546.jpg
วันชี้ชะตา!แชมป์ลาลีกาสเปน  ‘ตราหมี’ลุ้นเฮทุกอย่างจบ-‘ชุดขาว’ต้องชนะ  ‘3ทีมหนีตายหยดสุดท้ายเตะพร้อมกัน5ทุ่มตรง

วันชี้ชะตา!แชมป์ลาลีกาสเปน ‘ตราหมี’ลุ้นเฮทุกอย่างจบ-‘ชุดขาว’ต้องชนะ ‘3ทีมหนีตายหยดสุดท้ายเตะพร้อมกัน5ทุ่มตรง

วันเสาร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การแข่งขันฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดสุดท้ายของฤดูกาล จะเตะในวันเสาร์นี้ทั้งหมด 7 คู่ โดยมีความหมายในการลุ้นแชมป์อยู่2 สนาม และหนีตายอีก 3 คู่ เตะพร้อมกันในเวลา 23.00 น.

ในสถานการณ์ตอนนี้มีทีมลุ้นแชมป์อยู่ 2 ทีมก็คือสองแข้งจากเมืองหลวง “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ที่มีอยู่ 83 คะแนน และ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่มีอยู่ 81 คะแนน หากว่า แอตฯมาดริด ได้แชมป์จะเป็นสมัยที่ 11 และเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014 ส่วน เรอัล มาดริด ลุ้นป้องกันแชมป์ และแชมป์สมัยที่ 35


กฎการตัดสินอันดับของลีกกระทิง

ในเงื่อนไขของการ “ตัดสินอันดับ” ในบอลสเปน ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า จะตัดสินด้วยกฎ 6 ข้อด้วยกันที่จะใช้ในการชี้ขาดประจำฤดูกาล 2020-21 ประกอบด้วย 6 ข้อสำคัญ นั่นก็คือ 1.คะแนนที่ได้มากที่สุด, 2.การเจอกันโดยตรง หรือ Head to Head, 3.ประตูได้เสียจากการเจอกันโดยตรง หรือ Head-to-head goal Difference, 4.ประตูได้เสีย, 5.ทีมไหนยิงประตูได้มากกว่า และ 6.แฟร์เพลย์

ถ้าแต้มเท่าต้องตัดสินที่เฮดทูเฮด

ความเป็นไปได้สำหรับแต้มเท่ากัน นั่นก็คือ แอตเลติโก มาดริด บุกไปเสมอกับ เรอัล บายาโดลิด จะทำให้พวกเขามี 84 คะแนน และถ้าหาก เรอัล มาดริด ชนะ บียาร์เรอัล ขึ้นมา ก็จะมี 84 คะแนนเท่ากัน ดังนั้นการตัดสินแชมป์ข้อที่ 2 จะเข้ามามีบทบาททันที

นั่นคือการตัดสินแบบเจอกันโดยตรง หรือว่า Head to Head

การเจอกันโดยตรงของคู่นี้ เริ่มจากนัดแรก วันที่ 12 ธันวาคม 2020 เรอัล มาดริด ชนะที่ซานดิอาโก เบอร์นาบิว 2-0 จากการโหม่งของ กาเซมิโร่ นาทีที่ 15 ก่อนที่ ดานี่ ฆาบาร์ฆาล จะยิงไปชนเสาแล้วกระดอนตัวของ แยน โอบลัค กระเด้งเข้าประตูในนาทีที่ 63

จากนั้นพบกันในนัดที่ 2 ของฤดูกาล เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2021 เสมอกัน 1-1 ที่ว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ ในเกมที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงให้เจ้าถิ่นนำก่อนนาทีที่ 15 ก่อนที่จะโดนตีเสมอจาก คาริมเบนเซม่า นาทีที่ 88 โดยนัดนี้มีใบเหลืองว่อนถึง 6 ใบและเป็นของเจ้าบ้านถึง 5 ใบ

เส้นทางสู่การลุ้นแชมป์ถึงหยดสุดท้าย

แอตเลติโก มาดริด ออกสตาร์ทช้ากว่าทีมอื่นๆ 2 เกม ก่อนที่พวกเขาจะนำมาตลอดตั้งแต่นัดที่ 9 ของฤดูกาล และเคยนำห่างในวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากบุกไปชนะ กาดิซ 4-2 นำเป็นจ่าฝูงในตอนนั้น พร้อมกับทำคะแนน ทิ้งห่าง เรอัล มาดริด อันดับ 2 ไปเป็น 10 คะแนน แถมยังแข้งน้อยกว่า 1 นัดอีก
ต่างหาก ก่อนจะเริ่มมีสะดุด โดย 18 นัดจากนั้น ชนะได้ครึ่งเดียวคือ 9 นัด แพ้ไป 3 และเสมอ 6 ทำแต้มหายไปบานตะไท จนต้องมาบดกันถึงหยดสุดท้าย

ทางฝั่งของ “ราชันชุดขาว” ตลอดทั้งฤดูกาล ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ในแมทช์เดย์ที่ 4 หลังจากบุกไปชนะ เลบันเต้2-0 จากนั้นดันฟอร์มรูด แพ้ถึง 3 จาก 6 นัด จนหล่นมาอยู่ที่ 4 จากนั้น ซีเนดีน ซีดาน พาทีมชนะติด 5 นัด และไม่แพ้มา 9 เกม ก่อนแพ้ในแมทช์เดยที่ 20 ที่พ่ายให้กับ เลบันเต้ คาบ้าน 1-2 แต่จากนั้นก็ไม่แพ้ใครอีกเลยตลอด 17 นัดหลังสุด พร้อมกับชนะถึง 12 เสมอ 5

‘ตราหมี’ขอชนะเดินหน้าสู่แชมป์

เกมระหว่าง เรอัล บายาโดลิด พบกับ แอต มาดริด นั้น เจ้าบ้านทีมอันดับ 19 ของตารางต้องการคะแนนเพื่อดิ้นรนหนีการกชั้น เกมนี้ไม่มี โรเบร์โต้ ฆิเมเนซ และรูเบน อัลคาราซ ที่ติดโทษแบน ส่วน ราอูล การ์เซีย และเคนาน โคโดร ที่มีอาการบาดเจ็บ ที่ต้องลุ้นหนักคือ ฟาเบียน ออเรลญาร่า แนวรุกชิลีจะฟิตทันหรือไม่ นอกนั้นลงได้หมด นำโดยแกนหลักอย่าง โรเก้ เมซ่า, ฆัวกิน เฟร์นานเดซ, เฟเด ซาน เอเมเตริโอ้, โชต้า, โชน ไวสส์แมน และออสการ์ พลาโน่

ทางฝั่ง “ตราหมี” ไม่ต้องสนใจอะไรขอเพียงชนะไว้ก่อนก็จะคว้าแชมป์ทันที เกมนี้ไม่มี สเตฟาน ซาวิซ ปราการหลังที่ติดโทษแบน ในรายของ โตมาส์ เลอมาร์ ต้องรอเช็คความฟิต ในตำแหน่งแนวรับ เฟลิเป้ จะลงได้มาประสานงานกับ โฆเซ่ ฆิเมเนซ และมาริโอ เอร์โมโซ่ ในระบบ 3-5-2 แผงกลางอัดแน่นไปด้วย ซาอูล ญีเกซ, โกเก้ และมาร์กอส ญอเรนเต้ โดยมี อังเคล คอร์เรอา และหลุยส์ ซัวเรซ เป็นคู่หัวหอก

11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม เรอัล บายาโดลิด (4-3-3): ฆอร์ดี้ มาซิป, ไซดี้ ยานโก้, จาวัด เอล ยามิค, บรูโน่ กอนซาเลซ, ลูคัส โอลาซ่า, โรเก้ เมซ่า, ฆัวกิน เฟร์นานเดซ, เฟเด ซาน เอเมเตริโอ้, โชต้า, โชน ไวสส์แมน และออสการ์ พลาโน่

แอต มาดริด (3-5-2): ยาน โอบลัค, โฆเซ่ ฆิเมเนซ, เฟลิเป้, มาริโอ เอร์โมโซ่, คีแรน ทริปเปียร์, ซาอูล ญีเกซ, โกเก้, มาร์กอส ญอเรนเต้, ยานนิค การ์ราสโก้, อังเคล คอร์เรอา และหลุยส์ ซัวเรซ

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม แอต มาดริด เหนือกว่าเยอะชนะได้ 5 จากการดวลกัน 6 เกมหลังสุด มีหลุดเสมอไป 1

 ‘ชุดขาว’ไร้แบ๊กรอดับเรือดำน้ำ

เจ้าถิ่น “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่มีเงื่อนไขเดียวต้องชนะไว้ก่อนและไปลุ้นให้ แอต มาดริด ไม่ชนะ เกมนี้ไม่มี ลูคัส บาซเกซ, ดานี่ การ์บาฆาล และแฟร์กลองด์ เมนดี้ ที่มีอาการบาดเจ็บ ในรายของ โทนี่ โครส ตามรายงานระบุว่าติดโควิด-19 ทำให้ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ จะได้ลงมาคุมแดนกลางร่วมกับ คาเซมิโร่ และลูก้า โมดริช ส่วนสามแนวรุกต้องเลือกว่าใครจะเล่นร่วมกับ คาริม เบนเซม่า มีทั้ง เอแดน อาซาร์, วินิซิอุส จูเนียร์ และโรดริโก้ โกเอส

ทีมเยือน “เรือดำน้ำสีเหลือง” ทีมอันดับ 7 ต้องการ 3 แต้มเพื่อโควตายูโรป้า ลีก ฤดูกาลหน้า ไม่มี บิเซนเต้ อีบอร์ร่า แข้งสารพัดประโยชน์ที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วน ฮวน ฟอยธ์ และซามูเอล ชุควูเซ่ รอเช็คความฟิต ที่เหลือไม่มีปัญหาอะไร อูไน เอเมรี่ จัดทัพ 4-3-3 มี ดานี่ เปเรโฆ่, เอเตียง กาปู และมานูเอล ติเกรอส คุมแดนกลาง แผงเกมรุกใช้รองดาวซัลโว เคราร์ด โมเรโน่ ประสานงานกับ ปาโก้ อัลคาแซร์ และมอย โกเมซ

11 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม เรอัล มาดริด (4-3-3): ตีโบต์ กูร์กตัวส์, อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า, เอแดร์ มิลิเตา, นาโช่เฟร์นานเดซ, มิเกล กูเตียร์เรซ, ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้, มาร์โก อเซนซิโอ้, คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

บียาร์เรอัล (4-3-3): เซร์คิโอ้ อเซนโฆ่, มาริโอ กาสปาร์,ราอูล อัลบิโอน, เปา ตอร์เรส, อัลฟอนโซ่ เปดราซ่า, ดานี่ เปเรโฆ่, เอเตียง กาปู, มานูเอล ติเกรอส, เคราร์ด โมเรโน่, ปาโก้อัลคาแซร์ และมอย โกเมซ

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม มาดริด ไม่แพ้ให้กับ บียาร์เรอัล ตลอดการเจอกัน 6 นัดหลังสุด โดยเอาชนะได้ 2 และเสมอ 4

หนีตายสุดสะเด่า!‘อ้วยส์ก้า’ลุ้นรอด

การหนีตกชั้นตอนนี้เหลือลุ้นอยู่ทั้งสิ้น 2 จาก 3 ที่ เนื่องจาก เออิบาร์ ตกชั้นไปแล้วเรียบร้อยหนึ่งทีม โดยที่ลุ้นอยู่คือ อันดับ 17 อ้วยส์ก้า มี 33 คะแนน, อันดับ 18 เอลเช่ 33 คะแนน และอันดับ 19 บายาโดลิด 31 คะแนน

โดย อ้วยส์ก้า เฮดทูเฮดดีกว่า เอลเช่ หลังจากพบกันในซีซั่นนี้ เสมอกัน 1-1 และ อ้วยส์ก้า ชนะในถิ่น 3-1 ซึ่งการเตะนัดสุดท้ายของทั้ง 3 ทีมนั้น อ้วยส์ก้า เปิดบ้านพบกับ บาเลนเซีย,เอลเช่ เล่นในบ้านพบกับ แอธเลติก บิลเบา และบายาโดลิดเปิดบ้านเจอกับ แอตเลติโก มาดริด

กรณีที่จะวุ่นวายที่สุด ก็คือ ถ้าหาก บายาโดลิด ชนะจะมี 34 คะแนน พร้อมกับ อ้วยส์ก้า และ เอลเช่ เสมอทั้งคู่ จะทำให้ทั้ง 3 ทีมมี 34 คะแนนเท่ากัน จะเป้น อ้วยส์ก้า ที่อยู่รอด เนื่องจากสถิติการพบกันโดยตรงนั้น อ้วยส์ก้า เสมอ บายาโดลิด 2-2 และ บายาโดลิด แพ้ อ้วยส์ก้า 1-3

ส่วน บายาโดลิด กับ เอลเช่ เจอกันมานั้นเสมอทั้งสองเกม โดยเกมแรก บายาโดลิด เสมอ เอลเช่ 2-2 และเกมที่ 2 เอลเช่ เสมอ บายาโดลิด 1-1

บี แหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top