วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อไม่นานมานี้ ทุกคนคงจำภาพเหตุการณ์ท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังระงม ฝุ่นควันจากปูนที่ฟุ้งกระจาย และภาพเศษเหล็กที่บิดเบี้ยวจากเหตุการณ์ “เครนยักษ์ล้มทับรถไฟ” หรือ “ตึกถล่ม”ที่ปรากฏบนหน้าสื่อ หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียง “อุบัติเหตุ” หรือ “ความซวย” แต่ความจริงที่เจ็บปวดเพิ่งถูกตอกย้ำด้วยตัวเลขชุดหนึ่งที่เพิ่งประกาศออกมาเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569“ได้เพียง 33 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็ม”
นี่คือคะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) ประจำปี 2568 ที่ประเทศไทยทำได้ ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ฉุดให้เราหล่นไปอยู่อันดับที่ 116 ของโลก ร่วงลงถึง 9 อันดับภายในปีเดียว และตกไปอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน ตามหลังแม้กระทั่งเพื่อนบ้านอย่างลาวและเวียดนาม
นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมองข้ามได้อีกต่อไป
เมื่อ “เงินใต้โต๊ะ” ทำหน้าที่แทน “การประมูลที่โปร่งใส” ข้อมูลที่น่าตกใจที่สุดคือ คะแนนในส่วนของดัชนีความสามารถในการแข่งขัน (IMD) ลดลงถึง 10 คะแนน สะท้อนถึงปัญหาการผูกขาดและการจ่ายสินบนของภาคเอกชนโดยตรง
ลองจินตนาการเล่นๆ ดูว่า ในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ควรจะคัดเลือกบริษัทจาก “มาตรฐานความปลอดภัย” และ “ความเชี่ยวชาญ” หากถูกแทนที่ด้วย “ค่าหัวคิว” หรือ “เส้นสาย” ผลลัพธ์ที่ตามมาคืออะไร ? เหล็กที่ควรหนา...กลับบางลง ปูนที่ควรแข็งแรง...กลับไม่ได้มาตรฐาน การตรวจสอบที่ควรเข้มงวด...กลับกลายเป็นการหลับตาข้างเดียว และนี่คือ “ใบเสร็จ” ของความอัปยศที่แลกมาด้วยชีวิตผู้คนและเงินภาษีประชาชน
โศกนาฏกรรมอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม (เมษายน 2568)
เรื่องตลกร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยเมื่อสถานที่ที่ควรเป็นป้อมปราการในการ “ตรวจสอบทุจริต” กลับพังถล่มลงมาทับคนตายถึง 86 ศพ สร้างความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท แต่จนถึงวันนี้เรายังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง จนปล่อยให้คำถามเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยตายไปพร้อมกับผู้เสียชีวิต
เครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม (สีคิ้ว, มกราคม 2569)
สดๆ ร้อนๆ กับเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญคนทั้งประเทศ โครงการระดับเมกะโปรเจกต์ที่ควรสะท้อนความก้าวหน้าและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด กลับกลายเป็นจุดเกิดเหตุสลดเมื่อเครนยักษ์ร่วงลงมา เหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่ควรถูกตั้งคำถามว่า ระบบคัดเลือกผู้รับเหมา การควบคุมงาน และการตรวจสอบความปลอดภัย ได้ทำหน้าที่อย่างเข้มงวดจริงหรือไม่ เพราะโครงการที่ใหญ่ขนาดนี้ และใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนมากขนาดนี้ ไม่ควรเกิดความสูญเสียเช่นนี้
.
กัดกินความมั่นคง: จาก “เงินออมคนชรา”สู่ “งบที่จมหาย ?”
คอร์รัปชันไม่ได้ส่งผลแค่โครงสร้างที่พังถล่ม แต่อาจกำลังกัดกินอนาคตของคนไทยผ่านการบริหารกองทุนขนาดใหญ่ของประเทศ
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) บริหารเงินสมทบเดือนละ 750 บาท จากผู้ประกันตนกว่า 24.8 ล้านคน ซึ่งเป็นหลักประกันสำคัญยามเจ็บป่วยและชราภาพ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณบางโครงการที่ถูกตั้งข้อสังเกตด้านความคุ้มค่า เช่น โครงการจัดทำปฏิทินวงเงิน 50 ล้านบาท การซื้อตึกมูลค่าประมาณ 7 พันล้านบาท และการพัฒนาแอปพลิเคชันมูลค่า 850 ล้านบาท
คำถามสำคัญคือ เงินกองทุนที่เป็นความหวังของคนทำงาน กำลังถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะหากความเชื่อมั่นนี้สั่นคลอน ผลกระทบจะไม่ได้อยู่แค่ในงบประมาณ แต่คือความมั่นคงของชีวิตคนไทยนับล้านคน
ความยุติธรรมที่ล่าช้า และหลักนิติธรรมที่ลบเลือน
ผลประเมินระบุชัดเจนว่า “หลักนิติธรรมและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม” ของไทยลดลง ประชาชนขาดความเชื่อมั่นว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มหรือโครงการทิ้งร้าง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ? กระบวนการเอาผิดที่เชื่องช้าจนคนลืม คะแนนที่ลดลงนี้คือเครื่องยืนยันว่า“ความยุติธรรมในไทยอาจไม่มีอยู่จริงสำหรับผู้ที่ไม่มีอำนาจ”
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ได้ให้โจทย์ใหญ่สำหรับปี 2569 คือการสร้างหลักประกันให้สถาบันยุติธรรมมีความเป็นอิสระ และ “การส่งเสริมพื้นที่ภาคพลเมือง” ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกมองว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องไกลตัว 33 คะแนนนี้ ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือป้ายหลุมศพของ 86 ชีวิตที่ตึก สตง. คือคราบน้ำตาของผู้ประกันตน และคือความเสี่ยงที่คนไทยทุกคนต้องแบกรับ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าปีหน้าคะแนนจะดีขึ้นไหม แต่อยู่ที่ว่า เราจะยอมทนเห็นซากปรักหักพังทับถมชีวิตเราต่อไปอีกนานแค่ไหน ?
เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจาก “ประชาชนอย่างเราที่ไม่เพิกเฉย” ซึ่งเราทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากการสืบค้นและตรวจสอบข้อมูลโครงการรัฐผ่าน ACT Ai เพื่อจะได้รู้ว่าเงินภาษีเราถูกใช้ไปกับอะไร และคุ้มค่าหรือไม่ จากนั้นสามารถร่วมตั้งคำถาม และส่งต่อข้อมูลให้สังคมรับรู้ผ่านพื้นที่สาธารณะอย่างเพจ ต้องแฉ และหากพบข้อสงสัยในโครงการไหน ๆ ก็สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางที่ปลอดภัย เช่น แชตฟ้องโกงทันใจ (@CorruptionWatch) เพราะทุกการตรวจสอบ ทุกคำถาม และทุกเบาะแส คือพลังสำคัญที่ช่วยไม่ให้ภาษีของเรากลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ต้องแลกด้วยชีวิตของใครอีกต่อไป
ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/1EGix8Q2dU/
https://www.facebook.com/act.anticorruptionThailand/posts/pfbid02x3P3EG7ULqsHo1RDzT9cqePPY2ETfy52RQWRFiNBqAi76zXcVTXcoP46aSnkcS7ql
https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000120537
https://www.bbc.com/thai/articles/c0mk8xy1rwjo
ศศธร เอี่ยมสะอาด


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี