วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐหมายถึงการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการพิจารณาตัดสินใจหรือเลือกดำเนินการในกรณีที่กฎหมายหรือระเบียบไม่ได้กำหนดรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนเพื่อช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารราชการหรือหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม การใช้ดุลยพินิจอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความเป็นธรรมหรือความถูกต้องซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการคอร์รัปชันจากการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ได้(KRAC, 2567; สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2560)
Robert Klitgaard ได้อธิบายความเสี่ยงของการเกิดคอร์รัปชันจากการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐผ่านสมการการคอร์รัปชัน คือ Corruption = Monopoly +Discretion –Accountability หรือ การคอร์รัปชัน = การผูกขาด + การใช้ดุลยพินิจ -การถูกตรวจสอบเอาผิดกล่าวคือ หากมีการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดคอร์รัปชันได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีความซับซ้อนของกระบวนการทางกฎหมายหรือระเบียบราชการ ก็จะเพิ่มโอกาสให้เกิดการ “จ่ายใต้โต๊ะ” หรือจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้เกิดความง่ายหรือความรวดเร็วในการดำเนินกระบวนการทางราชการ (KRAC, 2567;Jin, Y., 2021)
ในประเทศไทยพบตัวอย่างของการใช้ดุลยพินิจในทางมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐเช่น งานศึกษาของมุทิตามากวิจิตร์และกันวิศาสุขพานิช (2567) ที่พบว่าประชาชนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการขอใบอนุญาตก่อสร้างของเทศบาลนคร ส่วนใหญ่พบปัญหาการยื้อเวลาเพื่อเรียกรับผลประโยชน์และการเรียกเก็บเงินในทุกขั้นตอนของการขอใบอนุญาตก่อสร้าง
และกรณีที่ได้รับการเผยแพร่โดยสำนักงาน ป.ป.ช. (2566) พบว่า ในโครงการก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจดุลยพินิจเพื่ออนุมัติการเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง ทั้งที่มีการดำเนินโครงการไปได้แค่ร้อยละ 70 ของโครงการและยังไม่มีการตรวจรับงาน แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกลับลงนามอนุมัติการเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง
จากกรณีข้างต้นแสดงให้เห็นถึงผลกระทบส่วนหนึ่งของการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ดุลยพินิจในทางมิชอบซึ่งอาจเอื้อให้เกิดการคอร์รัปชันได้ทั้งในกรณีการขออนุญาตดำเนินธุรกิจและการดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในกรณีของการขออนุญาตดำเนินธุรกิจผู้ประกอบการอาจต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายค่าสินบนหรือผลประโยชน์ตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่รัฐส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจสูงขึ้นและอาจถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภคในรูปของราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นขณะที่ในกรณีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐการใช้ดุลยพินิจที่ไม่โปร่งใสอาจนำไปสู่การเลือกผู้รับจ้างที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของรัฐและลดทอนคุณภาพของโครงการสาธารณะ
ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในระดับภาครัฐหรือภาคธุรกิจเท่านั้นแต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประชาชนในฐานะผู้เสียภาษีและผู้รับบริการสาธารณะเนื่องจากงบประมาณของรัฐที่ควรถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคการศึกษาสาธารณสุขหรือบริการสาธารณะอื่นๆอาจถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพหรือรั่วไหลจากการคอร์รัปชันส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณะที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็นนอกจากนี้การคอร์รัปชันที่เกิดจากการใช้ดุลยพินิจยังอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและสถาบันของรัฐในระยะยาวอีกด้วย
แนวทางลดความเสี่ยงคอร์รัปชันจากการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ
เนื่องจากการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐอาจนำไปสู่การใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้น ควรมีกระบวนการที่เรียกว่า “การปฏิรูปกฎหมาย (Regulatory Guillotine)”คือ การดำเนินการทบทวนกฎหมาย ระเบียบ หรือขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐอย่างเป็นระบบเพื่อคัดกรองและปรับปรุงกฎระเบียบที่มีความซ้ำซ้อนล้าสมัยหรือไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันอันเป็นกฎระเบียบที่สร้างภาระให้แก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจโดยไม่สมเหตุสมผล (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2562) หรือเปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่มากเกินไปการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้กฎระเบียบมีความชัดเจนโปร่งใสและลดพื้นที่ของการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะส่งผลให้โอกาสในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการใช้อำนาจหน้าที่ลดลงตามไปด้วย
นอกจากกระบวนการปฏิรูปกฎหมายแล้วยังควรมีมาตรการเสริมเพื่อสนับสนุนการลดความเสี่ยงจากการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐโดยการกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการพิจารณาที่ชัดเจนสำหรับการใช้ดุลยพินิจในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างเหมาะสมมีมาตรฐานและสามารถตรวจสอบได้
ขณะเดียวกันควรเพิ่มความโปร่งใสของกระบวนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การอนุญาตขั้นตอนการพิจารณารายชื่อผู้ได้รับอนุญาตหรือเหตุผลประกอบการตัดสินใจซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐได้มากขึ้น
ประกอบกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการภาครัฐเช่น ระบบ e-Government หรือระบบการอนุญาตออนไลน์ยังสามารถช่วยลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและลดโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ
รวมถึงควรส่งเสริมให้เกิดกลไกการตรวจสอบและการร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ เช่น การจัดตั้งช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและการมีกระบวนการตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบและสามารถติดตามผลได้ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐนอกจากนี้ควรเปิดรับการร้องเรียนผ่านช่องทางของภาคประชาสังคมในรูปแบบออนไลน์ เช่น “ต้องแฉ”หรือ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน”เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับประชาชนที่อาจไม่สะดวกในการร้องเรียนผ่านช่องทางของภาครัฐโดยตรง
แม้การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การบริหารราชการมีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติหน้าที่แต่กระบวนการดังกล่าวก็อาจเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงต่อการคอร์รัปชันได้เช่นกัน ดังนั้นภาครัฐจึงควรดำเนินการปฏิรูปกฎหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนและปิดช่องว่างทางกฎหมายที่เปิดโอกาสเกิดการใช้ดุลยพินิจในทางมิชอบควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการเสริม ทั้งการกำหนดมาตรฐานการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ การเปิดเผยข้อมูล และการเสริมสร้างกลไกตรวจสอบจากทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
อีกทั้ง ภาคประชาชนควรเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบและติดตามการใช้อำนาจดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างกลไกการกำกับดูแลจากภายนอกภาครัฐและช่วยให้การใช้อำนาจดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นไปอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบต่อสาธารณะมากยิ่งขึ้น
ในประเด็นการคอร์รัปชันและการต่อต้านคอร์รัปชันยังมีข้อมูลการศึกษาและข่าวสารที่น่าสนใจท่านสามารถติดตามและร่วมแสดงความเห็นได้ในช่องทางเพจ Facebook: KRAC Corruption และเว็บไซต์ kraccorruption.com
ที่มา:
มุทิตามากวิจิตร์ และกันวิศาสุขพานิช. (2567). แนวทางในการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การติดสินบนและการเปิดเผยข้อมูลของเทศบาลนคร. วารสารวิชาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์, 10(2), 132–148. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/forensic/article/view/272169
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ). (2560). สมการคอร์รัปชัน: แก้โจทย์บวกลบคูณหายในสังคมไทย(พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ :สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงานป.ป.ช.). (2566). ป.ป.ช.เผยคดีตัวอย่างเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบพร้อมย้ำ “ดุลยพินิจต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ”.https://www.nacc.go.th/categorydetail/20180831184638361/20230417143624?
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2562). Regulatory Guillotineปฏิรูปกฎหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ. https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/bot-magazine-issues/256204Knowledge03.html
KRAC. (2567).ถอดรหัสสมการว่าด้วยการคอร์รัปชัน. https://kraccorruption.com/knowledge/ถอดรหัสสมการว่าด้วยการ/
KRAC. (2567). KRAC คัดสรรเล่างานวิจัยไทย| 3 มุมมองจากผู้รู้สู่การแก้โกงจากการใช้ดุลยพินิจของรัฐ. https://kraccorruption.com/knowledge/krac-คัดสรร-เล่างานวิจัยไทย-3/
Jin, Y. (2021). Framework to discuss corruption in OECD Economic Surveys. OECD Economics Department Working Papers, No. 1666. https://doi.org/10.1787/d1e523ef-en
โดย ศุภชัย เสถียรหมั่น

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี