546.jpg
pet care : ปากสุนัข ! (ตอนที่ 2)

pet care : ปากสุนัข ! (ตอนที่ 2)

วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สวัสดีครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณผู้อ่านคงได้รับสาระเรื่องการดูแลช่องปากของสุนัข และความจำเป็นในการขูดหินปูนไปแล้ว วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการเตรียมตัวก่อนรับการขูดหินปูนกับการดูแลช่องปากสุนัขด้วยตัวเองกันครับ

● เมื่อต้องการให้สุนัขได้รับการขูดหินปูน เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


เมื่อเจ้าของตรวจช่องปากของสุนัขแล้วพบว่า มีหินปูน และต้องการขูดหินปูน ขั้นตอนที่ต้องทำก็คือ 

1. พาสุนัขไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกาย 

2.สัตวแพทย์จะทำการประเมินสภาพช่องปากของสุนัขอย่างคร่าวๆ และตรวจร่างกายโดยทั่วไปเพื่อเตรียมความพร้อม 

3.สัตวแพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจสุขภาพ ว่าสุขภาพแข็งแรง เหมาะสมที่จะได้รับการวางยาสลบและขูดหินปูนหรือไม่ (หากจำเป็น อาจต้องทำการ X-ray ช่องอกเพื่อดูความผิดปกติของปอดและหัวใจด้วย) 

4.เมื่อประเมินแล้ว พบว่าสัตว์มีความพร้อมต่อการวางยาสลบและขูดหินปูน ก็จะนัดหมาย “วันขึ้นเตียง” และแนะนำวิธีการเตรียมตัวก่อนวางยาสลบ

5.ก่อนการวางยาสลบ สัตว์จะต้อง “งดน้ำ และอาหาร12 ชั่วโมง” ก่อนเวลานัด เนื่องจากการวางยาสลบนั้น จะทำให้สุนัขสูญเสียความสามารถในการไอและการกลืน เพราะหากมีอาหารอยู่ในกระเพาะอาหาร อาจเกิดการสำลักเข้าปอด ทำให้สัตว์เสียชีวิตได้ 

ในการวางยาสลบ สัตวแพทย์ควรใช้ “ยาดมสลบ” หรือยาสลบชนิดแก๊ส เพื่อให้สลบตลอดการขูดหินปูน เนื่องจากยาสลบชนิดดมนั้นมีความปลอดภัยมากกว่ายาสลบชนิดฉีด ยาดมสลบจะอาศัยปอดในการกำจัดยาเป็นหลัก ทำให้ควบคุมระดับความตื้นและลึกของการสลบได้ดีกว่ายาสลบชนิดฉีด ซึ่งยาสลบชนิดฉีดนั้นจะถูกทำให้หมดฤทธิ์ที่ตับ ขับออกทางไต ซึ่งต้องพึ่งพาร่างกายของสัตว์มากกว่ายาดมสลบ รวมถึง “การสอดท่อช่วยหายใจ” (ในการนำยาสลบเข้าปอด) ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ละอองน้ำและละอองจากการขูดหินปูนประเด็นเข้าหลอดลมอีกด้วย 

6.เมื่อขูดหินปูนเสร็จแล้ว สัตวแพทย์จะทำการ “ขัดฟันด้วยผงขัดฟัน” เพื่อลบรอยขีดข่วนที่เกิดจากเครื่องมือที่ใช้ในการขูดหินปูน เพื่อให้ผิวฟันเรียบ ลดการสะสมของคราบอาหารและจุลินทรีย์ที่ผิวฟัน เพราะเมื่อคราบจุลินทรีย์ที่สะสมที่ผิวฟันชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดการตกตะกอนของแร่ธาตุในน้ำลายเกิดเป็นหินปูนขึ้นอีกได้  

ในกรณีที่ฟันโยกมากๆ สัตวแพทย์อาจทำการถอนฟันนั้นออก และทำการเย็บเหงือกเพื่อปิดรอยแผลที่เหงือกซึ่งอาจนำเชื้อโรคเข้าสู่โพรงประสาทฟันที่ขากรรไกร 

ในกรณีที่มีการถอนฟัน หรือเหงือกอักเสบมาก สัตวแพทย์มักจะจ่ายยาปฏิชีวนะและยาลดอักเสบให้กินติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ 

ภายหลังถอนฟันแล้วควรให้สุนัขกินอาหารนิ่มๆ ประมาณ2 สัปดาห์ และให้กินน้ำเยอะๆ หลังอาหารด้วย หรือใช้กระบอกฉีดยา ฉีดน้ำสะอาดไปที่เหงือกหลังกินอาหาร เพื่อลดปริมาณเศษอาหารที่จะติดตามปมไหม และภายหลังถอนฟันประมาณ 1 เดือน เจ้าของควรเริ่มหัดให้สุนัขยอมรับการแปรงฟัน และทำการแปรงฟันให้แก่สุนัขวันละ 1 ครั้ง ด้วยครับ

● เจ้าของควรดูแลสุขภาพช่องปากของสุนัขด้วยตนเองได้อย่างไร

เจ้าของสามารถดูแลสุขภาพช่องปากสุนัขด้วยตนเองได้หลายวิธี ได้แก่

- การแปรงฟันให้สุนัข 

- การให้สุนัขกินอาหารที่มีความสามารถในการขัดฟัน 

- ให้เล่นของเล่นที่มีคุณสมบัติช่วยขัดฟัน 

- ในกรณีที่สุนัขมีอายุมากเจ้าของควรหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการกิน การเคี้ยว และในช่องปาก โดยควรเปิดปากสุนัขดู เพื่อตรวจดูว่ามีหินปูน แผล หรือก้อนเนื้องอกหรือไม่ ซึ่งควรทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพราะหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว

● จำเป็นต้องแปรงฟันให้แก่สุนัขหรือไม่

เจ้าของควรทำการแปรงฟันให้แก่สุนัข เนื่องจากการแปรงฟันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดคราบอาหาร และคราบจุลินทรีย์ที่มาสะสมบนฟัน ซึ่งคราบอาหาร และคราบจุลินทรีย์หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการตกตะกอนของแร่ธาตุในน้ำลายกลายเป็นหินปูน โดยควรแปรงฟันหลังกินอาหารหรืออย่างน้อยวันละครั้งครับ

 เรื่องของช่องปากสุนัข ยังไม่จบนะครับ สัปดาห์หน้า เรามาทำความเข้าใจเรื่องการดูแลช่องปากสุนัขและการแปรงฟันกันครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top