วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตซัพพลายเชนขาดแคลนและต้นทุนพลังงานพุ่งสูงทะลุเพดานสิ่งที่รัฐบาลไทยชุดนี้เลือกทำกลับไม่ใช่การ“ดับไฟที่ต้นลม” แต่คือการ “สาดน้ำมันเข้ากองเพลิง” เพียงเพื่อรักษาคะแนนนิยมที่กำลังร่วงกราว โดยไม่สนว่าสิ่งที่เหลือทิ้งไว้จะเป็นเถ้าถ่านที่ประชาชนต้องรับผิดชอบไปชั่วลูกชั่วหลาน
1. ตรรกะวิบัติ: กระตุ้นอุปสงค์ในวันที่สินค้าขาดแคลน
ความหน้ามืดตามัว สะท้อนผ่านนโยบายแจกเงินให้คนไปช้อปปิ้งถึง 60%ของราคาสินค้า นี่คือยาพิษที่เคลือบน้ำตาลอย่างชัดเจน ในสภาวะที่วัสดุการผลิตขาดแคลนและต้นทุนสูงลิ่วการที่รัฐไปหนุนให้คนแห่กันซื้อสินค้า (เพราะจ่ายเองแค่40%) ยิ่งเป็นการกระแทกแรงกดดันฝั่งดีมานด์ให้พุ่งสูงขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ“ภาวะเงินเฟ้อที่ควบคุมได้ยาก” เมื่อความต้องการมีมากกว่าของที่มีอยู่ ราคาสินค้าก็ยิ่งทะยานฟ้า
นี่คือการแก้ปัญหาที่ฉลาดที่สุดแล้วหรือ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยลดค่าครองชีพจริงแล้ว ยังเป็นการซ้ำเติมให้การผลิตชะงักงัน ผู้ผลิตหาวัตถุดิบไม่ได้ได้ก็มีราคาแพง แต่กลับถูกกดดันด้วยแรงซื้อที่บวมโต
2. บริหารแบบ “เหยียบคันเร่งแทนที่จะแตะเบรก”: ทำไมไม่ลดต้นทุน?
รัฐบาลเลือกทางที่ดูเท่ในการแจกเงินแต่กลับเมินเฉยต่อการแก้ไขที่โครงสร้างต้นทุน:
• ภาษีสรรพสามิต: รัฐยังคงกระหายสูบเงินจากประชาชน ขูดรีดภาษีสรรพสามิตน้ำมันและอื่นๆ รวมๆ กว่า 7 บาทต่อลิตร
• ค่าการกลั่น: ปล่อยให้กลุ่มทุนโรงกลั่นเอาเปรียบประชาชนได้สูงมากกว่า10 บาทต่อลิตร
หากรัฐบาลมีความกล้าหาญทางจริยธรรมเพียงพอ การลดภาษีและคุมค่าการกลั่นจะช่วยลดต้นทุนสินค้าทั้งกระดานโดยไม่ต้องกู้เงินมาแจกสักบาทเดียว แต่รัฐบาลกลับเลือกกู้เงินมาแจกให้ประชาชนตั้งวง “เลี้ยงฉลอง” บนความหายนะ เพื่อให้กลุ่มทุนใหญ่ที่มีสินค้าในมือมากกว่ารายย่อยได้รับกำไรไปเต็มๆ
3. “วินัยการคลัง” หรือ“การเล่นกลบัญชี”?
การอ้างว่าหนี้สาธารณะยังอยู่ที่69% ไม่เกินเพดาน 70% แล้วยังกู้เงินได้อีกในอนาคตคือการ “ตบตาประชาชน” ด้วยตัวเลขที่บิดเบี้ยว รัฐบาลกำลังอาศัยความ “บวม” ของ GDP จากเงินเฟ้อมาเป็นเกราะป้องกัน:
• เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้น (เงินเฟ้อ) ตัวเลข GDP ในเชิงมูลค่าก็สูงขึ้นตามทั้งที่ปริมาณการผลิตจริงอาจจะโตเพียงเล็กน้อย
• พอ GDP บวมขึ้น สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ก็ดูเหมือนจะลดลงหรือคงที่ทั้งที่ภาระหนี้ก้อนโตนั้นคือของจริง
นี่คือการหลอกตัวเองและหลอกชาวบ้าน เป็นภาพลวงตาทางการคลังที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบ
4. ตัวอย่างที่ดี? : รัฐบาลหนี้ท่วม สอนประชาชนกู้มาบริโภค
วินัยการคลังที่แท้จริงคือ “กู้มาเพื่อผลิต” ที่จะได้ผลตอบแทนงอกเงยใช้หนี้เงินกู้ได้ ไม่ใช่กู้มาเพื่อแจกจ่ายกินใช้ไปวันๆ ปัจจุบันประเทศไทยแบกหนี้ใกล้เต็มเพดาน และเราต้องเจียดงบประมาณไปจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่า 12% ของรายรับของรัฐบาลที่หาได้
ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับสูงมาก จนหน้ากังวลใจทั้งต่อตัวรัฐบาลเองและต่อผู้รู้ในอารยประเทศ
พฤติกรรมของรัฐบาลครั้งนี้คือตัวอย่างที่เลวร้ายที่สุด ที่ส่งผลต่อปัญหาหนี้ครัวเรือน รัฐบาลกำลังทำตัวเป็น “หัวหน้าครอบครัวที่ไม่คิด” กู้เงินเพิ่มมาจัดปาร์ตี้ขณะที่บ้านกำลังถูกยึด ทำให้ประชาชนเสพติดการกู้เพื่อบริโภคตามแบบอย่างรัฐบาล
บทสรุป: ถึงเวลาตื่นรู้ก่อนล่มสลาย
คำอ้างที่ว่า “สัญญาแล้วต้องทำ”ในวันที่บริบทโลกเปลี่ยนไป คือการยึดติดที่เห็นแก่ตัวและเห็นแก่ประโยชน์ของพรรคพวกมากกว่าความรอดของชาติ หากผู้บริหารประเทศแยกแยะไม่ออกระหว่าง “การกระตุ้นเศรษฐกิจ” กับ “การทำลายระบบการคลัง”ก็ถึงเวลาที่ประชาชนต้องส่งเสียงถามดังๆ ว่า...
“เราจะปล่อยให้คน…(ฉลาด) ที่ถือกระเป๋าตังค์ของเรา กู้เงินมาเผาทิ้งเพื่อซื้อคำชมเพียงชั่วคราวไปถึงเมื่อไหร่?”
หยุดใช้ตัวเลขทางบัญชีมาฟอกขาวความล้มเหลว แล้วกลับมาแก้ปัญหาที่ “ต้นทุนการผลิต” ก่อนที่ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่หนี้ล้นพ้นตัวแต่คนในชาติไม่มีแม้แต่อาหารจะกิน!
รองศาสตราจารย์
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี