วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
** คุณภูมิจิตต์ พงษ์พันธ์งาม ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.)...ยอมรับว่า ปัจจุบันมีหลากหลายปัจจัยที่ส่งกระทบเชิงลบต่ออุตสาหกรรมยาสูบของไทยและยสท.เองด้วย...เช่น...นโยบายของรัฐที่ควบคุม...โครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลง(ผู้บริโภคหันไปใช้สินค้าทดแทนมากขึ้น)...บุหรี่ผิดกฎหมาย...การแข่งขันจากบุหรี่ต่างประเทศ...ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ฯลฯ....แต่ในเมื่อตนมารับหน้าที่บริหารองค์กร ยังไงก็ต้องทำให้องค์กรอยู่รอดให้ได้...ในเมื่อรายได้หลัก(การขายบุหรี่ในตลาดต่างประเทศ) ที่คิดเป็น 95% ของรายได้หลักของ ยสท.หายไปอย่างมีนัยยะสำคัญ...ก็ต้องมองหารายได้อื่นมาทดแทน...ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะมีทิศทางที่ดี...เช่น...ส่งออกบุหรี่...ส่งออกใบยาสูบ...ธุรกิจโรงพยาบาลสวนเบญจกิติฯ...รายได้จากผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น ธุรกิจรับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์ ธุรกิจยาเส้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์...ซึ่งปี 2568 ทำรายได้ให้ถึง 1.5 พันล้านบาท...คิดเป็น 15% ของ ยสท. สำหรับปี 2569...มีธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีกหลายประเภท...เช่น การตั้งโรงงานผลิตสารสกัดจากใบยาสูบเพื่อทางการแพทย์(คาดว่าเริ่มได้ปี2570)...ซึ่งมีการวิจัยจาก โรงพยาบาลจุฬาฯ แล้วพบว่าเอามารักษาโรคมะเร็งได้....การผลิตซิการ์ ซึ่งได้ร่วมมือกับผู้ผลิตระดับโลก...ขณะนี้เริ่มทำลองปลูกแล้วที่ จ.เชียงราย...ซึ่งให้ผลเป็นที่น่าพอใจ...และในปี 2569 นี้เองรายได้จากธุรกิจอื่นจะขยับขึ้นมาในระดับ 20% ของรายได้หลักของ ยสท...** สำหรับ...แวดวงการเงิน...ปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมยาสูบของไทย...คือบุหรี่ผิดกฎหมาย...ซึ่งในช่วงก่อนปิดด่านชายแดนกัมพูชา ตอนนั้นกินส่วนแบ่งของตลาดไปแล้ว 28%...และแม้ว่าจะมีการปิดด่านชายแดนกัมพูชา...สัดส่วนลดลงไปแค่ 3% เท่านั้นเอง...ทั้งที่ผลการการศึกษาของหลายฝ่ายระบุว่า บุหรี่ผิดกฎหมายทะลักเข้ามาจากฝั่งกัมพูชามากที่สุด...แสดงว่าตอนนี้มีการลักลอบนำเข้าผ่านมาทางช่องทางอื่นทดแทนช่องทางกัมพูชา...ทำไมปราบไม่หมด ปราบไม่ได้...คำตอบคือ ผลตอบแทนมันคุ้มค่า...ต้นทุนบุหรี่แค่ 10 บาท/ซอง...ขายแค่ 28-30 บาท/ซอง(บุหรี่ผิดกฎหมาย)...ก็ยังกำไรมากว่า100%...ต่อให้ถูกจับได้ ที่หลุดรอดเข้ามาก็ยังมีกำไรเหลือแบบจุกๆ...เอาล่ะเรื่องปราบปราบก็ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่ประสานกำลังกับทุกหน่วยงานดำเนินการไป ยสท.เพียงลำพังทำอะไรไม่ได้หรอก...ได้แต่ตั้งหนาตั้งตาทำมาหากินกันต่อไป ** ว่าด้วยเรื่องการหารายได้ใหม่จากทรัพยากรที่ ยสท.มีอยู่นั้นยังมีโอกาสที่เปิดรอรับอีกมาก...ยกตัวอย่างกำลังการผลิตของโรงงานยาสูบ...ที่มีสูงถึง 3 หมื่นล้านมวน/ปี...แต่ตอนนี้ใช้แค่ 1 หมื่นล้านมวน/ปีเท่านั้น...กำลังผลิตที่เหลือสามารถรับจ้างผลิตได้อีกมาก...บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่ต่างชาติ...เองก็อยากที่จะมาจ้างให้ ยสท.ผลิตให้....แต่มันติดที่ พ.ร.บ.การยาสูบ...ที่กำหนดว่า รับจ้างผลิตได้ แต่ต้องเพื่อการส่งออกเท่านั้น ผลิตเพื่อขายในประเทศไม่ได้...ไหนจะเรื่องของ ยสท.ที่กำหนดไว้ว่าต้องเป็นสวัสดิการของพนักงาน ยสท.เท่านั้น...ทั้งๆที่จริงสามารถเพิ่มฐานลูกค้าจากภายนอกได้อีก...!! ยังมีอีกหลายๆเรื่องที่ติดขัดทางกฎหมาย...ยสท.เองก็พยายามยื่นขอทาง...สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)...ไปแล้ว แต่ทาง สคร.บอกว่าให้ไปทำแผนรองรับระยะยาวมาก่อน...อิหยังว่ะ???...อยากถาม...คุณธิบดี วัฒนกุล ผอ.สคร. ว่า สคร.ควรเป็นหน่วยสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจก้าวไปข้างไม่ใช่หรือครับ...ทำไมมาเตะตัดขารัฐวิสากิจเสียเองแบบนี้ล่ะ????....**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

เตือนพายุฤดูร้อน ช่วง 11-12 มี.ค. เหนือ-อีสาน-กลางตอนบน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง
จีนเรียกร้องหยุดยิงทันที! เตือนสงครามตะวันออกกลางเสี่ยงลุกลามหนัก
โจ๋วัย 17 นัดฉลองวันเกิดกับเพื่อนริมหาด พิเรนทร์เล่นมวยปล้ำ จับเพื่อนกดใต้น้ำหวิดสิ้นชื่อ
หนีไม่รอด! รวบหนุ่มเปิดบัญชีรับเงินเดือนเว็บพนัน สุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้า
CIB รวบสาวแสบ หลอกโอนเงิน อ้างค่าภาษีพัสดุส่งจากต่างประเทศ เหยื่อหลงเชื่อ สูญเงินหลายแสน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี