วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หลังจากการเปิดรับสมัครผู้เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาพของบรรดาผู้สมัครทั้งในนามพรรคการเมืองใหญ่และกลุ่มอิสระที่พกพารอยยิ้ม ความมั่นใจ และ “คลังนโยบาย” ชุดใหญ่มาประชันกัน สะท้อนถึงความคึกคักที่กำลังจะระเบิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสีสันและบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจ สิ่งอยากชวนคนกรุงเทพมหานครตั้งสติร่วมกัน คือความล้นทะลักของสิ่งที่เรียกว่า “บุฟเฟต์นโยบาย” ผู้สมัครบางรายสู้กันด้วยตัวเลข นำเสนอนโยบายสวยหรูละลานตามากมายถึง 200-250 ข้อ ราวกับจะเสกกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองสวรรค์ได้ในชั่วข้ามคืน
คำถามสำคัญที่คือ นโยบายหลักร้อยข้อเหล่านั้นสามารถปฏิบัติได้จริงในโลกกายภาพที่มีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ กฎหมายที่ทับซ้อน และระบบราชการที่ฝังรากลึก หรือเป็นเพียง “วิมานในอากาศ” ที่จงใจผลิตออกมาเพื่อขายฝันในฤดูหาเสียงเท่านั้น?
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดในการเลือกตั้งยุคนี้คือ “มายาภาพบนโลกโซเชียลมีเดีย” ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบอัลกอริทึมและแผนการตลาดออนไลน์ชั้นยอด กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างคะแนนนิยม เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่ผู้สมัครบางคน มีความถี่ในการสื่อสารสูง มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย นำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกใจชาวเน็ตจนคะแนนนิยมติดลมบน ทั้งที่หากกางประวัติการทำงานและมองด้วยสายตาแห่งความเป็นจริงไม่มี “ผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน” ในการแก้ปัญหาเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
เรากำลังอยู่ในระบบการเมืองที่ “คนพูดเก่งและสื่อสารบ่อย” ได้เปรียบ “คนลงมือทำงานเงียบๆ” หากคนกรุงหลงทิศไปกับภาพลักษณ์ที่ถูกปรุงแต่งผ่านคลิปสั้นและการถ่ายทอดสดออนไลน์ หรือยอดไลก์ยอดแชร์ที่ปั่นกระแสขึ้นมาได้ เราก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะได้เพียง“อินฟลูเอนเซอร์” มานั่งเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดที่เสาชิงช้า แต่ปัญหาของเมืองกลับถูกทิ้งไว้ใต้พรมเช่นเดิม
บทเรียนราคาแพงที่คนกรุงเทพฯ ต้องไม่ลืมคือกรณีอื้อฉาวเรื่อง “การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพงเกินจริง” ในศูนย์กีฬาสังกัด กทม. ที่เคยตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพของลู่วิ่งไฟฟ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายที่งบประมาณพุ่งสูงถึงตัวละเฉียด 8 แสนบาท สร้างความโกรธเคืองให้แก่ประชาชนผู้เสียภาษีอย่างรุนแรง ย้อนแย้งกับนโยบายการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงรุก อย่างสิ้นเชิง
ถึงเวลาแล้วที่คนกรุงเทพมหานครจะต้อง “ก้าวข้ามมายาภาพแห่งการสื่อสาร” และเลิกตัดสินผู้สมัครเพียงเพราะตัวเลขจำนวนนโยบายที่ทับถมเข้ามา อีก 1 เดือนนับจากนี้จนถึงวันเข้าคูหา คือช่วงเวลาที่พวกเราต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจสอบ” ไม่ใช่นักช้อปปิ้งที่หลงเชื่อป้ายโฆษณาชวนเชื่อ
เราต้องการผู้ว่าฯ กทม. ที่บอกเราอย่างตรงไปตรงมาว่านโยบายข้อไหนจะทำก่อน-หลัง มีแผนปฏิบัติการ ที่จับต้องได้จากงบประมาณที่มีอยู่จริง และที่สำคัญที่สุดคือ มีมาตรการปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานกทม. อย่างจริงจังไม่ใช่เก่งแต่บริหารภาพลักษณ์ในจอสมาร์ตโฟน แต่ในโลกความเป็นจริงคนกรุงเทพฯยังต้องจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ

เจ้าอาวาสเผย พระซุกสีกาคากุฏิ ขอมาอยู่ด้วย บอกเห็นในหมู่บ้านมีงานศพเยอะ-เงินดี
อารักชี ต่อสายตรงหารือ โอมาน ผนึกกำลังรับมือภัยคุกคาม หลังเจอ ทรัมป์ หมายหัวขู่บึ้ม
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำแนะนำประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 1,684 ราย
ไปต่อไม่ไหว! 'บอล เชิญยิ้ม' โพสต์แยกทางภรรยา 'ยูริ' จบสัมพันธ์คู่ชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี