วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อข่าวนักการเมืองร่ำรวยผิดปกติหลังพ้นตำแหน่ง หรือเจ้าหน้าที่รัฐครอบครองบ้านหลายหลัง รถหรูหลายคัน ปรากฏต่อสาธารณะ คำถามที่ตามมาคือ “ทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาอย่างไร” เพราะในสังคมประชาธิปไตย อำนาจรัฐควรเป็นเครื่องมือรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ช่องทางสะสมความมั่งคั่งของผู้มีอำนาจบางกลุ่ม
ด้วยเหตุนี้ ระบบการเปิดเผยรายได้ ผลประโยชน์ และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ (Income, Interest and Asset Declaration: IIAD) จึงเป็นกลไกสำคัญในการทำให้อำนาจรัฐ“มองเห็นได้” และ “ตรวจสอบได้” อย่างเป็นรูปธรรม ระบบดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันและตรวจจับความร่ำรวยผิดปกติ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบในหมู่ผู้ใช้อำนาจรัฐ
หัวใจของระบบนี้อยู่ที่การทำให้สังคมสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “อำนาจ” กับ “ทรัพย์สิน” ได้ชัดเจนขึ้น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูงมีบทบาทกำหนดนโยบาย จัดสรรงบประมาณ และตัดสินใจในเรื่องที่ส่งผลต่อประชาชนจำนวนมาก หากการตัดสินใจเหล่านั้นถูกบิดเบือนด้วยผลประโยชน์ส่วนตน งบประมาณที่ควรแก้ปัญหาสาธารณะอาจไหลไปสู่เครือข่ายพวกพ้องแทน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงกระทบต่อคุณภาพชีวิตความเป็นธรรม และศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ระบบเปิดเผยทรัพย์สินที่ดีจึงต้องเริ่มจากการกำหนดให้ชัดว่าใครต้องยื่นข้อมูล โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และตำแหน่งที่มีความเสี่ยงต่อการใช้อำนาจในทางมิชอบ หลายประเทศยังขยายขอบเขตไปถึงคู่สมรสและบุตร เพื่อป้องกันการถ่ายโอนทรัพย์สินผ่านบุคคลใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยควรครอบคลุมทั้งรายได้ทรัพย์สิน หนี้สิน ของขวัญการลงทุน ผลประโยชน์ทางธุรกิจ และทรัพย์สินในต่างประเทศเพื่อให้เห็นภาพฐานะทางการเงินอย่างครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม การมีเพียงแบบฟอร์มให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดความโปร่งใส หากข้อมูลเหล่านั้นไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ระบบก็อาจกลายเป็นเพียงระเบียบที่ดูเหมือนจะโปร่งใส แต่ไร้พลังในทางปฏิบัติ ดังนั้น หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องมีอำนาจ ทรัพยากร และความเป็นอิสระเพียงพอในการตรวจสอบข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการสุ่มตรวจ การตรวจตามความเสี่ยง การตรวจตามข้อร้องเรียน หรือการเปรียบเทียบความสอดคล้องระหว่างรายได้ที่แจ้งกับรูปแบบการใช้ชีวิตจริง
ในด้านเทคโนโลยี เป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ระบบนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลายประเทศพัฒนาระบบยื่นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดข้อผิดพลาด เพิ่มความปลอดภัย และเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานภาษี ที่ดิน การจัดซื้อจัดจ้าง หรือทะเบียนธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ยูเครน ใช้ระบบe-declaration เพื่อช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลและเปิดให้สังคมเข้าถึงในรูปแบบที่นำไปวิเคราะห์ต่อได้ ส่วน ลัตเวีย ใช้ข้อมูลจากฐานภาษีมาเติมในแบบฟอร์มล่วงหน้าเพื่อลดภาระผู้ยื่น ฯลฯ
ทั้งนี้ ระบบที่ดีต้องมีมาตรการหรือบทลงโทษที่ชัดเจน หากไม่ยื่น ยื่นเท็จ หรือปกปิดข้อมูล ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่โทษทางวินัย ค่าปรับ การพ้นจากตำแหน่งไปจนถึงการดำเนินคดีอาญา ฯลฯ โดยมาตรการดังกล่าวจะต้องถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ
ในบริบทประเทศไทย รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 60 วันหลังเข้ารับตำแหน่งและหลังพ้นตำแหน่ง โดยเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงบางกลุ่มต้องยื่นระหว่างดำรงตำแหน่งทุก 3 ปี กระบวนการนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบทั้งความถูกต้อง การมีอยู่จริง และความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สิน หากพบการจงใจไม่ยื่น ยื่นเท็จหรือร่ำรวยผิดปกติ ป.ป.ช. สามารถดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไปได้
อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญสำหรับมาตรการนี้ของไทยคือการที่ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จริง ปัจจุบันบัญชีทรัพย์สินถูกเปิดเผยบนเว็บไซต์ ป.ป.ช. เพียงช่วงเวลาจำกัด และเมื่อพ้นกำหนด ผู้ที่ต้องการตรวจสอบอาจต้องเดินทางไปขอคัดสำเนาด้วยตนเอง เงื่อนไขเช่นนี้ทำให้การตรวจสอบมีต้นทุนสูงเกินจำเป็น และลดทอนบทบาทของประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคมในการร่วมเฝ้ามองอำนาจรัฐ
ยิ่งไปกว่านั้น ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “บัญชีทรัพย์สิน”กับ “ผลการตรวจสอบ” บัญชีทรัพย์สินคือข้อมูลต้นทางที่เปิดให้เห็นรายละเอียดว่า ผู้ดำรงตำแหน่งมีอะไร ก่อนและหลังดำรงตำแหน่งเปลี่ยนแปลงอย่างไร ส่วนผลการตรวจสอบเป็นเพียงข้อสรุปปลายทางว่า “ปกติ” หรือ “ผิดปกติ” หากสังคมเห็นเพียงข้อสรุป แต่ไม่เห็นข้อมูลต้นทาง การเปิดเผยย่อมกลายเป็นการบอกให้ประชาชนเชื่อ มากกว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบด้วยตนเอง กล่าวคือ การเปิดเผยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ จะต้องเอื้อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย และอยู่ได้รูปแบบที่สังคมสามารถนำไปตรวจสอบได้จริง!
ท้ายที่สุด การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินคือเครื่องพิสูจน์ความโปร่งใสและความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจต่อประชาชน รัฐที่โปร่งใสไม่ควรเรียกร้องให้ประชาชนไว้วางใจโดยปราศจากข้อมูลรองรับ เพราะความไว้วางใจจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีระบบที่เปิดให้ตรวจสอบได้จริง ดังนั้น หากสังคมไทยต้องการการเมืองที่สะอาดและภาครัฐที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ จะต้องสร้างกลไกการเปิดเผยข้อมูลที่ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจได้อย่างรอบด้านเพราะเมื่ออำนาจถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างแท้จริงความรับผิดชอบต่อประชาชนย่อมเกิดขึ้นได้จริงเช่นกัน
หากสนใจศึกษาประเด็นการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินให้ลึกยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของหลักการสากล บทเรียนจากต่างประเทศ และข้อถกเถียงต่อระบบตรวจสอบของไทย สามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ใน KRAC Newsletter ฉบับล่าสุด ซึ่งรวบรวมประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างรอบด้าน ผู้สนใจสามารถสมัครรับจดหมายข่าวได้ผ่านเพจ KRAC Corruptionเพื่อไม่พลาดเนื้อหาความรู้และบทวิเคราะห์ด้านการต่อต้านคอร์รัปชันที่เข้มข้น เข้าใจง่าย และนำไปใช้ต่อได้จริง
ธนากาญจน์ กันทอง

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี