นับเดินหน้าสามถอยหลังสอง กำลังจะถึง “โอลิมปิก ฤดูร้อน” ครั้งที่ 32
“กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ” ซึ่งปกติแล้วจะเป็นมหกรรมกีฬาที่ “มนุษย์รอคอย” แต่ครั้งนี้กลับเป็นมหกรรมกีฬาที่ “มนุษย์ตั้งคำถาม”
จะเดินไปหรือไม่ จะไปต่อได้หรือเปล่า จะจัดอย่างไรท่ามกลางสภาวะที่ “โลกมนุษย์” ถูกโจมตีแบบนี้........
เกมจากเดิมจะเริ่มเมื่อปีที่แล้วตามกำหนด นั่นคือ 2020 แต่ต้องโยกเพิ่มมาในปีนี้ ทำให้เป็น “ช่องไฟ” ห่างกันจาก 4 กลายเป็น 5 ปี
ทุกอย่างถูกกำหนดโดยมนุษย์ ดังนั้น กฎหรือตามกำหนดก็สามารถที่จะปลดมันได้
สำหรับโอลิมปิกครั้งนี้ ยังบอกไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่น่าเชื่อว่า ความทรงจำเมื่อ 5 ปีก่อน ยังคงไม่เคยจางหายไปไหน
กับการเดินทางที่ไกลสุดชีวิตกว่าหมื่นไมล์จาก กรุงเทพฯ ประเทศไทย ไป มหานครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล
การที่ต้องไปอยู่กับ “เวลา” ที่ “กลับหัวกลับหาง”
การที่ต้องไปอยู่กับ “อาหาร” ที่เหมือนแต่ไม่เหมือนบ้านเรานานนับเดือน
.jpg)
ริโอเกมส์ ในอ้อมกอดของพระเจ้า
“ของหวาน” บ้านเรา กลายเป็น “ของคาว” บ้านเค้า แล้วเอามาใส่สำรวมกวนเข้าในชามเดียวกัน!!!
การเดินเข้าสู่ “ทัวร์สลัม” ที่จ่ายเงิน 1,300 บาท เพื่อให้รู้ความเป็นอยู่ “ที่แท้จริง” ของมหาชนชาวแซมบ้า
อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งดีและร้าย แต่ตอกย้ำว่า “มหามิตร” และ “อภิศัตรู” ของทุกคนนั้นย่อมมีอยู่ทั่วโลก........
อยู่ที่เคราะห์จะซ้ำหรือกรรมดีจะให้เจอกับใคร โชคดีที่หนก่อนได้เจอกับ “เมาโร่” คนขับแท็กซี่ ที่ช่วยนำทาง และชี้ช่องสว่างให้แบบเหลือเชื่อ....เหลือเชื่อจริงๆ
คนมีเป็นล้าน แท็กซี่มีเป็นพัน ได้มาเจอกันและเหมือนกับรู้จักกันมาเต็มชีวิต
หากว่ากันถึงเกมในสนามเมื่อครั้งก่อน ถือว่า นักกีฬาไทย ทวงความสำเร็จกลับคืนมาได้อย่างยิ่งใหญ่มากๆ หลังจากผิดหวัง “ไร้เหรียญทอง” ในกาลศึกที่มหานครลอนดอน ปี 2012
“ริโอเกมส์ 2016” มีทั้งหมด 87 ประเทศที่ได้รับเหรียญรางวัล รวม 307 ทอง 307 เงิน361 เหรียญทองแดง
ประเทศไทยได้อันดับที่ 35 ร่วมกับ เบลเยียม ด้วยการทำได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง
ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาลอีกด้วย
สถิติการสร้างผลงานที่ดีที่สุดของไทย เกิดขึ้นในปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ที่ไทยเราได้ถึง 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง
ไทย นับเป็นแชมป์อาเซียน นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ด้วยการทำเหรียญรางวัลมากกว่าเพื่อนร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างต่อเนื่อง
น่าสนใจก็คือ รีโอเกมส์ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ชาติอาเซียน ได้เหรียญทองถึง 4 ชาติ และได้เหรียญรางวัลถึง 6 ประเทศ หลังจากลอนดอนเกมส์ 2012 ปรากฏว่า ชาติในภูมิภาคนี้ไม่ได้เหรียญทองแม้แต่ประเทศเดียว
ไทย ยังเป็นอันดับ 8 ของเอเชียอีกด้วย
.jpg)
รัชนก อินทนนท์ นำทัพไทยเข้าสู่สนามในโอลิมปิก 2016
สหรัฐอเมริกา คว้าเจ้าเหรียญทองไป ชาติมหาอำนาจป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ 46 เหรียญทอง 37 เหรียญเงิน และ 38 เหรียญทองแดง ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร หรือ ทีม จีบี ที่ปาดหน้าคว้าอันดับ 2ทำได้ 27 ทอง 23 เงิน 17 ทองแดง และอันดับ 3 ทีมชาติจีนตกมาได้ที่ 3 ทำได้ 26 ทอง 18 เงิน 26 ทองแดง ซึ่งจีนไม่เคยตกจาก 2 อันดับแรกเลย นับตั้งแต่ปี 2004 และเคยเป็นเจ้าเหรียญทองเมื่อปี 2008 อีกด้วย
