542.jpg
‘คลัง’ออก‘บอนด์ออมพลัส’ วงเงิน 8,000 ล้าน ขายล็อตแรก 31 ก.ค.

‘คลัง’ออก‘บอนด์ออมพลัส’ วงเงิน 8,000 ล้าน ขายล็อตแรก 31 ก.ค.

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.15 น.

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีแผนจะเปิดจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ภายใต้ชื่อ “ออมพลัส” ซึ่งถือเป็นการยกระดับการออมและการลงทุนของประเทศไทยเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มั่นคงปลอดภัยของรัฐบาลได้ง่าย สะดวก และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนการลงทุนในพันธบัตรที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวให้สามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน

ทั้งนี้การจำหน่ายล็อตแรก วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 รุ่นอายุ คือ รุ่นอายุ 3 ปี และรุ่นอายุ 10 ปี โดยแบ่งการจำหน่ายออกเป็น 2 ช่องทาง (ช่องทางละ 2,000 ล้านบาท) ได้แก่ 1.วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นช่องทางเดิมที่ประชาชนคุ้นเคย วงเงิน 2,000 ล้านบาท จัดสรรแบบมาก่อนได้ก่อน (First-come, First-served) และซื้อขั้นต่ำเพียง 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถกดได้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อครั้ง จะเริ่มเปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2569  ตั้งแต่เวลา8.30 น.


2.ผ่านช่องทาง Bond Connect Platform ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ที่พัฒนาร่วมกันของ สบน. บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (Settrade) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) โดยสามารถจองซื้อผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และผ่านแอปพลิเคชัน Streaming วงเงิน 2,000 ล้านบาท เป็นการจัดสรรแบบทยอยจัดสรร (Small Lot First) และจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ซึ่งเพียงมีบัญชีหุ้นไทย ก็สามารถจองซื้อได้ทันที ซึ่งจะเริ่มเปิดรับจองซื้อในวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 และเริ่มจัดสรรวันที่ 6 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้จะมีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายทั้งกระบวนการ วิธีการ ขั้นตอนการจำหน่าย และอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในวันที่ 16 กรกาคม 2569 โดยอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแรงจูงใจสำคัญ จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล อายุ 3 ปี อยู่ที่ 1.24% ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 1.97% ต่อปี

“แผนการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส หรือบอนด์ออมพลัส ระยะแระ คือจะออกจำหน่ายทุกเดือน ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 (สิงหาคม-กันยายน 2569) รวมทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการกู้ชดเชยขาดดุล โดยจะเริ่มจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านวอลเล็ต สบม. วงเงิน 2,000 บาท และผ่านช่องทาง Bond Connect Platform อีก 2,000 ล้านบาท ซึ่งในช่องทางนี้จะเริ่มเปิดรับจองซื้อตั้งแต่วันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 และจัดสรรวงเงินในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หลังจากนั้นจะมีการพิจารณากระแสตอบรับจากประชาชน หากเป็นไปในทิศทางที่ดี ก็จะพิจารณาจำหน่ายต่อเนื่องในระยะถัดไป”นางจินดารัตน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าแนวทางการพิจารณาออกจำหน่ายบอนด์ออมพลัส รัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบกับหุ้นกู้ของภาคเอกชนในตลาด ในขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาด้วยว่าหากเปิดจำหน่ายบอนด์ออมพลัสแล้ว ประชาชนให้การตอบรับน้อย จัดสรรได้น้อย หรือจำหน่ายไม่ครบ ก็อาจจะต้องมาพิจารณาอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งก็ต้องมาดูด้วยว่าหากกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงมากเกินไป ก็จะกลายเป็นภาระงบประมาณ และจะกระทบกับบริษัทที่ออกหุ้นกู้ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่จะต้องพิจารณาหากมีการดำเนินการในระยะต่อไป

“หากได้รับการตอบรับที่ดี กระทรวงการคลัง และ สบน. มีแผนระยะยาวที่จะผลักดันบอนด์ออมพลัสให้เป็นผลิตภัณฑ์การออมหลักอย่างถาวร โดยตั้งเป้าหมายที่จะเปิดจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงทางเลือกการลงทุนและการออมระยะยาว”นางจินดารัตน์ กล่าว

สำหรับบอนด์ออมพลัสเป็นการดำเนินการภายใต้แนวคิดให้ประชาชนมีการออมเพิ่มมากขึ้น ผ่านรูปแบบ 4 พลัส ได้แก่ 1.จำหน่ายทุกเดือนพลัส 2.พลัสในเรื่องผลตอบแทนด้วยอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ 3.พลัสเรื่องตลาดรอง ที่นำมาเป็นกลไกรองรับการซื้อขายอย่างโปร่งใส และ 4.พลัสในเรื่องช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผ่านวอลเล็ต สบน. ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และผ่านแอปพลิเคชัน Streaming อย่าง Bond Connect Platform

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top