วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
.jpg)
.jpg)
** คนที่จะมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยได้ จะมีแค่ความเก่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องมีความกล้าด้วย คนฉลาดรู้แค่หลักวิชาการว่าแก้แบบไหนถึงจะเหมาะสม แต่โดนสะกิดนิดเดียวก็ไม่กล้าตัดสินใจทำให้นโยบายดีดี ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติจริง สุดท้ายปัญหาก็จะยังอยู่ที่เดิม...แวดวงการเงิน...ขอชื่นชม ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...ผู้กล้าแห่งกระทรวงการคลังที่กล้ายอมรับว่าตอนนี้ไทยมีปัญหาเศรษฐกิจติดหล่ม โมเดลเศรษฐกิจเดิมที่เรายึดถือด้วยการพึ่งพาต่างชาติทั้งการลงทุนและการท่องเที่ยวมานาน ใช้ไม่ได้อีกต่อไป ถึงเวลาที่เราต้องกล้าที่จะเปลี่ยนเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่
…สิ่งที่คุณเอกนิติ กำลังทำคือการเดินหน้าปรับโครงสร้างทางการคลังครั้งใหญ่ ผ่านแผนการคลังระยะปานกลาง พ.ศ.2569 - 2572 ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ พร้อมร่วมมือทำ “คนละครึ่ง” กับเอกชน ในการอัพสกิล และรีสกิลให้ผู้ประกอบการไทยทันสมัย เข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น...การหารายได้ ต้องเริ่มทำไปพร้อมกันทั้ง 3 กรมภาษี ตั้งแต่กรมศุลกากรเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบาทแรก กรมสรรพสามิตก็ต้องไปดูการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ภาษีบุหรี่ ภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย และในส่วนของกรมสรรพากร เช่น การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มแบบขั้นบันได การปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมทบทวนความเหมาะสมของค่าลดหย่อนบางรายการ
…เรื่อง VAT 10% มีการพูดคุยมานานแล้ว แค่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าที่จะไม่ต่ออายุพระราชกฤษฎีกาลด VAT ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ในอนาคตที่สัดส่วนรายได้รัฐนับวันมีแต่จะลดลง ในขณะที่รายจ่ายจากการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าสู่สังคมผู้อายุกลับเพิ่มขึ้น และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการปรับขึ้น VAT ซึ่งเป็นภาษีที่ก่อให้เกิดรายได้ไม่ยาก แค่ขึ้น 1% ก็ได้เงินเพิ่ม 7-8 หมื่นล้านบาทแล้ว…นอกจากการสร้างรายได้เพิ่มแล้ว การอุดรูรั่วด้านการคลังก็ควรให้ความสำคัญด้วย เช่นเรื่องโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่ศึกษากันมาไม่รู้กี่รอบ ทุกสำนัก ทุกหน่วยงาน ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ หรือหน่วยงานอย่าง OECD และธนาคารโลก ที่เรากำลังไปขอกู้เงินเขา ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่าให้ปรับเป็นโครงสร้างแบบอัตราเดียวได้แล้ว ไม่ซับซ้อน จัดเก็บรายได้ง่ายขึ้น
...ที่สำคัญคือจะช่วยอุดรูรั่วของภาษีสรรพสามิตที่หายไปช่วงปี 2561-2568 กว่า 70,000 ล้านบาท ให้กลับมาคงที่ได้ไม่ติดลบ 5 ปีซ้อนอย่างที่ผ่านมา ซึ่งคุณเอกนิติก็ทราบดีเพราะเคยนั่งเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิตและปูทางเรื่องนี้ไว้แล้วเพียงแต่ยังไม่ทันเสร็จก็ย้ายไปอยู่กรมธนารักษ์ซะก่อน วันนี้คุณเอกนิติมีโอกาสทำหลายเรื่องที่ตอนเป็นข้าราชการกระทรวงการคลังทำไม่ได้ ก็อยากให้ใช้โอกาสที่ทำสิ่งที่เป็น Quick Big Win จริง ๆ ซึ่งหมายถึงต้องทำเร็ว ทำเลย เห็นผลทันที ไม่มีรีรอ...ติดนิดเดียว...ตอนนี้ คุณพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต...ซึ่งดูแลภาษียาสูบ...ทำไมเงียบจังกับเรื่องภาษียาสูบ....ฝากรมว.คลังไปสะกิดหน่อย...ถามตรงทำได้ไหมหรือไม่กล้าทำ...บอกมาตรงๆๆ...จะได้ขยับปรับเปลี่ยนให้มัน”ถูกฝาถูกตัว”...**
** อนันตเดช พง์พันธุ์**

เช็กรายชื่อ คำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการตำรวจ ระดับ รอง ผบก.- สว. วาระประจำปี 2568
นับถือหัวใจ! สูญเสียแม่ต่อหน้า แต่สปิริตสูงมาก อาสานำทีมกู้ภัยช่วยชีวิตเพื่อนบ้าน
‘แทนไท’ ต่อสัญญาไทดอลมิวสิค เดินหน้าควบคู่การเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย ฉลองอายุครบ 19 ปี
‘ไข่มุก วรัทยา’ เปิดตัว Mini Album ‘Sweet Secret’พร้อมซิงเกิลสดใส ‘Cotton Candy’
ระดมแพทย์พิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ดับแล้ว145ศพ คืนร่างให้ญาติ-เยียวยา2ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี