วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
หลังจากการเปิดรับสมัครผู้เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาพของบรรดาผู้สมัครทั้งในนามพรรคการเมืองใหญ่และกลุ่มอิสระที่พกพารอยยิ้ม ความมั่นใจ และ “คลังนโยบาย” ชุดใหญ่มาประชันกัน สะท้อนถึงความคึกคักที่กำลังจะระเบิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสีสันและบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจ สิ่งอยากชวนคนกรุงเทพมหานครตั้งสติร่วมกัน คือความล้นทะลักของสิ่งที่เรียกว่า “บุฟเฟต์นโยบาย” ผู้สมัครบางรายสู้กันด้วยตัวเลข นำเสนอนโยบายสวยหรูละลานตามากมายถึง 200-250 ข้อ ราวกับจะเสกกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองสวรรค์ได้ในชั่วข้ามคืน
คำถามสำคัญที่คือ นโยบายหลักร้อยข้อเหล่านั้นสามารถปฏิบัติได้จริงในโลกกายภาพที่มีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ กฎหมายที่ทับซ้อน และระบบราชการที่ฝังรากลึก หรือเป็นเพียง “วิมานในอากาศ” ที่จงใจผลิตออกมาเพื่อขายฝันในฤดูหาเสียงเท่านั้น?
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดในการเลือกตั้งยุคนี้คือ “มายาภาพบนโลกโซเชียลมีเดีย” ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบอัลกอริทึมและแผนการตลาดออนไลน์ชั้นยอด กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างคะแนนนิยม เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่ผู้สมัครบางคน มีความถี่ในการสื่อสารสูง มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย นำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกใจชาวเน็ตจนคะแนนนิยมติดลมบน ทั้งที่หากกางประวัติการทำงานและมองด้วยสายตาแห่งความเป็นจริงไม่มี “ผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน” ในการแก้ปัญหาเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย
เรากำลังอยู่ในระบบการเมืองที่ “คนพูดเก่งและสื่อสารบ่อย” ได้เปรียบ “คนลงมือทำงานเงียบๆ” หากคนกรุงหลงทิศไปกับภาพลักษณ์ที่ถูกปรุงแต่งผ่านคลิปสั้นและการถ่ายทอดสดออนไลน์ หรือยอดไลก์ยอดแชร์ที่ปั่นกระแสขึ้นมาได้ เราก็เสี่ยงอย่างยิ่งที่จะได้เพียง“อินฟลูเอนเซอร์” มานั่งเก้าอี้ผู้บริหารสูงสุดที่เสาชิงช้า แต่ปัญหาของเมืองกลับถูกทิ้งไว้ใต้พรมเช่นเดิม
บทเรียนราคาแพงที่คนกรุงเทพฯ ต้องไม่ลืมคือกรณีอื้อฉาวเรื่อง “การจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาแพงเกินจริง” ในศูนย์กีฬาสังกัด กทม. ที่เคยตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาพของลู่วิ่งไฟฟ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายที่งบประมาณพุ่งสูงถึงตัวละเฉียด 8 แสนบาท สร้างความโกรธเคืองให้แก่ประชาชนผู้เสียภาษีอย่างรุนแรง ย้อนแย้งกับนโยบายการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงรุก อย่างสิ้นเชิง
ถึงเวลาแล้วที่คนกรุงเทพมหานครจะต้อง “ก้าวข้ามมายาภาพแห่งการสื่อสาร” และเลิกตัดสินผู้สมัครเพียงเพราะตัวเลขจำนวนนโยบายที่ทับถมเข้ามา อีก 1 เดือนนับจากนี้จนถึงวันเข้าคูหา คือช่วงเวลาที่พวกเราต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจสอบ” ไม่ใช่นักช้อปปิ้งที่หลงเชื่อป้ายโฆษณาชวนเชื่อ
เราต้องการผู้ว่าฯ กทม. ที่บอกเราอย่างตรงไปตรงมาว่านโยบายข้อไหนจะทำก่อน-หลัง มีแผนปฏิบัติการ ที่จับต้องได้จากงบประมาณที่มีอยู่จริง และที่สำคัญที่สุดคือ มีมาตรการปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานกทม. อย่างจริงจังไม่ใช่เก่งแต่บริหารภาพลักษณ์ในจอสมาร์ตโฟน แต่ในโลกความเป็นจริงคนกรุงเทพฯยังต้องจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ

ศุภชัย สวนกลับ เจ๊แมว ยันไม่ได้แพ้ 4 คดีรวด ซัดอย่าบิดเบือนมั่วๆ
ปธน.มาครง โพสต์ร่ายยาว เหตุไฟป่าผลาญฝรั่งเศส ขอบคุณสุดซึ้งเจ้าหน้าที่-พันธมิตรในยุโรป
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ คนห่วงโจรมากกว่าทหาร ลั่น หนักแผ่นดิน
พักรบส่งสัญญาณบวก ราคาน้ำมันโลกร่วง 5.7% WTI หลุด 85 เหรียญ หลังสหรัฐ-อิหร่านหยุดยิง 2 วัน
ไทยผงาด แซงเวียดนาม! ครึ่งปี 69 ดึง FDI กว่า 4.06 หมื่นล้านดอลลาร์ รับอานิสงส์การลงทุน AI-ดาต้าเซ็นเตอร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี