533.jpg
ธปท.ขอความร่วมมือแบงก์ ช่วยลูกหนี้รับมือผลกระทบสงคราม

ธปท.ขอความร่วมมือแบงก์ ช่วยลูกหนี้รับมือผลกระทบสงคราม

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและกระทบราคาพลังงานเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีความต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ เพิ่มศักยภาพ หรือลงทุนเพื่อช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่บางส่วนยังเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้จำกัด อีกทั้งแนวโน้มความสามารถในการชำระหนี้อาจถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นและรายได้ที่ลดลงเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ธปท. จึงขอความร่วมมือสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการเติมเงินใหม่และการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้เดิมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความจำเป็นของลูกหนี้ โดยควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว นอกเหนือจากกระแสเงินสดหรือสถานะทางการเงินในปัจจุบันของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวซึ่งอาจไม่ใช่สถานะทางการเงินในภาวะปกติของลูกหนี้


สำหรับแนวทางที่ธปท.ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงิน ได้แก่ 1. สินเชื่อเดิม ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกัน (pre-emptive) ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณว่าลูกหนี้มีปัญหาการชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่างวดของลูกหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ลดค่างวด ลดอัตราดอกเบี้ย ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย สำหรับสินเชื่อทุกประเภท รวมถึงการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ โดยให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. หารือทำความเข้าใจเงื่อนไขของมาตรการข้างต้นกับลูกหนี้และผู้ค้ำประกัน (หากมี) และแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบถึงผลที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว

2.สินเชื่อใหม่ ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. พิจารณาช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการเติมเงินใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน โดยในส่วนของสถาบันการเงินสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการ SMEs Credit Boost ที่เป็นกลไกลดความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าธุรกิจ นอกจากนี้ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจยังสามารถพิจารณาให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ SMEs ที่มีหลักประกันภายใต้กรอบหลักการ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+)” ซึ่งเป็นการผ่อนปรนแนวทางการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นการเฉพาะชั่วคราว โดยสามารถพิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสดของลูกหนี้ได้

ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินอย่างรอบด้านเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายและปรับใช้มาตรการได้อย่างเหมาะสม โดยมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เพื่อให้สามารถประคองธุรกิจและปรับตัวได้ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top