วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในห้วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังการก้าวเข้ามาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ สังคมไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “ความเร็วเหนือแสง” ในการผลักดันเมกะโปรเจกต์มหาศาล
คำถามสำคัญที่ดังก้องในใจประชาชนคือ ความเร่งรีบราวกับกลัวจะหมดเวลาเช่นนี้ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นเพียงยุทธศาสตร์ “Fast Food Cabinet” ที่เน้นความอร่อยปากด้วยนโยบายประชานิยม แต่สารอาหารต่ำและอยู่ไม่ทน เพื่อภารกิจหลักคือการ “ถอนทุนคืน” และสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ยากจะย้อนกลับ?
1. ปริศนา “ไอ้โม่ง” ในวิกฤตพลังงาน
ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาพลังงาน กลับมีข้อกังขาถึง “คนใน”ที่ล่วงรู้โครงสร้างราคาล่วงหน้า จนเกิดการกักตุนทั้งภายในและส่งออกไปฟันกำไรในต่างประเทศ
น่าแปลกที่จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถกระชากหน้ากากไอ้โม่งตัวจริงได้หรือความล่าช้านี้คือการจงใจปล่อยให้“ทุนสีเทาในคราบพลังงาน” ลอยนวลไปพร้อมกับผลประโยชน์ทับซ้อน?
2. เมกะโปรเจกต์ : สัมปทานร้อยปีกับภาระที่มองไม่เห็น
เพียงไม่กี่สัปดาห์ในตำแหน่ง รัฐบาลรีบเข็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใส :
• แลนด์บริดจ์ (Landbridge) และสัมปทาน 99 ปี : การหยิบโครงการมาปัดฝุ่นพร้อมข้อเสนอที่ยกเว้นกฎหมายไทยประหนึ่งสร้าง “เขตปกครองพิเศษ” อาจเป็นเดิมพันที่สูงเกินไป ในทางรัฐศาสตร์และความมั่นคงนับเป็นเรื่องเปราะบางต่ออธิปไตยเหนือดินแดน เหมือนการเฉือนขวานทองออกเป็นสองซีกเพียงเพื่อแลกกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีใครยืนยันความคุ้มค่าได้จริง
• มหกรรมช้อนซื้อรถไฟฟ้า : การใช้เงินงบประมาณนับแสนล้านเข้าซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุ และอีกหลายสายที่เอกชนทำขาดทุน แล้วกลับไปจ้างเอกชนรายเดิมบริหารต่อ คือการช่วยลดภาระประชาชนหรือเป็นการ “อุ้มกลุ่มทุน” ให้พ้นจากความเสี่ยงด้วยภาษีของชาวบ้านกันแน่?
• รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน :การยอมให้เอกชนที่บิดพลิ้วสัญญามานานยกเลิกสัญญาได้โดย “ไม่ถือว่าทิ้งงาน” แล้วดำเนินการประมูลใหม่ คือความใจดีที่ผิดปกติซึ่งส่งผลกระทบต่อวินัยการคลังและเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายในการประมูลงานรัฐในอนาคต
3. กลไกอำนาจ : หมากที่วางไว้ตั้งแต่ต้นทาง
ความเร่งรีบในวันนี้ อาจเป็นผลพวงจาก“โครงสร้างคู่ขนาน” ที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ :
• สว. สีน้ำเงิน และองค์กรอิสระ : ข้อกังขาเรื่องการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกสภาที่ดูเหมือนจะถูกจัดการให้สอดรับกับความต้องการของบางพรรคการเมือง ทำให้กลไกตรวจสอบอย่าง กกต. ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ถูกสังคมมองด้วยความไม่ไว้วางใจ
• การเลือกตั้งที่ “สกปรกที่สุด” : รอยด่างพร้อยจากการโยกย้ายข้าราชการมหาดไทยขนานใหญ่ก่อนเลือกตั้ง การกว้านซื้อสส. และการดูด “บ้านใหญ่” เข้าสังกัด และข่าวลือเรื่องทุนสีเทาหมุนเวียนในการซื้อเสียง ยิ่งซ้ำเติมด้วยปัญหา “บัตรเขย่ง” รวมถึงเทคโนโลยี QR Code และบาร์โค้ด ที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับอีกต่อไป
หากกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจไร้ซึ่งความสง่างาม การรีบเร่งผลักดันโครงการเพื่อ “ถอนทุน” จึงกลายเป็นข้อสันนิษฐานที่สังคมไทยไม่อาจมองข้าม
4. ยุทธศาสตร์ “ชิงสุกก่อนห่าม” :มัดมือชกตุลาการ
เหตุใดต้องรีบรับรองผลและจัดตั้งรัฐบาลให้จบก่อนสงกรานต์? คำตอบอาจอยู่ที่การสร้าง “ข้อเท็จจริงบนดิน” เพื่อกดดันศาลที่กำลังพิจารณาคำร้องเรื่องความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้ง
รัฐบาลกำลังใช้ยุทธศาสตร์เดินหน้าอนุมัติโครงการใหญ่เพื่อให้เกิดภาระผูกพันจนยากจะรื้อถอน เป็นการใช้ความวุ่นวายของบ้านเมืองเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้กระบวนการยุติธรรมต้องยอมสยบต่ออำนาจที่เกิดขึ้นไปแล้ว
บทสรุป : สังคมไทยต้องไม่เป็นเหยื่อ“ความลืมง่าย”
ในสภาวะที่รัฐบาลทุนนิยมผูกขาดกำลังกินรวบประเทศ ประชาชนควรรับมือดังนี้ :
1. เลิก “ลืมง่าย” : อย่าหลงไปกับนโยบายแจกจ่ายระยะสั้น แต่ต้องจ้องมอง “ที่มา” ของงบประมาณและสัญญาสัมปทานอย่างกัดไม่ปล่อย
2. ตรวจสอบสัญญาทาส : ร่วมกันคัดค้านสัมปทานที่ผูกพันยาวนานเกินชั่วอายุคน (99 ปี) เพราะนั่นคือการปล้นทรัพยากรจากรุ่นลูกหลาน
3. ทวงคืนความโปร่งใส : กดดันให้มีการเลือกตั้งที่ตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า ไม่ใช่อ้างผ่านบาร์โค้ด QR Code ปริศนา
4. ใช้กฎหมายเป็นเกราะ : เดินหน้าฟ้องร้องและคัดค้านทุกช่องทาง เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่า “ความฉ้อฉลจะไม่มีวันกลายเป็นความถูกต้อง”
การบริหารที่รวดเร็วเป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่หากความเร็วมีไว้เพื่อ “ถอนทุนคืน” มากกว่า “สร้างทุนให้ประเทศ” สุดท้ายกำไรจะตกแก่คนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่หนี้สินและความล้มเหลวจะถูกหารเฉลี่ยให้คนไทยทุกคนช่วยกันชดใช้ไปอีกนับศตวรรษ
“ความเงียบของประชาชน คือเสียงสนับสนุนที่ดังที่สุดของผู้โกงกิน”
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี