วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ในวันที่ประเทศไทยกำลังพูดถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การดึงดูดการลงทุน และการทำให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตอย่างมีศักยภาพ คำถามหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เรากำลังแพ้เพราะต้นทุนอะไร ต้นทุนค่าแรง ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการเงิน หรือแท้จริงแล้วมี“ต้นทุนแฝง” อีกชนิดหนึ่งที่กัดกินเศรษฐกิจไทยมานาน นั่นคือ“สินบน” ซึ่งไม่ได้ปรากฏอยู่ในงบดุลของบริษัท แต่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอนของการขออนุญาต การตรวจสอบ การนำเข้า-ส่งออก การก่อสร้าง การขนส่ง และการติดต่อราชการแทบทุกมิติ
ข้อมูลจากภาคเอกชนที่เปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา โดยคณะทำงาน Zero Corruption ของ กกร. และเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” สะท้อนภาพที่น่ากังวลอย่างยิ่งผลสำรวจผู้บริหารและตัวแทนภาคธุรกิจ 401 รายทั่วประเทศ พบว่า 89.1% มองว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในระดับปานกลางถึงมากที่สุด ขณะที่51.2% เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันแย่ลงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน และ 51% ระบุว่าความยุ่งยากในการติดต่อราชการเพิ่มขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียง “ความรู้สึก” ของภาคธุรกิจ แต่เป็นสัญญาณว่าระบบราชการจำนวนไม่น้อยกำลังกลายเป็นด่านต้นทุน มากกว่าจะเป็นกลไกอำนวยความสะดวกให้เศรษฐกิจเดินหน้า
เมื่อสินบนกลายเป็นต้นทุน ธุรกิจย่อมต้องหาทางส่งผ่านต้นทุนนี้ไปยังราคาสินค้าและบริการผู้บริโภคจึงเป็นผู้จ่ายในท้ายที่สุด แต่ผลเสียไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะสินบนยังทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรมธุรกิจที่เก่งกว่า มีนวัตกรรมมากกว่า หรือทำถูกต้องตามกฎหมาย อาจแพ้ธุรกิจที่รู้จัก “จ่ายเป็น” หรือมีเครือข่ายกับผู้มีอำนาจ SMEs ที่ไม่มีสายสัมพันธ์หรือไม่มีเงินพิเศษจ่ายย่อมเสียเปรียบ นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการกฎกติกาชัดเจนก็อาจเลือกไปประเทศอื่นแทน เมื่อเป็นเช่นนี้ ประเทศไทยจึงไม่ได้เสียแค่เงินใต้โต๊ะ แต่เสียทั้งโอกาส การลงทุน ความเชื่อมั่น และอนาคตทางเศรษฐกิจ
หากมองไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาค จะเห็นว่าหลายประเทศกำลังพยายามลดต้นทุนคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เวียดนามเดินหน้าปราบคอร์รัปชันผ่านแคมเปญขนาดใหญ่ มีการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและขยายการบังคับใช้ไปถึงภาคเอกชน ขณะเดียวกัน มาเลเซียก็พยายามยกระดับกลไกต่อต้านคอร์รัปชันและฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนหลังเผชิญคดีใหญ่ในอดีต ประเทศเหล่านี้เข้าใจว่า การแข่งขันในโลกยุคใหม่ไม่ได้วัดกันเพียงค่าแรงถูกหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ยังวัดกันที่ความแน่นอนของกติกา ความโปร่งใสของรัฐ และความเร็วในการทำธุรกิจ หากไทยยังปล่อยให้สินบนเป็น“ภาษีเถื่อน” ที่ธุรกิจต้องจ่าย เราก็ยากจะแข่งขันกับใครได้จริง
ทางออกจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การรณรงค์หรือการขอความร่วมมือ เพราะปัญหาสินบนจำนวนมากเกิดจากโครงสร้างที่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจสูงเกินไป กระบวนการอนุมัติอนุญาตไม่ชัดเจน เอกสารซ้ำซ้อน ระยะเวลาพิจารณาไม่แน่นอน และประชาชนไม่รู้ว่าคำขอของตนติดอยู่ที่ใครขั้นตอนไหน ด้วยเหตุผลใด เมื่อระบบเปิดช่องให้“เตะถ่วง” ได้ สินบนก็กลายเป็นเครื่องมือซื้อความเร็ว ซื้อความแน่นอน หรือซื้อการไม่ถูกกลั่นแกล้ง การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการลดพื้นที่สีเทาเหล่านี้ให้มากที่สุด
ข้อเสนอสำคัญคือ รัฐต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างโดยนำเทคโนโลยีมาแทนดุลยพินิจให้มากขึ้นงานอนุมัติ อนุญาต และตรวจสอบควรถูกย้ายเข้าสู่ระบบดิจิทัลที่ติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ กำหนดกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจน และควรใช้หลักเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ควรเปิดเผยข้อมูลสถิติการอนุมัติ ระยะเวลาพิจารณา จำนวนคำขอที่ถูกปฏิเสธ และเหตุผลในการปฏิเสธต่อสาธารณะ เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ หากประเทศไทยต้องการกลับมาแข่งขันได้จริง การปราบสินบนไม่ใช่เพียงวาระด้านศีลธรรมแต่คือวาระเศรษฐกิจแห่งชาติ เพราะตราบใดที่สินบนยังเป็นต้นทุนปกติของการทำธุรกิจ ไทยก็จะโตช้า แพงกว่า ไม่แน่นอนกว่า และน่าลงทุนน้อยกว่าประเทศคู่แข่งต่อไป
ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

โอฬาร วิเคราะห์ ปม ทักษิณ เดินสาย ย้ำอำนาจบริหารประเทศเป็นของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ
60 ปีที่ยังฮอต ไมค์ ภิรมย์พร ฉลองวันเกิดสุดอบอุ่น ก่อนบินลัดฟ้าทัวร์ยุโรป
คุมเข้มรับรองบุตรต่างชาติ มหาดไทย สั่งด่วน สำนักทะเบียนทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการ ป้องกัน พ่อทิพย์
ไทยเดินหน้าเวทีการทูต นายกฯ เตรียมเปิดทำเนียบเลี้ยงรับรอง รมต.ต่างประเทศอาเซียน-เมียนมา
‘เมริโน่’ซัดชัย!กระทิงดุทุบเบลเยี่ยม2-1ลิ่วตัดเชือก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี