สภาพัฒน์แนะคุมสินเชื่อเงินด่วนออนไลน์เสี่ยงNPLs

สภาพัฒน์แนะคุมสินเชื่อเงินด่วนออนไลน์เสี่ยงNPLs

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า หนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ระดับ 86.8% ของ GDP ทรงตัวจากไตรมาส 2/2568 โดยหนี้สินครัวเรือนไตรมาส 3/2568 มีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ ด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ โดยข้อมูลจากเครดิตบูโรพบว่าสินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อรวม 9.4% เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในไตรมาส 2/2568  

โดยประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่ 1.การกำกับสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน และสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น NPLs ในอนาคต จึงควรผลักดันให้ผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมเครดิตบูโร มีมาตรการกำกับสินเชื่อออนไลน์ที่เข้มงวดมากขึ้น และกำหนดเพดานหนี้ร่วม


2.คนรายได้ระดับกลางถึงสูง เริ่มมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น โดย SCB EIC ชี้ว่ากลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาท/เดือน ประมาณ 21% เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นที่มีรายได้ต่ำกว่า อีกทั้งกลุ่มที่รายได้ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือน ประมาณ 31% มีภาระหนี้สูงเกิน 60% ของรายได้ ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้ 15,000-30,000 บาท/เดือน ยังประสบปัญหาการชำระหนี้มากที่สุด จึงต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินในเชิงรุก เช่น แจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ มีมาตรการจูงใจจากการจ่ายหนี้ตรงเวลา

ส่วนสถานการณ์แรงงานไตรมาส 4/2568 พบว่า ผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.8 ล้านคน ลดลง 0.9% จากไตรมาส 4/2567 เป็นแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม 28.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเติบโตมากสุดในสาขาการขนส่งและจัดเก็บสินค้าที่ 3.2% รองลงมาเป็นสาขาการผลิต 1.2% แรงงานภาคเกษตรกรรม 11.5 ล้านคน หดตัว 3.4% ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูกกว่า 2.1 แสนไร่ นอกจากนี้ภาพรวมชั่วโมงการทำงานค่อนข้างทรงตัว โดยอยู่ที่ 42.9 ชั่วโมง/สัปดาห์ ซึ่งภาคเอกชน อยู่ที่ 47.3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ผู้ทำงานล่วงเวลา 6.4 ล้านคน หรือ 5.7% ขณะที่ผู้ทำงานต่ำระดับอยู่ที่ 1.5 แสนคน ลดลง 34.4%

โดยไตรมาส 4/2568 มีผู้ว่างงาน 2.8 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.7% ลดลงจากไตรมาส 4/2567 อยู่ที่ 0.88% ส่วนค่าจ้างแรงงานในภาพรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 15,912 บาท/คน/เดือน เพิ่มขึ้น 1.1% แต่ค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของภาคเอกชนอยู่ที่ 14,711 บาท/คน/เดือน หรือ 0.08% ทั้งนี้ภาพรวมปี 2568 อัตราการมีงานทำอยู่ที่ 99.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยมีผู้มีงานทำ 39.6 ล้านคน ลดลง 0.5% จากปี 2567 ส่วนอัตราการว่างงานปี 2568 อยู่ที่ 0.81%

ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและให้ความสำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกับธุรกิจไทย และการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยอาจพิจารณาขยายมาตรการการจ้างงานในท้องถิ่น และส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศไปสู่อุตสาหกรรมอื่นและให้ครอบคลุม SMEs ควบคู่กับการจูงใจให้เกิดการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยี  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top