ท่ามกลางมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดถาโถมเข้าใส่เศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยภายนอกอย่างความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่กระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพ ไปจนถึงปัจจัยภายในเรื่องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เท่าทันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) คำถามสำคัญที่สังคมเฝ้าถามมาตลอดคือ “เรามีทีมทำงานที่ตรงจุดและเก่งพอหรือไม่?”
คำตอบเริ่มฉายชัดขึ้นเมื่อความเคลื่อนไหวล่าสุดจากกระทรวงการคลังปรากฏภาพการดึงตัว ดร.สันติธาร เสถียรไทยหรือ “ดร.ต้นสน” นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในระดับสากล เข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ภายใต้การนำของ ดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การขยับหมากครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเต็มตำแหน่งว่างทางการเมือง แต่คือการส่งสัญญาณว่า“ผลประโยชน์ของบ้านเมือง” กำลังถูกยกขึ้นมาวางไว้เหนือ “โควตาพรรค”
ในประเด็นนี้ ต้องให้เครดิตอย่างสูงต่อ ดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะผู้นำทัพเศรษฐกิจ ที่กล้าตัดสินใจดึง “คนเก่ง” ที่มีความรู้ความสามารถระดับแนวหน้าเข้ามาช่วยงาน การเลือกใช้คนแบบถูกฝาถูกตัว ในสภาวะวิกฤตเช่นนี้ สะท้อนถึงวุฒิภาวะของผู้นำที่ตระหนักดีว่า ลำพังเพียงองคาพยพทางราชการหรือกลไกการเมืองแบบเดิม อาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในโลกยุคใหม่ การสร้าง “ทีมไฮบริด” ที่ผสมผสานระหว่างความเก๋าในระบบกับวิสัยทัศน์โลกใหม่ จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุด
สำหรับ ดร.สันติธาร เขาคือบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วยต้นทุนทางสังคมและสติปัญญา เป็นบุตรชายของดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ และ ท่านผู้หญิง ดร.สุธาวัลย์ เสถียรไทย นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งบ่มเพาะให้เขาเติบโตมาพร้อมกับจิตสำนึกในการรับใช้ส่วนรวม โปรไฟล์การศึกษาจาก มหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างฮาร์วาร์ด และ London School of Econcmics ประกอบกับประสบการณ์การเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัท Big Tech ระดับภูมิภาคอย่าง Sea Group และการเป็นคนไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของ World Economic Forum ทำให้เขามี “สายตา” ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกได้กว้างและไกลกว่ามาตรฐานทั่วไป
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ดร.เอกนิติ และ ดร.สันติธาร ทั้งคู่ต่างเป็นนักเศรษฐศาสตร์สายเทคโนแครตที่เติบโตมาจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) การพูดภาษาข้อมูล(Data) เดียวกันจะช่วยลดรอยต่อในการทำงาน โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างนโยบายการคลังของรัฐบาล และนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่ง ดร.สันติธาร เพิ่งสละเก้าอี้กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อมากู้ชีพเศรษฐกิจชาติในครั้งนี้
บทสรุปของปรากฏการณ์นี้คือบทเรียนสำคัญของการเมืองไทย ว่าในยามที่บ้านเมืองเผชิญวิกฤตศรัทธาและวิกฤตปากท้อง การดึง “มืออาชีพ” เข้ามานำทาง “การเมือง” คือทางออกที่ถูกต้องที่สุด ประโยชน์ที่ตกแก่บ้านเมืองจากการรวมตัวของคนเก่งครั้งนี้ คือเครื่องยืนยันว่าหากเรากล้าก้าวข้ามเส้นแบ่งขั้วอำนาจ แล้วเอาความสามารถเป็นตัวตั้ง แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของเศรษฐกิจไทยย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี