วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘อีอีซี’จ่อชง‘นายกฯ’แก้เกมเอกชนยุติสัญญา‘ไฮสปีด 3 สนามบิน’ กางทางเลือกทดแทน
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ภายหลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน ซึ่งมีกลุ่มซีพี เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แจ้งใช้สิทธิตามสัญญาเพื่อยุติสัญญาร่วมลงทุนว่า ขั้นตอนหลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัทเอกชนในฐานะคู่สัญญาจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญา ทั้งในส่วนของสิทธิ หน้าที่ และประเด็นทรัพย์สินหรือค่าเสียหายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนอีอีซี จะต้องนำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อรับทราบการสิ้นสุดสัญญา และพิจารณาแนวทางดำเนินโครงการในระยะต่อไปว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด
“ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาการประชุมได้ ต้องรอการกำหนดวันประชุมจากนายกรัฐมนตรีก่อน เรื่องของสัญญาเป็นเรื่องระหว่างร.ฟ.ท. กับเอกชน เมื่อสัญญาสิ้นสุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ต้องไปดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญา ส่วนภาครัฐต้องมาดูว่าโครงการจะเดินหน้าต่ออย่างไร เพราะระบบรางที่เชื่อมสนามบินอู่ตะเภายังจำเป็นต้องมี แต่จะเป็นรูปแบบใด ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง”
ส่วนประเด็นการชดเชยหรือค่าเสียหายต่างๆ รวมถึงค่าเสียเวลา เสียโอกาสการใช้ไฮสปีดเทรนด์นั้น เป็นเรื่องที่ร.ฟ.ท.และเอเชีย เอรา วัน คู่สัญญาจะต้องเจรจากันเอง ซึ่งอีอีซีไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงรายละเอียดได้
“ถ้าให้เปรียบเทียบ ก็เหมือนคนแต่งงานกันแล้วหย่า ยุติความสัมพันธ์ แต่ละฝ่ายต้องไปแบ่งสิทธิและทรัพย์สินกันเอง ค่าเสียหายต่างๆ ค่าลงทุนต่างๆ ที่ทำได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้ ก็ต้องไปตกลงกัน ส่วนที่บริษัทเอกชนชี้แจงว่า ไม่ได้ถอนการลงทุน แต่เป็นการใช้สิทธิตามสัญญานั้น มันคือการเลือกใช้ถ้อยคำเป็นสิทธิของเอกชน แต่ในข้อเท็จจริง หากสัญญาสิ้นสุดลง ก็ถือว่า สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาสิ้นสุดลงตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ รวมถึงสิทธิการบริหารแอร์พอร์ตลิ้งค์ก็ต้องจบลงด้วย โดยรายละเอียดสามารถพิจารณาได้จากข้อกำหนดในสัญญา”
สำหรับแนวทางดำเนินโครงการหลังจากนี้ จะต้องหารือร่วมกับ ร.ฟ.ท.เพื่อกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดว่า จะใช้แนวทางเดิมแล้วปรับรูปแบบใหม่ หรือดำเนินการในลักษณะใด ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่สุด คือ การเชื่อมต่อระบบคมนาคมไปยังสนามบินอู่ตะเภาให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และต้องเกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะต้องเปิดประมูลใหม่หรือไม่ เพราะต้องหารือรายละเอียดก่อน สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรไม่ให้ประเทศเสียเวลาไปมากกว่านี้ เราเสียเวลากับโครงการนี้มานานแล้วถึง 8 ปี
อย่างไรก็ตามข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนนั้น สิ่งที่ภาครัฐควรทำในเวลานี้คือเร่งกำหนดแนวทางใหม่ให้เกิดความชัดเจน มากกว่ากลับไปถกเถียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะอดีตก็แก้ไขไม่ได้จะมัวแต่ยืนอยู่กับที่หรือจะเดินหน้าต่อ ผมคิดว่าเราควรเดินหน้าเพราะถ้ามัวแต่รื้ออดีต เราก็ไม่ไปถึงอนาคต ขณะที่รูปแบบโครงการในอนาคต ยังไม่จำเป็นต้องสรุปว่า จะต้องเป็นรถไฟความเร็วสูงเหมือนเดิมหรือไม่ ทุกทางเลือกยังเปิดกว้าง หากรัฐบาลเห็นว่ายังควรเดินหน้าในรูปแบบเดิมก็สามารถทำได้ แต่จะต้องใช้เวลาในการออกแบบและจัดทำกระบวนการใหม่ทั้งหมด
“ตอนนี้หนึ่งในทางเลือก คือ แนวคิดระบบรางระยะประมาณ 160 กิโลเมตร แต่ทั้งหมดต้องหารือร่วมกับร.ฟ.ท. เปรียบเทียบทุกทางเลือก เพราะเป้าหมายสำคัญคือ ไม่ให้ประเทศเสียเวลาไปมากกว่านี้ ส่วนที่ว่านักลงทุนไม่เชื่อมั่นในการลงทุนแล้วนั้น ผมว่าถ้าเขาจะไม่เชื่อมั่นก็ไม่เชื่อมั่นตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่เกี่ยวกับว่าโครงการมันล้ม แล้วที่ว่าบางธุรกิจบริการ ท่องเที่ยว ดิสนีแลนด์ ที่เคยจะมาลงทุนในไทยอาจไม่มาลงทุนแล้ว เพราะไม่มีไฮสปีด เราไม่ได้บอกว่า เราไม่มีรถไฟแล้วนะ เรายังมี แต่แค่ความเร็วมันลดลง”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี