วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาด 8.2 ในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งแรงกระเพื่อมมาถึงกรุงเทพมหานคร และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่หลายคนยังไม่อาจลืม
อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่สูง 30 ชั้น มูลค่าโครงการกว่าสองพันล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้วว่าหกร้อยล้าน ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ในย่านจตุจักรได้พังทลายซ้อนทับกันเหมือนขนมชั้น โครงสร้างแกนกลางของอาคารซึ่งควรเป็นหัวใจของความแข็งแรงกลับพังทลายแทบไม่เหลือสภาพ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เหตุการณ์นี้จะครบรอบ 1 ปี แม้หนึ่งปีอาจเป็นช่วงเวลาไม่นานนักสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เขย่าความเชื่อมั่นของสังคมอย่างรุนแรง เวลาหนึ่งปีถือว่านานพอที่จะให้ประชาชนตั้งคำถามสำคัญว่า วันนี้เรารู้อะไรเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสาเหตุของอาคารถล่ม ใครควรต้องรับผิดชอบ และประเทศไทยจะหาวิธีป้องกันที่มากกว่าการถอดบทเรียนอยู่ซ้ำๆ หลังความสูญเสียได้หรือไม่
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา หลายประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยได้ทยอยปรากฏขึ้น ผลการตรวจสอบจากหลายหน่วยงานชี้ให้เห็นว่าแผ่นดินไหวอาจเป็นเพียงตัวกระตุ้นที่ทำให้โครงสร้างที่ส่อไม่ได้มาตรฐานอยู่แล้วพังทลายลง พร้อมกับเผยให้ได้กลิ่นเหม็นสาบคอร์รัปชันที่แทรกอยู่ในโครงการก่อสร้างนี้
ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการก่อสร้าง มีข้อสงสัยหลายประเด็นถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานที่ส่อล็อกสเปก การออกแบบโครงสร้าง การปรับเปลี่ยนแบบก่อสร้างหลายครั้ง ไปจนถึงการควบคุมงานและการตรวจรับงานในระหว่างการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาว่าอาจมีการปลอมลายเซ็นในการอนุมัติแบบก่อสร้างบางส่วน รวมถึงข้อสงสัยว่าการเปลี่ยนแปลงแบบบางรายการไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน
อีกประเด็นที่น่าติดตามคือโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทสัญชาติจีนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตึกถล่ม โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้บริษัทนอมินีผ่านโครงสร้างการถือหุ้นที่ให้คนไทยถือหุ้น 51% และต่างชาติ 49% ตามข้อกำหนดของกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นชาวไทยบางรายกลับไม่มีคุณสมบัติทางการเงินหรือประสบการณ์ทางธุรกิจที่สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างมูลค่าหลายพันล้านบาท ขณะเดียวกัน ที่ตั้งสำนักงานของบริษัทสัญชาติจีนนี้พบว่าเป็นเพียงอาคารพาณิชย์ขนาดเล็กที่มีบริษัทจำนวนมากจดทะเบียนอยู่ในสถานที่เดียวกัน
แม้คดีความทั้งหมดจะยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล และยังไม่อาจสรุปได้อย่างชัดเจนว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ผลการตรวจสอบที่ถูกเปิดเผยตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาก็ทำให้กลิ่นสาบของคอร์รัปชันโชยออกมาจนยากจะปิดบัง ผู้เขียนได้แต่หวังว่ากลิ่นนั้นจะลอยไปถึงผู้ที่มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน
หากประเทศไทยไม่ต้องการให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า การถอดบทเรียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งที่จำเป็นคือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อปิดช่องโหว่ของระบบกำกับดูแล
ประการแรก ควรยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินโครงการก่อสร้างสาธารณะขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการของรัฐที่มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งพันล้านบาท ต้องกำหนดให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระหรือองค์กรภาคประชาชนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลคือ ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ซึ่งพัฒนาโดยองค์กร Transparency International ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 เพื่อป้องกันการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยกำหนดให้หน่วยงานรัฐ ผู้รับเหมา และผู้สังเกตการณ์อิสระร่วมกันกำกับดูแลโครงการตั้งแต่ขั้นตอนกำหนด TOR การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการตรวจรับงาน
บทเรียนจากกรณีอาคาร สตง. ชี้ให้เห็นว่า แม้โครงการจะเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม แต่การเข้าร่วมเกิดขึ้นหลังจากขั้นตอนสำคัญ เช่น การกำหนด TOR และการคัดเลือกผู้รับเหมาได้ดำเนินการไปแล้วทำให้กลไกตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น โครงการขนาดใหญ่ของรัฐจึงควรกำหนดให้ต้องเข้าร่วมกลไกนี้ตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ประการที่สอง ประเทศไทยควรยกระดับกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันให้สามารถเอาผิดนิติบุคคลได้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงลงโทษผู้ปฏิบัติงานระดับล่างเท่านั้น หลายประเทศใช้มาตรการลงโทษบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เช่น การปรับเงินจำนวนสูง และการตัดสิทธิ์เข้าร่วมประมูลโครงการรัฐ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ใน อนุสัญญาต่อต้านสินบนของ OECD เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บริษัทลงทุนในระบบกำกับดูแลภายในของตนเอง แต่ในประเทศไทยกว่าบริษัทที่ทำผิดจะถูกขึ้นบัญชีดำ ก็มักพบว่าได้เร่ไปรับงานรัฐอีกหลายโครงการ บางแห่งถึงขั้นทิ้งงาน ทำให้สูญเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์
ประการที่สาม รัฐควรกำหนดให้บริษัทที่เข้าร่วมประมูลงานภาครัฐต้องเปิดเผยข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัท (Beneficial Ownership) มาตรการดังกล่าวถูกใช้ในหลายประเทศเพื่อป้องกันการใช้บริษัท นอมินีหรือโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อนในการซ่อนตัวผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญของการฮั้วประมูลและการทุจริตในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ การเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้นที่แท้จริงจะช่วยให้หน่วยงานตรวจสอบและภาคประชาชนสามารถติดตามได้ว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังบริษัทที่ได้รับงานจากรัฐ และช่วยลดโอกาสที่บริษัทนอมินีจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
โศกนาฏกรรมตึก สตง. เตือนให้เราตระหนักว่า หากมีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นจริง ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้พรากเพียงผลประโยชน์ของส่วนรวม แต่มันสามารถพรากชีวิตของผู้คนไปได้จริง ความยุติธรรมของคดีนี้จึงไม่ควรจบลงเพียงการหาผู้รับผิดชอบเป็นรายบุคคล หากแต่ต้องนำไปสู่การสร้างระบบที่ทำให้การโกงเกิดขึ้นได้ยากขึ้น และทำให้ผู้ที่คิดจะโกงต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงพอ
ท้ายที่สุดแล้ว อาคารที่พังทลายในวันนั้นอาจไม่ได้ถล่มลงเพียงเพราะแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน แต่อาจพังลงเพราะแรงสั่นสะเทือนจากความเปราะบางของระบบกำกับดูแล และความโลภของมนุษย์ที่ฝังอยู่ในโครงสร้างของรัฐเอง
แหล่งที่มา
1. https://today.line.me/th/v3/article/j758Nka
2. https://www.bangkokbiznews.com/politics/1183521
3. https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5125370
4. https://www.facebook.com/permalink.phpstory_fbid=pfbid02FwRiJVFAobKpno6WURmmD7ceFg24eUXWVwsQ72WjvR8BDGGYH4fpRscNijjv7iBUl&id=100076291060692&rdid=q7Eoge9acTMDu2yf#
5. https://bit.ly/4b8O2z2
6. https://bit.ly/410ZSVM
7. https://bit.ly/4rq1PG3
รักษ์ป่า อู่สุวรรณ

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี