วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ในห้วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังการก้าวเข้ามาของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ สังคมไทยกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “ความเร็วเหนือแสง” ในการผลักดันเมกะโปรเจกต์มหาศาล
คำถามสำคัญที่ดังก้องในใจประชาชนคือ ความเร่งรีบราวกับกลัวจะหมดเวลาเช่นนี้ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นเพียงยุทธศาสตร์ “Fast Food Cabinet” ที่เน้นความอร่อยปากด้วยนโยบายประชานิยม แต่สารอาหารต่ำและอยู่ไม่ทน เพื่อภารกิจหลักคือการ “ถอนทุนคืน” และสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ยากจะย้อนกลับ?
1. ปริศนา “ไอ้โม่ง” ในวิกฤตพลังงาน
ท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชนจากราคาพลังงาน กลับมีข้อกังขาถึง “คนใน”ที่ล่วงรู้โครงสร้างราคาล่วงหน้า จนเกิดการกักตุนทั้งภายในและส่งออกไปฟันกำไรในต่างประเทศ
น่าแปลกที่จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถกระชากหน้ากากไอ้โม่งตัวจริงได้หรือความล่าช้านี้คือการจงใจปล่อยให้“ทุนสีเทาในคราบพลังงาน” ลอยนวลไปพร้อมกับผลประโยชน์ทับซ้อน?
2. เมกะโปรเจกต์ : สัมปทานร้อยปีกับภาระที่มองไม่เห็น
เพียงไม่กี่สัปดาห์ในตำแหน่ง รัฐบาลรีบเข็นโครงการยักษ์ใหญ่ที่ชวนให้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใส :
• แลนด์บริดจ์ (Landbridge) และสัมปทาน 99 ปี : การหยิบโครงการมาปัดฝุ่นพร้อมข้อเสนอที่ยกเว้นกฎหมายไทยประหนึ่งสร้าง “เขตปกครองพิเศษ” อาจเป็นเดิมพันที่สูงเกินไป ในทางรัฐศาสตร์และความมั่นคงนับเป็นเรื่องเปราะบางต่ออธิปไตยเหนือดินแดน เหมือนการเฉือนขวานทองออกเป็นสองซีกเพียงเพื่อแลกกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีใครยืนยันความคุ้มค่าได้จริง
• มหกรรมช้อนซื้อรถไฟฟ้า : การใช้เงินงบประมาณนับแสนล้านเข้าซื้อสัมปทานรถไฟฟ้าที่ใกล้หมดอายุ และอีกหลายสายที่เอกชนทำขาดทุน แล้วกลับไปจ้างเอกชนรายเดิมบริหารต่อ คือการช่วยลดภาระประชาชนหรือเป็นการ “อุ้มกลุ่มทุน” ให้พ้นจากความเสี่ยงด้วยภาษีของชาวบ้านกันแน่?
• รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน :การยอมให้เอกชนที่บิดพลิ้วสัญญามานานยกเลิกสัญญาได้โดย “ไม่ถือว่าทิ้งงาน” แล้วดำเนินการประมูลใหม่ คือความใจดีที่ผิดปกติซึ่งส่งผลกระทบต่อวินัยการคลังและเป็นบรรทัดฐานที่เลวร้ายในการประมูลงานรัฐในอนาคต
3. กลไกอำนาจ : หมากที่วางไว้ตั้งแต่ต้นทาง
ความเร่งรีบในวันนี้ อาจเป็นผลพวงจาก“โครงสร้างคู่ขนาน” ที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ :
• สว. สีน้ำเงิน และองค์กรอิสระ : ข้อกังขาเรื่องการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกสภาที่ดูเหมือนจะถูกจัดการให้สอดรับกับความต้องการของบางพรรคการเมือง ทำให้กลไกตรวจสอบอย่าง กกต. ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ถูกสังคมมองด้วยความไม่ไว้วางใจ
• การเลือกตั้งที่ “สกปรกที่สุด” : รอยด่างพร้อยจากการโยกย้ายข้าราชการมหาดไทยขนานใหญ่ก่อนเลือกตั้ง การกว้านซื้อสส. และการดูด “บ้านใหญ่” เข้าสังกัด และข่าวลือเรื่องทุนสีเทาหมุนเวียนในการซื้อเสียง ยิ่งซ้ำเติมด้วยปัญหา “บัตรเขย่ง” รวมถึงเทคโนโลยี QR Code และบาร์โค้ด ที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับอีกต่อไป
หากกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจไร้ซึ่งความสง่างาม การรีบเร่งผลักดันโครงการเพื่อ “ถอนทุน” จึงกลายเป็นข้อสันนิษฐานที่สังคมไทยไม่อาจมองข้าม
4. ยุทธศาสตร์ “ชิงสุกก่อนห่าม” :มัดมือชกตุลาการ
เหตุใดต้องรีบรับรองผลและจัดตั้งรัฐบาลให้จบก่อนสงกรานต์? คำตอบอาจอยู่ที่การสร้าง “ข้อเท็จจริงบนดิน” เพื่อกดดันศาลที่กำลังพิจารณาคำร้องเรื่องความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้ง
รัฐบาลกำลังใช้ยุทธศาสตร์เดินหน้าอนุมัติโครงการใหญ่เพื่อให้เกิดภาระผูกพันจนยากจะรื้อถอน เป็นการใช้ความวุ่นวายของบ้านเมืองเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้กระบวนการยุติธรรมต้องยอมสยบต่ออำนาจที่เกิดขึ้นไปแล้ว
บทสรุป : สังคมไทยต้องไม่เป็นเหยื่อ“ความลืมง่าย”
ในสภาวะที่รัฐบาลทุนนิยมผูกขาดกำลังกินรวบประเทศ ประชาชนควรรับมือดังนี้ :
1. เลิก “ลืมง่าย” : อย่าหลงไปกับนโยบายแจกจ่ายระยะสั้น แต่ต้องจ้องมอง “ที่มา” ของงบประมาณและสัญญาสัมปทานอย่างกัดไม่ปล่อย
2. ตรวจสอบสัญญาทาส : ร่วมกันคัดค้านสัมปทานที่ผูกพันยาวนานเกินชั่วอายุคน (99 ปี) เพราะนั่นคือการปล้นทรัพยากรจากรุ่นลูกหลาน
3. ทวงคืนความโปร่งใส : กดดันให้มีการเลือกตั้งที่ตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่า ไม่ใช่อ้างผ่านบาร์โค้ด QR Code ปริศนา
4. ใช้กฎหมายเป็นเกราะ : เดินหน้าฟ้องร้องและคัดค้านทุกช่องทาง เพื่อสร้างบรรทัดฐานว่า “ความฉ้อฉลจะไม่มีวันกลายเป็นความถูกต้อง”
การบริหารที่รวดเร็วเป็นเรื่องน่ายกย่อง แต่หากความเร็วมีไว้เพื่อ “ถอนทุนคืน” มากกว่า “สร้างทุนให้ประเทศ” สุดท้ายกำไรจะตกแก่คนเพียงไม่กี่กลุ่ม แต่หนี้สินและความล้มเหลวจะถูกหารเฉลี่ยให้คนไทยทุกคนช่วยกันชดใช้ไปอีกนับศตวรรษ
“ความเงียบของประชาชน คือเสียงสนับสนุนที่ดังที่สุดของผู้โกงกิน”
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา
โสภณ แจงนโยบาย ตร.สภา เคารพธงชาติ มุ่งสร้างวินัย ไม่ใช่ภาระเจ้าหน้าที่
'ศิริกัญญา' ลุยพัทยา หนุน 'อิทธิวัฒน์' ชูการเมืองท้องถิ่นแก้รถติด-น้ำท่วม-ส่วย-กระจายรายได้ถึงผู้ค้ารายเล็ก
สอบสวนกลาง จับเจ้าของรถตู้ VIP เครือข่ายขนต่างด้าวเข้าเมือง สารภาพใช้รถตู้เถื่อนไม่จดทะเบียน
'สนธิรัตน์' เตือนรัฐบาลอำนาจล้น จี้หยุด 'วงจรถอนทุนทางการเมือง' ชง 4 ข้อเสนอวางระบบปราบคอร์รัปชัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี