วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เรือนจำควรเป็นพื้นที่ที่รัฐใช้จำกัดเสรีภาพของผู้กระทำผิด เพื่อปกป้องสังคม ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฟื้นฟูตนเอง และกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริง เรือนจำจำนวนไม่น้อยกลับกลายเป็นพื้นที่ที่ความอยุติธรรมถูกทำให้ “เป็นเรื่องปกติ” และหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้ความอยุติธรรมฝังรากลึก คือ คอร์รัปชัน
คอร์รัปชันในเรือนจำไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับสินบนหรือการโกงงบประมาณ หากแต่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ต้องขัง ตั้งแต่เรื่องเล็กที่สุดอย่างการเข้าถึงอาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรค การอาบน้ำการใช้โทรศัพท์ หรือการพบญาติ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงบประมาณ เช่น ยักยอกงบอาหาร งบยา หรือการจ้างเอกชนที่คุณภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็น บางกรณียังรุนแรงกว่านั้น คือคอร์รัปชันที่พัวพันกับความรุนแรง การล่วงละเมิดทางเพศ หรือการปล่อยให้การทำร้ายกันเกิดขึ้นแบบไม่มีใครต้องรับผิด
สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งมาจาก “ความขาดแคลน” เรือนจำที่แออัด งบไม่พอคนไม่พอ มักทำให้ของจำเป็นไม่เพียงพอ เมื่ออาหาร ยา น้ำ หรือของใช้สุขอนามัยขาดๆ เกินๆ ก็อาจก่อให้เกิดช่องโหว่ในการทุจริตขึ้น และหากความขาดแคลนถูกผูกเข้ากับอำนาจในการจัดสรร คนที่ควบคุมการเข้าถึงก็สามารถใช้มันเป็นเครื่องมือเรียกร้องผลประโยชน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ปัญหาบุคลากรในระบบ” หากการคัดเลือกเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์อย่างจริงจัง การอบรมไม่เน้นจริยธรรมและความรับผิดชอบ และสภาพการทำงานเต็มไปด้วยแรงกดดัน ความเหนื่อยล้า หรือความรู้สึกว่าองค์กรไม่เห็นคุณค่า โอกาสที่เจ้าหน้าที่บางคนจะหันไปพึ่งพาผลประโยชน์นอกระบบย่อมเพิ่มขึ้น
หัวใจสำคัญอีกประการคือ “ดุลพินิจที่ไร้การตรวจสอบ” ในเรือนจำ หลายเรื่องควรมีกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ แต่กลับถูกปล่อยให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่เป็นรายกรณีไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมญาติ การเข้าร่วมกิจกรรม การเข้าถึงการรักษาพยาบาล หรือการประเมินพฤติกรรมเพื่อขอสิทธิประโยชน์ เมื่อการตัดสินใจเหล่านี้ไม่มีเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่มีระบบบันทึกที่เปิดเผย และไม่มีใครตรวจสอบอย่างจริงจัง อำนาจในการ “ให้หรือไม่ให้” จึงตกอยู่ในมือคนไม่กี่คน ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ สิทธิที่ควรได้รับอย่างเท่าเทียมจึงถูกแปรสภาพเป็นเรื่องของการต่อรองคนที่มีเงิน มีเส้นสาย หรือมีอะไรไปแลก ย่อมเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้ง่ายกว่า ขณะที่ผู้ต้องขังที่ยากจนไม่มีอะไรต่อรองต้องอยู่กับความไม่แน่นอนของการตัดสินใจที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน
ไม่เพียงเท่านั้น ในเรือนจำบางแห่ง การจัดการชีวิตประจำวันไม่ได้อยู่ในมือของเจ้าหน้าที่รัฐเพียงฝ่ายเดียว หากแต่มีข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ต้องขังหรือแก๊งที่มีอิทธิพลอาจเข้ามามีบทบาทในการควบคุมพื้นที่บางส่วนร่วมด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องพื้นฐานอย่างที่นอน การเข้าถึงการรักษาพยาบาล หรือแม้แต่ความปลอดภัยในชีวิต จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิทธิหรือกฎระเบียบของรัฐ หากขึ้นอยู่กับอำนาจของคนที่คุมพื้นที่จริง ผลคือเรื่องพื้นฐานในชีวิตประจำวันถูกทำให้ต้องมีต้นทุน ไม่ว่าจะด้วยเงิน แรงงาน หรือการยอมจำนน และระบบเช่นนี้ยิ่งเปิดช่องให้การรีดไถ ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นอกเหนือจากคอร์รัปชันที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีปัญหาคอร์รัปชันที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจ้างเอกชนเข้ามาให้บริการในเรือนจำ การทุจริตในลักษณะนี้ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพของสิ่งที่ผู้ต้องขังได้รับ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ด้อยคุณภาพ ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือบริการด้านสุขภาพที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และในระบบที่ผู้ต้องขังไม่มีทางเลือกผลกระทบเหล่านี้จึงตกอยู่กับพวกเขาโดยตรง
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาคอร์รัปชันในเรือนจำจึงไม่อาจพึ่งพาเพียงการลงโทษเป็นรายบุคคล แต่ต้องมองทั้งระบบ ตั้งแต่ความโปร่งใสในการบริหาร การลดดุลพินิจที่ไม่จำเป็น การคุ้มครอง
ผู้ร้องเรียน ไปจนถึงบทบาทของผู้ตรวจเยี่ยมสถานที่คุมขัง ซึ่งเป็นบุคคลหรือหน่วยงานอิสระจากภายนอกที่มีหน้าที่เข้าไปดูสภาพการคุมขังจริงในพื้นที่ โดยทำหน้าที่ดูสภาพการคุมขังจากการพบเห็นจริง รับฟังผู้ต้องขัง ตรวจเอกสาร และบันทึกข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ เพื่อสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรือนจำ
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับข้อค้นพบจากรายงาน Corruptionin Prisons: A Guide for Detention Monitors โดย U4 (2024) ซึ่ง KRAC ได้รวบรวมไว้ในฐานข้อมูลรายงานสถานการณ์คอร์รัปชันจากทั่วโลก ข้อมูลจากรายงานชี้ว่า เรือนจำเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อคอร์รัปชันสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นระบบที่ค่อนข้างปิด มีความไม่สมดุลเชิงอำนาจ และการตรวจสอบจากภายนอกทำได้จำกัด ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้การใช้อำนาจโดยมิชอบเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ง่ายกว่าพื้นที่สาธารณะทั่วไป
รายงานยังระบุปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ เช่น การขาดแคลนทรัพยากรและบุคลากร ระดับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่สูงโดยขาดกลไกกำกับ ความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อ
จัดจ้าง ตลอดจนการปล่อยให้เกิดโครงสร้างอำนาจไม่เป็นทางการภายในเรือนจำ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้คอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด หากแต่แทรกซึมอยู่ในระบบการบริหารจัดการโดยรวม ข้อเสนอของรายงานจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การลงโทษเจ้าหน้าที่รายบุคคล หากแต่เน้นการเสริมสร้างกลไก ตรวจสอบอิสระ การพัฒนาระบบร้องเรียนที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และการเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการโดยรวม
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ในเรือนจำเกิดอะไรขึ้น” หากแต่คือ “ในฐานะพลเมือง เราจะยอมรับได้หรือไม่ หากสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม” แม้คนส่วนใหญ่จะไม่เคยเข้าไปอยู่ในเรือนจำ แต่ระบบคุมขังคือส่วนหนึ่งของอำนาจรัฐที่ดำเนินการ ด้วยงบประมาณจากภาษีของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว การติดตามข้อมูลข่าวสาร การตั้งคำถามต่อมาตรฐานความโปร่งใส และการสนับสนุนกลไกตรวจสอบอิสระ ล้วนเป็นรูปแบบหนึ่งของการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการรักษาหลักนิติรัฐ เพราะเมื่อพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของรัฐถูกปล่อยให้ขาดความรับผิด พื้นที่อื่นย่อมมีแนวโน้มเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันในอนาคต
ท้ายที่สุด ปัญหาคอร์รัปชันในเรือนจำไม่อาจมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะของผู้ต้องขังหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น เพราะการปล่อยให้การเอาเปรียบ การเลือกปฏิบัติ และการละเมิดสิทธิดำรงอยู่ในระบบคุมขัง ย่อมบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมโดยตรง เมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานยังไม่อาจได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมในกระบวนการที่รัฐใช้บังคับกฎหมาย ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกฎหมายและความยุติธรรมย่อมสั่นคลอน และสังคมก็ยากจะคาดหวังให้ระบบดังกล่าวทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างจริงจัง
สำหรับผู้อ่านที่สนใจติดตามประเด็นด้านคอร์รัปชันในมิติสิทธิมนุษยชน รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันในสังคมในเชิงลึกมากขึ้น สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ KRAC (https://kraccorruption.com) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมและเผยแพร่งานวิจัย รายงาน และบทวิเคราะห์ด้านคอร์รัปชัน จากทั้งในและต่างประเทศ หรือสามารถสมัครรับ KRAC Newsletter จดหมายข่าวต้านโกงที่นำเสนอเนื้อหาบทวิเคราะห์ และองค์ความรู้ในประเด็นเหล่านี้เป็นประจำทุกเดือน ซึ่งเผยแพร่อย่างต่อเนื่องมาจนเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว โดยผู้สนใจสามารถสมัครรับจดหมายข่าวได้ฟรีหรืออัปเดตเนื้อหาต่างๆ ได้ทางเฟซบุ๊ก KRAC
ธนากาญจน์ กันทอง

เข่าแทบทรุด หวังช่อดอกไม้สวยๆเซอร์ไพรส์คนพิเศษ แต่ร้านทำแสบ นี่มันดอกไม้จันทน์
ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย
ปิดตำนาน มือปราบสืบเหนือ สืบใต้ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีตผบช.น.
ทรัมป์ เคลมผลงานทันที ชี้ชัยชนะของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นผลจากแรงหนุนของตน
รวบคนขับรถดูดส้วมซุกยาบ้ากว่า 8 3 ล้านเม็ด คาด่านนครสวรรค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี