ไทย-เวียดนาม : คันฉ่องส่อง(เจ้า)บอลอาเซียน

ไทย-เวียดนาม : คันฉ่องส่อง(เจ้า)บอลอาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

สองทีมดังแห่งย่านอาเซียน ที่ตีตั๋วเข้าสู่รอบสุดท้าย เอเชียนคัพ ยู-23 ผลงานและวิธีการออกมาตามสภาพที่เราได้เห็น

ทีมชาติไทย แพ้ ออสเตรเลีย 1-2, เสมอ อิรัก 1-1 และเสมอ จีน 0-0 ตกรอบแรก 


ขณะที่ เวียดนาม ทำตามโปรโตคอล จนเอาชนะได้ทั้ง 3 เกม เหนือ จอร์แดน, คีร์กิสถาน และเจ้าภาพ ซาอุดีอาระเบีย ได้แบบเหลือเชื่อจริง ๆ

พวกเขาเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยอยู่ในสายบน ใครจะชนะไปเจอ อุซเบกิสถาน หรือ จีน ส่วนสายล่าง คือ ญี่ปุ่น พบ จอร์แดน และออสเตรเลีย เจอกับ เกาหลีใต้

นักเตะตระกูลเหงียน ใช้นักเตะชุดเหรียญทองซีเกมส์ 21 คน และเรียกมาใหม่ 2 คน โดยเป็นตัวหลักจากชุดแชมป์อาเซียน ยู-23 เมื่อกลางปีก่อน รวม 19 คนด้วยกัน

4 คนมาเสริมตอนซีเกมส์ คือ ฝ่าม มินห์ ฟุค, เหงียน ไต คว็อก เคือง, เหงียน ตันห์ แหน่น, เหงียน เล ฟัต ยังอยู่ในทีมชุดนี้ทั้งหมด

2 คน จากทีมซีเกมส์ที่หลุดไปคือ เหงียน ตัน กับ แด่ง ตวน ฟ่อง โดยมี ฝ่าม ดิ่งห์ ไห่ กับ เล วาน ฮา เข้ามาแทน

ไม่มีนักเตะทีมแชมป์ลีก จาก นัม ดิ่งห์ อยู่ในทีมแม้แต่คนเดียว ขณะที่ชุดใหญ่ก็ติดแค่ 2 คน

พวกเขาเลือกที่จะปิดลีก 3 เดือน จัดโปรแกรมให้มันสอดคล้องกับที่ทีมชาติชุดนี้ลงสนาม 

คิม ซัง ซิก เข้ามารับงานทำหน้าที่ทั้งชุดใหญ่ และชุดเล็ก ไม่รู้ว่าจะใช้ยุทธวิธี “โคเรีย เวย์” ให้เดินทางต่อเนื่อง หรืออย่างไร แต่มันเห็นผล มาตั้งแต่ยุคของ พัค ฮัง ซอ

หลังจากคว้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 นักฟุตบอลทีมชาติเวียดนามรุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี ไม่ได้เป็นเพียงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเท่านั้น 

ความสำเร็จของพวกเขายังตอกย้ำความเชื่อของ สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม : VFF (The Vietnam Football Federation) ที่มีมาอย่างยาวนานว่า ด้วยเรื่องของการลงทุนที่ถูกทาง

การลงทุนอย่างต่อเนื่องในการฝึกฝนเยาวชนและพัฒนาพรสวรรค์ภายในประเทศ คือรากฐานสำคัญ สำหรับความก้าวหน้าในระยะยาวบนเวทีระดับทวีป

จากสถิติของ VFF ในปี 2025 คาดการณ์ว่าจะมีทีมฟุตบอลทีมชาติเวียดนามทั้งหมด 7 ทีม ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขันระดับทวีป ได้แก่ ทีมชายรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทีมชายและหญิง, รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ทีมหญิงทีมชาติ, ทีมหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และทีมฟุตซอลชายและหญิง

ก่อนหน้านี้ มีเพียงฟุตบอลญี่ปุ่นเท่านั้นที่เคยทำได้

ผลลัพธ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความพัฒนาเชิงลึก และความพัฒนาในวงกว้างที่เพิ่มขึ้นของฟุตบอลเวียดนามในหลายระดับและหลายประเภท

การคว้าเหรียญทองฟุตบอลชายของทีมชาติเวียดนาม U22 ในซีเกมส์ ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของฟุตบอลเวียดนามในปี 2025 

ตรัน ง็อก ตวน ประธานสมาคมฟุตบอลเวียดนาม (VFF) กล่าวกับสื่อท้องถิ่นของพวกเขาว่า กระบวนการเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลเวียดนามดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี โดยได้รับแรงผลักดันจากความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง 

“เราได้ยกระดับระบบการฝึกฝนเยาวชนและใช้ประโยชน์จากความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดค่ายฝึกอบรมในประเทศที่มีระบบฟุตบอลที่ก้าวหน้า ทำให้ทีมชาติของเรามีโอกาสแข่งขันกับคู่ต่อสู้ที่มีคุณภาพสูง”

“VFF ได้จัดค่ายฝึกอบรมระหว่างประเทศ ประมาณ 14 แห่งในระดับต่างๆ ทำให้ทีมชาติของเราทุกระดับสามารถแข่งขันได้อย่างประสบความสำเร็จในรายการฟุตบอลที่สำคัญที่สุดในรายการต่าง ๆ“

”นับตั้งแต่ปี 2015 การเตรียมตัวอย่างไม่หยุดยั้งนี้ ได้บ่มเพาะผู้เล่นรุ่นใหม่ที่สามารถแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติได้มากมาย”

“การที่ทีม U23 เข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียอย่างสม่ำเสมอถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญสำหรับฟุตบอลเวียดนาม”

“สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนามจะยังคงลงทุนในทีมเยาวชนต่อไปในขณะที่เราเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่จะมาถึง โดยเน้นเป็นพิเศษที่ผู้เล่น U20 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากพวกเขาจะเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์และเอเชียนเกมส์ในอีกสองปีข้างหน้า”

ในบริบทปัจจุบัน แนวโน้มการให้สัญชาติแก่ผู้เล่นในกลุ่มประเทศฟุตบอลชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมของฟุตบอลเวียดนาม

“การรวมผู้เล่นที่ได้รับสัญชาติเข้าสู่ทีมชาติจะต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนและระบบภายในประเทศ”

“บางประเทศที่เลือกใช้การให้สัญชาติได้ทำให้เยาวชนของพวกเขาหมดกำลังใจโดยไม่ตั้งใจ และจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อฟุตบอลในประเทศ ฟุตบอลเวียดนามต้องหลีกเลี่ยงในกับดักเหล่านี้และใช้มาตรการที่เหมาะสม”

“เพื่อความสำเร็จในระยะยาว เราต้องบรรลุเป้าหมายระยะสั้นของเราก่อน”

“ทีมเยาวชนของเราได้รับการลงทุนอย่างหนักและกำลังประสบความสำเร็จ หลายประเทศลงทุนแต่ล้มเหลว ดังเช่นกรณีของไทยที่พลาดโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ และทีมเยาวชนของอินโดนีเซียที่ไม่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายของการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย U17 ได้”

“การลงทุนต้องต่อเนื่องและสอดคล้องกับวงจรของการแข่งขันระดับทวีป ด้วยการวิจัยอย่างละเอียด เราสามารถลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและวางรากฐานสำหรับความสำเร็จในอนาคตของทีมชาติในทุกระดับ”

ตรัน ง็อก ตวน เสริมว่า เป้าหมายของสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม คือการช่วยให้ทีมชาติเวียดนาม ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก คือเป้าหมายสูงสุด

“เราต้องมุ่งมั่นต่อไป เพราะประเทศอื่น ๆ ก็ลงทุนอย่างหนักและมีความมุ่งมั่นเช่นกัน”

ในปี 2026 ฟุตบอลเวียดนามมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน โดยเริ่มต้นจากการที่ทีม U23 เข้าร่วมการแข่งขันเอเอฟซี ยู23 เอเชียนคัพ จุดประสงค์คือการสร้างฐานผู้เล่นคุณภาพสูงสำหรับทีมชาติ 

พร้อมทั้งวางแผนระยะยาวเพื่อเป้าหมายฟุตบอลโลก 2030 และ 2034

เวลานี้พวกเขาชนะทีมที่มีบอลชุดใหญ่ไปบอลโลกทั้ง ซาอุดีอาระเบีย และ จอร์แดน อย่าง......น่าตกใจ

สังเกตุว่า พวกเขามี “แกนหลัก” เห็น ๆ คือ 6 คน ซึ่งเป็น 6 คนที่เป็น “แผงหลัง” กับ“แผงกลาง”

5 คนแรกคือประเภทนักบอล “ปักหมุด” 

นั่นคือ ฝ่าม เหล่ย ดึ๊ค, เหงียน เฮือย มินห์ และ เหงียน นัต มินห์ ในระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ๊ก

เหงียน ไต ซอน กับ เหงียน ซวน บัค คือคู่กองกลาง

โดยมีกัปตันทีม เคือต วาน กวาง ที่จะถูกเป็น “หมุดขยับ” ที่เล่นได้หลากตำแหน่ง ตั้งแต่ “วิงซ้าย” เข้ามาเป็น “กองกลางตัวรุก” หรือฉากเป็น “กองกลางตัวเคลื่อน” และขึ้นไปเล่นเป็น “กองหน้าตัวต่ำ”

6 คนนี้คือแกนหลัก โดยมี เหงียน ดิงห์ บัค เป็นกองหน้าที่แผลงฤทธิ์ต่อเนื่อง ล่าสุดคือคนยิง ซาอุดีอาระเบีย ในเกมสุดท้ายรอบแรก 

เหงียน ดิงห์ บัค เป็นตัวสำรองในสองเกมล่าสุด ซึ่งดูเหมือนว่า คิม ซัง ซิค เลือกใช้บรรดาสายวิ่งอย่าง เหงียน ค็อก เวียต, เหงียน เล ฟัต และวิคเตอร์ เล(ลูกครึ่งรัสเซีย) ลงมาบดกระดูก่อน แล้วค่อยปล่อย ดิงห์ บัค ลงมาฉายในครึ่งหลัง

ขณะเดียวกัน ตำแหน่ง 3 เซ็นเตอร์แบ๊ก เพิ่งจะลงตัวช่วงซีเกมส์ โดยให้ เหงียน เฮือย มินห์ ปักเป็นเซ็นเตอร์ตัวกลาง โดยมี

ฝ่าม เหล่ย ดึ๊ค เล่นเซ็นเตอร์ฝั่งซ้าย เนื่องจากเขาเคมีการเล่นสอดประสานกับ “วิงซ้าย”อย่าง ฝ่าม มินห์ ฟุค ได้เป็นอย่างดี

นั่นหมายว่า เวียดนาม มีนักเตะที่เป็น “แกนหลัก” และสำคัญก็คือ “เล่นร่วมกัน” บ่อยครั้งเป็นเวลานาน

ความเข้าอกเข้าใจจึงเกิดขึ้น แล้วคอยขยับตามความพร้อมของนักเตะ แถมยังประกบยากด้วย เพราะไม่รู้ว่า เคือต วาน กวาง ที่ทำฉากไปมาให้กับเพื่อนร่วมทีม ทำให้ไล่ตามประกบยาก

จากนี้ไม่รู้ว่า พวกเขาจะไปอย่างไรต่อ แต่ที่แน่ ๆ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บอลเวียดนาม ได้กำไร และค้ากำไรได้เกินควรแล้ว

ตรงกันข้ามชะมัดกับ ทีมชาติไทย 

บอลไทย ตกรอบ แต่ทีมสตาฟฟ์ กับนักเตะ ควรได้รับการยกย่อง พวกเขาทำหน้าที่ได้เกินที่คาดคิดเอาไว้ 

         พวกเขาแทบจะไม่ได้เคยเล่นด้วยกัน และต้องไปออกรบถึงแดนดินถิ่นทะเลทราย ต้องแบกทั้งอายุ แบกทั้งชั่วโมงบินที่เป็นรอง และไม่ได้มีนักเตะที่ที่ดีที่สุดไปแข่ง 

แต่ทำผลงานได้น่าสนใจ นั่นคือ เสมอ 2 แพ้ 1 ซึ่งอยากจะบอกว่า ศักยภาพนักบอลไทยบางทีมันดีกว่า เวียดนาม ก็ได้

เพียงแต่ว่า การบริหารจัดการมันต่างกันลิบลับ

ทีมบริหารอันนี้กลับไปพิจารณาอีกทีนึง ว่าตกลงแล้วคุณต้องการอะไร

โปรแกรมฟุตบอลแต่ละปีเค้าบอกล่วงหน้าเค้าไม่ได้พึ่งมาบอกพรุ่งนี้ แล้วนัดมาเตะมะรืน 

เราเสียโอกาสมาเยอะแล้ว โดยเฉพาะในการคัดเลือกโอลิมปิกเกมครั้งล่าสุด(2024) ทีมก็อยู่ในสภาพเดียวกัน นั่นก็คือไม่สามารถเรียกนักฟุตบอลที่ดีที่สุดไปเตะ

สุดท้ายก็ทิ้งโอกาสและความฝันของคนไทยไปแล้วกี่ครั้งกี่คราว

น่าสนใจก็คือ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ในปีนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น จะแข่งขัน อย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคมนี้

คาบเกี่ยวพอดีกับ ฟีฟ่าเดย์ 21 กันยายน – 6 ตุลาคม 2026

ซึ่งไม่รู้ว่า กลุ่มคนที่รับผิดชอบ มีคนรู้หรือยัง

ถ้าไม่ติดลูกเกรงใจ(ซึ่งบางทีก็ไม่ต้องเกรงใจก็ได้) แล้วต้องการรวมใจให้บอลไทยประสบความสำเร็จ เพราะวางแผนกันเลยมีเวลาอีกตั้ง 8-9 เดือน

อย่าปล่อยให้วงจรชีวิต แล้วก็ชีพจรไทย ต้องเดินเข้าทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ด้วยสภาพแบบนี้อีกเลย

 

บี แหลมสิงห์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top