วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การทำคดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นกำลังเข้มข้น โดยคณะกรรมการสอบทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี’68 ชุดที่นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สรุปผลการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้วและเตรียมจะส่งการบ้านให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูลในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ พร้อมข้อเสนอแนะสั่งการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายปกรณ์ เรียกบทสรุปรายงานชิ้นนี้คือ แผนประทุษกรรมคดีโกงสอบ โดยไม่ได้มีการระบุว่าใครผิด-ใครถูก แต่เชื่อมโยงให้เห็นภาพชัดๆ ว่า แต่ละขั้นตอนของแต่ละหน่วยงานนั้น มีใครรับผิดชอบ และเกี่ยวข้องตรงไหนบ้าง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100 กว่าคนทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชน ส่วนจะมีนักการเมืองเอี่ยวด้วยหรือไม่นั้น คงต้องรอติดตามอย่างใกล้ชิด
สรุปภาพรวมให้สั้นๆ ที่เป็นประเด็นน่าสนใจคือ ในแผนประทุษกรรมดังกล่าว พบถึงความผิดปกติตั้งแต่การทำ TOR กระบวนการทำสัญญาจัดจ้าง การจัดสอบ และการประกาศผล แต่ที่น่าสงสัยมากก็คือ เดิมขอบรรจุ 8,000 ตำแหน่ง แต่ตอนบรรจุกลับบวมมาเป็น 10,000 ตำแหน่งได้อย่างไร ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่มีมติอะไรรองรับ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีโกงสอบ ตั้งแต่วันที่มีการจับกุม เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ ล่วงเข้าเดือนเศษๆ คดีถูกขยายผลต่อเนื่องคือถ้าดูจากต้นสังกัดอย่างคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) รุดหน้าไปพอสมควร หลังมีมติยกเลิกบรรจุทั้ง 5,924 คน เพราะตรวจพบคะแนนผิดปกติ แล้วให้ไปจัดลำดับประกาศบัญชีกันใหม่
ทีนี้ก็เหลือขั้นตอนใช้อำนาจตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไปออกคำสั่งเพิกถอนการบรรจุข้าราชการรายนั้นๆพ้นจากราชการ ส่วนจะจบง่ายๆ หรือไม่ หรือว่าข้าราชการรายใดๆ ที่ได้รับผลกระทบจากมติของ กสถ.หรือ อปท. จะไปฟ้องร้องศาลปกครอง ก็คงจะว่ากันเป็นรายๆ ไป
ขณะที่ทางฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจะส่งสำนวนต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้ยกเป็นคดีพิเศษ และอยู่ในระหว่างการไต่สวนอยู่ในเวลานี้ว่า จะมีการแจ้งข้อกล่าวใครบ้าง โดยทั้งสองหน่วยงานนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานหลัก
ประเด็นทางสังคม ณ เวลานี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ว่า มีคนโกงสอบกี่คนและจะเพิกถอนบรรจุเท่าไหร่ แต่ตั้งความหวังไว้สูงว่า THE LAST BOSS ที่สั่งการและอยู่เบื้องหลังขบวนการโกงสอบทั้งหมดนี้เป็นใคร เนื่องจากไม่มีใครเชื่อว่า ด้วยพฤติการณ์การโกงสอบมโหฬารระดับชาติครั้งนี้ จะมีแค่ปลาซิวปลาสร้อยไม่กี่คนสุมหัววางแผนทำกันเองโดยไม่มีพลังภายในคอยหนุนหลัง
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องเค้นออกมาให้ได้ว่า เส้นเงิน 4.5 พันล้านบาทที่สะพัดในวงจรอุบาทว์นี้ ไหลไปทางไหน เข้ากระเป๋าใครบ้าง นี่คือคำตอบที่มีน้ำหนักมากพอที่จะชี้อนาคตของรัฐบาลได้เลย ดังนั้น จึงอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะกล้าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หรือจะพลิกโอกาสให้เป็นวิกฤต การสอบทุจริตนั้นไม่ยาก แต่จะกล้าสอบถึงไหนแค่นั้นเอง เพราะนั่นคือตัวการของวงจรอุบาทว์ที่แท้จริง

อิตาลีรับไม้ต่อไทย โซเชียลแฉเป็น ลูกเจ้าหน้าที่ ใช้งบประกันสังคมเที่ยว
ถนอม สวนกลับ อภิสิทธิ์ หลังติงปมลดค่าการกลั่นน้อย เหน็บ ถ้าทำได้อย่าง เอกนัฏ จะยอมกลับไปเลือกอีกครั้ง
พบศพอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย เสียชีวิตปริศนาคาห้องนอน ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิด
สธ. แจงแอปฯ หมอพร้อม ทำงานปกติ ปมข้อมูลการรักษาไม่ตรง
มาแล้ว!! ผลเลือกตั้ง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด อย่างไม่เป็นทางการ เศกสิทธิ์ นายกเก่าชนะขาด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี