเน้นให้นักศึกษาค้นพบศักยภาพตนเองผ่านกระบวนการปฏิบัติงานจริงเพื่อลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ โดยอาจารย์ระบุว่า จากข้อมูลที่นักศึกษาได้รับจาก "เจ้าบ้าน" ตัวจริงของเกาะเกร็ด หลังนำมาสังเคราะห์ด้วย AI แล้วจะมีความแม่นยำและเป็นข้อมูลเฉพาะที่หาไม่ได้จากแพลตฟอร์ม YouTube หรือระบบค้นหาทั่วไป

กระบวนการทำงานหลังบ้านมีการใช้เทคโนโลยี AI มาช่วยเปรียบเทียบพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวมีอิมแพ็คต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นได้จริง ทั้งนี้ ผศ.นิติพล ยังเน้นย้ำว่าทักษะดิจิทัลที่นักศึกษาได้รับจากการปฏิบัติจริงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกระบวนการคิดเชิงระบบและการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือทำยังช่วยให้นักศึกษาได้ทักษะที่จับต้องได้มากกว่าเพียงทฤษฎีในห้องเรียน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จึงทำหน้าที่เป็นผู้แชร์โจทย์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนนทบุรี เพื่อแก้ปัญหาของท้องถิ่นผ่านเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้งานวิจัยของนักศึกษาได้รับการยอมรับและสามารถนำไปใช้งานได้จริงในพื้นที่

สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ อาจารย์ประจำวิชาให้คะแนนที่ 8 เต็ม 10 คะแนน เนื่องจากต้องการเหลือพื้นที่ไว้สำหรับการพัฒนาในระยะถัดไป โดยเป้าหมายสำคัญคือการถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้แก่คนในชุมชนโดยตรง เพื่อให้ชาวบ้านสามารถนำนวัตกรรมไปบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลให้นักศึกษามีความพร้อมในการก้าวสู่โลกการทำงานจริงและปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นางประภา ปานนิตยกุล พัฒนาการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า นักศึกษาทำหน้าที่เสมือนเป็น “เชนจ์เอเจนท์” ที่นำนวัตกรรมมาปรับเปลี่ยนจินตนาการสู่ผลงานที่จับต้องได้จริง โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแมตชิ่งความต้องการของชุมชนเข้ากับความเชี่ยวชาญของนักศึกษาผ่านการพบกันครึ่งทาง ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการที่นักศึกษาลงพื้นที่ทำงานเชิงลึกจนได้รับความไว้วางใจและข้อมูลสำคัญจากคนในชุมชนอย่างดียิ่ง

จากการลงพื้นที่ทำงานด้วยความตั้งใจจนเข้าถึงใจคนในชุมชนนี้เอง พัฒนาการจังหวัดนนทบุรียังได้กล่าวชื่นชมกลุ่มนักศึกษาที่มีความกระตือรือร้นและมีแววตาเป็นประกาย ตลอดจนมีความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดนนทบุรีด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่ โดยทางจังหวัดมีแผนที่จะดำเนินการถอดบทเรียน เพื่อส่งต่อปัจจัยความสำเร็จของนักศึกษาสู่พัฒนากรในพื้นที่ สำหรับขยายผลสู่ชุมชนท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดนนทบุรีต่อไป

นางประภา กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผสานพลังระหว่างปราชญ์ชาวบ้านและปราชญ์ในสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้จังหวัดนนทบุรียังมีทิศทางเชิงนโยบายที่จะจ้างงานคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนประจำอำเภอ เพื่อนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI เข้าไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างมืออาชีพ ซึ่งนโยบายดังกล่าวยังถือเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงฝีมือในการจัดการธุรกิจชุมชนและต่อยอดผลงานนวัตกรรมให้เกิดรายได้จริงแก่คนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ตามยุทธศาสตร์นนทบุรีเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนในอนาคต

สอดคล้องกับมุมมองของ นายสมศักดิ์ วงศ์คำ นักส่งเสริมการพัฒนาชุมชน  สพจ.นนทบุรี ที่ระบุว่า ผลงานนวัตกรรมของนักศึกษาชุดนี้ถือเป็นจุดนำร่องสำคัญที่จังหวัดนนทบุรีเตรียมนำไปขยายผลสู่ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีในอำเภอต่างๆ เพื่อยกระดับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยจะนำข้อมูลพิกัดแลนด์มาร์คที่นักศึกษารวบรวมไว้ไปสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งพัฒนาฐานข้อมูลให้รองรับภาษาอังกฤษและภาษาจีนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสากล ซึ่งเป็นการต่อยอดเชิงพื้นที่ที่ช่วยเสริมทิศทางเชิงนโยบายของจังหวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top