....จากฐานะคนดูที่สัมผัสโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1988 กระทั่งนั่งพิมพ์งานส่งอาจารย์พร้อมกับน้ำตาซึมเมื่อเห็น“โม้อมตะ” สมรักษ์ คำสิงห์ คว้าเหรียญทองแอตแลนตาเกมส์ปี 1996 จนได้มานั่งเขียนข่าวโอลิมปิกเกมส์ตั้งแต่ปี 2000 และได้มาทำข่าว “ถึงจุดเกิดเหตุ” ครั้งที่ 2 ในชีวิต
เป็นความรู้ เป็นประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาที่ผิดทิศผิดทางห่างกัน 10 ชั่วโมง ทำให้สับสนไปเป็นอาทิตย์, อาหารการกินที่ไม่ค่อยอร่อย บางครั้งก็ถ่อยในบรรยากาศ, ระวังตัวในทุกวินาทีจนหวาดระแวงไปหมด, นั่งแท็กซี่ราคาโหด ที่ไม่รู้วันว่า วันไหนจะโดนโกงขับวนเล่นเผื่อเผามิเตอร์ ทั้งหมดนี้คือความทรงจำด้านดาร์คไซด์
แต่ก็ยังมีคนที่ดีมีให้เห็น แท็กซี่ที่ดีมีหลายคนโดยเฉพาะเมาโร่ที่ยอดเยี่ยมแบบเหลือเชื่อมากๆ ในการให้ความรู้ด้านภาษาและการบริการดุจญาติมิตร(แต่คิดตังค์), ตำรวจ-ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่ไม่แอ๊กรวมถึงบรรยากาศดิบๆ ธรรมชาติที่ยังค่อนข้างสมบูรณ์ของเมืองนี้ทั้งป่า และชายหาด ถือว่า อลังการมากอย่างที่ร่ำลือกัน
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ถูกนักข่าวจากสำนักข่าวรัฐบาลไนจีเรีย สัมภาษณ์เรื่อง head to head ระหว่างศึก “ลอนดอนเกมส์ 2012” กับ “ริโอเกมส์ 2016” และถามว่า ผมกลัว “ไวรัสซิการ์” หรือไม่
ก็ตอบตรงๆ ว่า ไม่...ผมไม่กลัวไวรัสซิการ์ แต่กลัวคนพ่นซิการ์ใส่หน้ามากกว่า
มันมาจากใจจริง ก็ตอบแบบตรงๆ ไป ว่า ไม่ได้กลัวอะไร เพราะชีวิตนี้ผมพร้อม....พร้อมที่จะเดินทางไปทุกที่ในโลกใบนี้อยู่แล้ว...........
.jpg)
โสภิดา ธนสาร เหรียญทองแรกจากโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่แล้ว
ว่าแต่ครั้งนี้มันถือว่า ท้าทายอย่างที่สุดอีกครั้งในชีวิตการทำงาน รวมถึงเจ้าภาพด้วยก็เช่นเดียวกัน
ครั้งหนึ่งผมเคยพูดว่า ผ่านบราซิลมาแล้ว ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ผ่านอุปสรรคแต่ได้อยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้า(คริสต์ ตูเรเดงโตร) ที่ได้มีโอกาสขึ้นเขาไปชมความมหัศจรรย์มาแล้ว
แต่พูดจริงๆ ชีวิตผม(หรือหลายคน) ก็ไม่ได้ต่างจาก “สมีกอล”หรือ “กอลลัม” ในภาพยนตร์ไตรภาคอมตะ “เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง” สักเท่าไหร่
มุมหนึ่งก็ “กลัว” มุมหนึ่งก็ “กล้า” แต่........
แต่ผมไม่เคยกล้าๆ กลัวๆ ในมุมเดียวกัน
หวังว่าเรื่องนี้จะไม่มีโชคร้าย และทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี..........เพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้า และโตเกียวไม่ได้เป็นแดนศิวิไลซ์เหมือนอย่างที่เคยเป็น
แต่เป็นอีกที่หนึ่งที่ถูกสิ่งที่เรามองไม่เห็นคุกคาม
ญี่ปุ่น ต้องการใช้โอลิมปิกเกมส์ในการสร้างภาพใหญ่ภาพใหม่แต่เมื่อสถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปจากเป้าประสงค์แรก มันทำให้น่าสนใจและน่าติดตามว่า ที่จริงแล้ว มันสมควรที่จะจัดหรือไม่ หรือเพียงแค่ ไอโอซี ในฐานะผู้ควบคุมทุกสิ่งอย่าง จะแค่ “ขายผ้าเอาหน้ารอด” เท่านั้น..........
แล้วพบกัน.....เจแปน!!!
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี