วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“คอร์รัปชันไม่มีทางหมดไปในสังคมไทย”ผู้เขียนได้ยินประโยคนี้จากผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านคอร์รัปชันในหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่ง ในวันนั้นผู้เขียนได้พูดให้กำลังใจกับผู้เข้าร่วมท่านนั้นไป แต่หลังจากทำงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านคอร์รัปชันมาสองปี ผู้เขียนก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมหลายคนจึงคิดเช่นนั้น เพราะต่อให้เราเข้าใจรากของปัญหาและพยายามเปลี่ยนแปลงมัน วงจรการทุจริตคอร์รัปชันนี้ก็หยั่งรากลึกในประเทศไทยเกินกว่าจะสั่นคลอนได้ ตราบใดที่ยังมีระบบคอยรองรับและทำให้พฤติกรรมเหล่านี้ดำรงอยู่ได้
คอร์รัปชันในประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาของปัจเจกบุคคล แม้มันมักถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องของคนบางกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ หรือนักธุรกิจ แต่จากงานวิจัย CRIMINOGENICGOVERNANCE: Systemic CorruptionRisks and Crime in Thailand’sProvincial Administration (KajohnsakChaokromthong, Nittaya Sinthao, 2568) ชี้ให้เห็นว่า รากของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่อยู่ที่กลไกเชิงระบบที่เอื้อให้การทุจริตสามารถเกิดขึ้นได้
งานวิจัยดังกล่าวอธิบายว่า ปัญหานี้เชื่อมโยงกันในหลายมิติ ทั้งมิติด้านโครงสร้างที่มีการรวมศูนย์อำนาจและเครือข่ายอุปถัมภ์ ส่งผลให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอ่อนแอมิติด้านกระบวนการที่เปิดช่องให้เกิดการบิดเบือน เช่น ระบบจัดซื้อจัดจ้างและการใช้ดุลยพินิจในกฎระเบียบ และมิติด้านพฤติกรรมที่การให้สินบนถูกทำให้เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในทางปฏิบัติ เมื่อทั้งสามมิตินี้ทำงานร่วมกัน การทุจริตคอร์รัปชันจึงดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยความโลภของใครคนใดคนหนึ่ง
ระบบและโครงสร้างทางสังคมเช่นนี้มีบทบาทสำคัญในการเอื้อให้เกิดอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การฉ้อโกงไปจนถึงอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนอย่างการฟอกเงินและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้คอร์รัปชันฝังรากลึกและยั่งยืนจนยากที่จะสั่นคลอนมันได้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ พบว่ารูปแบบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่เป็นลักษณะร่วมของประเทศที่ยังเผชิญกับปัญหาด้านธรรมาภิบาล โครงสร้างทางสังคมในลักษณะนี้ย่อมผลิตพฤติกรรมเดิมซ้ำๆ จนกลายเป็นวงจรที่โอบอุ้มกันและกัน การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยก็มีความพยายามในแนวทางนี้อยู่เสมอ เรามีทั้งงานวิจัย มีข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ และมีเวทีหารือร่วมกันจากทุกฝ่าย แต่ในระดับการปฏิบัติ เรากลับยังไม่มีระบบจากภาครัฐที่เข้มแข็งและครอบคลุมเพียงพอที่จะหยุดวงจรคอร์รัปชันในประเทศไทยได้
“ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเราสามารถทำอะไรได้บ้าง”หรือเราสามารถเอาตัวรอดในสังคมที่เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างไร แม้จะดูเป็นคำตอบที่โหดร้าย แต่อันที่จริงประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถหนีจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ ไม่ช้าก็เร็วผลกระทบจะสะท้อนกลับมาในรูปแบบของปัญหาที่เราต้องเผชิญร่วมกันไม่ว่าจะเป็นคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหามลพิษฝุ่นควันและน้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจอย่างค่าครองชีพและค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ตลอดจนปัญหาด้านความปลอดภัย การศึกษา และการบริหารจัดการของภาครัฐ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นผลพวงของระบบที่ขาดความโปร่งใสและธรรมาภิบาลทั้งสิ้น
จากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะกำลังรู้สึกท้อกับการต้องเผชิญหน้ากับระบบที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก ผู้เขียนก็รู้สึกเช่นนี้บ่อยๆ เช่นกัน ดังนั้น ผู้เขียนจึงเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อทบทวนตัวเอง ลองนึกถึงสิ่งที่เราทำได้ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง และมองไปที่พื้นที่เล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อระบบได้
เราอาจจะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามกับความผิดปกติ สังเกตสิ่งใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างในชุมชนการใช้งบประมาณของหน่วยงานแถวบ้านที่ดูสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับของที่ได้มา หรือแม้แต่การดำเนินงานเล็กๆ ที่ดูไม่โปร่งใส ปัจจุบันมีเครื่องมือจำนวนมากที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลและการตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น เช่น จับโกงงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (procurement.actai.co) แพลตฟอร์มตรวจสอบข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถมองเห็นภาพรวมและความผิดปกติโครงการภาครัฐได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
หรือเราสามารถร่วมตรวจสอบนักการเมืองผ่าน ACT Ai Politics Data (poldata.actai.co) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบตั้งคำถามเกี่ยวกับที่มาของอำนาจ และการปฏิบัติหน้าที่ของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐได้ และสามารถติดตาม ตรวจสอบ และเข้าใจการทำงานของรัฐสภาไทยได้ผ่าน Parliament Watch (parliamentwatch.wevis.info)
เมื่อพบสิ่งที่น่าสงสัย การแจ้งเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ ในปัจจุบันมีช่องทางที่สามารถแจ้งข้อมูลโดยไม่เปิดเผยตัวตนได้เช่น Corruption Watch “แชตฟ้องโกง ทันใจ”(@corruptionwatch) เครื่องมือที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชันได้ง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย ถึงแม้ในเชิงโครงสร้าง ประเทศไทยยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ควรถูกผลักดันในระดับนโยบายควบคู่กันไป
นอกจากนี้ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสียงต่อประเด็นสาธารณะก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน แม้ในหลายครั้งข้อเรียกร้องเหล่านั้นอาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่การแสดงจุดยืนและเจตจำนงของประชาชนเป็นสิ่งที่ทำให้กระบวนการตัดสินใจของภาครัฐไม่สามารถดำเนินไปอย่างเงียบเชียบได้ การส่งเสียงและตั้งคำถาม คือแรงกดดันสำคัญที่ทำให้การใช้อำนาจโดยมิชอบทำได้ยากขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว แม้การกระทำของเราอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันก็สามารถสร้างผลกระทบต่อระบบได้ไม่มากก็น้อย และหากการกระทำนั้นช่วยทำให้คอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ยากขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ก็ยังมีคุณค่ามากกว่าการไม่ทำอะไรเลย เพราะคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาที่อยู่ไกลตัว แต่จะย้อนกลับมากระทบชีวิตของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ได้เริ่มจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไปแต่อาจเริ่มจากการไม่มองข้ามสิ่งเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า การตั้งคำถามกับความผิดปกติ และการไม่ปล่อยให้สิ่งที่ไม่ปกติกลายเป็นเรื่องปกติของสังคม
ธรีญา อึ้งตระกูล

ล้มทั้ง5ญัตติ คว่ำกมธ.แลนด์บริดจ์ ส่งแค่ข้อเสนอให้ครม.
โอ๊ยเล่าเรื่อง เทอม4 (HauntedUniversities4)
หน้าหงายขณะไปวัดขอขมาศพ ต่อยผอ.เมาขับ เพื่อนไรเดอร์โกรธแค้น
มติสภาโหวตท่วมท้น อุ้มสส.สีเทา ไม่ส่งตัว‘ชนนพัฒฐ์’ โยงคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน
ฟีเวอร์จนถึงวันสุดท้าย พุ่ง26ล้านคน ปิดลงไทยช่วยไทยพลัส รบ.ปลื้มกระแสตอบรับดี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี