Logo วันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')
คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
8 กุมภาฯ กาเห็นชอบ : เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นของประชาชน

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้ว นอกจากการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองและผู้แทนที่ชอบแล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเปิดโอกาสสำคัญให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของประเทศ ผ่านการลงประชามติในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” การลงประชามติครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการตอบคำถาม หากแต่เป็นการส่งเสียงครั้งสำคัญของประชาชนว่าอยากเห็นทิศทางของประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างไรหลังจากนี้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบรรยากาศการเลือกตั้งที่ผ่านมานี้ ผู้เขียนพบคำถามจำนวนมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ตั้งข้อสงสัยว่า “เราจะแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม แก้ปัญหาปากท้องก่อนไม่ดีกว่าหรือ” คำถามดังกล่าวสะท้อนความกังวลของประชาชนต่อปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนสักที จึงอยากให้มุ่งเน้นที่การแก้ไขปัญหาปากท้อง ก่อนที่จะแก้ไขกฎหมายที่ดูไกลตัวเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมีรัฐธรรมนูญที่ดี คือกลไกพื้นฐานที่เป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาปากท้องอย่างเป็นระบบ ตรงจุด และยั่งยืนที่สุด


รัฐธรรมนูญที่ดีช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้

เพราะ “ปัญหา” “ความต้องการ” และ “ความคาดหวัง” ของประชาชนคนไทยกว่า65 ล้านคน ถูกกำหนดให้เป็นสิทธิที่พึงได้ผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ นอกจากจะกำหนดสิทธิ หน้าที่ และให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนแล้ว รัฐธรรมนูญยังเป็นกฎหมายที่กำหนดโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน วางกรอบการใช้อำนาจของรัฐ กำหนดที่มาของอำนาจผู้ปกครอง และกำกับให้การใช้อำนาจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ 

ปัญหาคือถ้ารัฐธรรมนูญถูกเขียนมาเพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือมีช่องโหว่แม้เพียงเล็กน้อย ผลกระทบย่อมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสภา แต่ส่งผลมาถึงเศรษฐกิจ ปากท้อง และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยจะขอยกตัวอย่างของปัญหาบางส่วนที่สำคัญและถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยนักวิชาการหลายท่านของรัฐธรรมนูญ 2560 

บริบทของที่มาภายใต้การรัฐประหาร 

รัฐธรรมนูญ 2560 ถูกร่างและประกาศใช้หลังการรัฐประหาร เนื้อความมีการออกแบบให้ลดทอนอำนาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเพิ่มบทบาทให้แก่องค์กรอิสระซึ่งมีที่มาจากกระบวนการสรรหาที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน เพื่อทำหน้าที่ควบคุม กำกับ และชี้ขาดทิศทางการเมือง ทำให้หลังจากมีการประกาศใช้ก็เกิดข้อถกเถียงและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน รวมถึงผลกระทบที่มีต่อประชาธิปไตยของไทย 

โครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับเสียงประชาชน

หนึ่งในข้อวิพากษ์วิจารณ์สำคัญของรัฐธรรมนูญ 2560 คือ การวางโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน ดังจะเห็นได้จากกระบวนการสรรหาคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และองค์กรอิสระที่ขาดการยึดโยงกับประชาชนทั้งในทางที่มาและความรับผิดรับชอบ อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไปในการตรวจสอบถอดถอนหรือวินิจฉัยชี้ขาดทางการเมือง ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างฝ่ายตุลาการและฝ่ายบริหาร 

จากการเลือกตั้งในปี 2566 เราจะเห็นว่า แม้จะมีการเปิดให้ประชาชนเลือกตั้งผู้แทนที่ตนเองเชื่อมั่นเข้าไปทำงานในรัฐสภา แต่เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว กลับมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้ามามีอำนาจร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกนายกรัฐมนตรี แม้ปัจจุบันสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มนี้จะหมดวาระลงแล้ว แต่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบันก็ยังมีที่มาที่น่ากังขา จากระบบการเลือกกันเองตามกลไกของรัฐธรรมนูญ 60 ซึ่งยังขาดการยึดโยงกับประชาชน ในขณะเดียวกัน องค์กรอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้เข้าสู่ตำแหน่งนั้นก็มีอำนาจในการยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิทางการเมือง โดยที่องค์กรเหล่านี้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนในเชิงกลไกใดๆ

ปัญหาการกำหนดการเลือกตั้งและการทำประชามติที่ซับซ้อน

ปัญหาของโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนยังได้สะท้อนออกมาผ่านการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจน ผู้เขียนจึงขอยกตัวการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่วางเงื่อนไขเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการทำประชามติไว้อย่างซับซ้อนและจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในแง่กรอบเวลา ขั้นตอน และข้อจำกัดในการลงคะแนนที่ไม่สมเหตุสมผล จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของประชาชน

ซึ่งกรณีนี้เห็นได้อย่างชัดเจนในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นการที่ กกต. กำหนดให้มีการลงทะเบียนทำประชามตินอกเขตได้เพียง 3 วัน ทำได้เฉพาะนอกเขตจังหวัด และยังกำหนดให้การทำประชามติสามารถทำได้เพียงวันเดียวคือ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดย หากเป็นผู้ที่อาศัยในประเทศไทย ท่านจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปทำประชามติในสถานที่ที่กำหนด และไม่สามารถทำประชามติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Referendum) หรือไปรษณีย์ได้ แม้ พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) 2568 จะเปิดช่องทางทางกฎหมายให้สามารถทำได้ ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขแบบนี้อาจจะส่งผลให้ผู้ที่ลงเลือกตั้งล่วงหน้า หรือผู้ที่อาศัยอยู่ห่างไกลจากเขตตามทะเบียนบ้านไม่สะดวกเดินทางเข้าไปใช้สิทธิของตนเองได้ และทำให้ผลการเลือกตั้งไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง

ประชาชนไม่มีสิทธิในการถอดถอนองค์กรอิสระ

จากปัญหาข้างต้นที่ได้กล่าวมา แม้ประชาชนจะมองเห็นปัญหาและตั้งคำถามต่อการทำงานขององค์กรอิสระได้ แต่รัฐธรรมนูญ 2560 กลับตัดทอนสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบ
ผู้ใช้อำนาจ โดยยกเลิกกลไกการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกไป ทำให้กลไกการตรวจสอบถูกผูกขาดไว้กับองค์กรที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน และใช้วิธีการตรวจสอบกันเองเป็นหลัก 

กลไกการตรวจสอบแบบนี้ขาดความโปร่งใส และยังเป็นการเปิดช่องทางให้การทุจริตคอร์รัปชันดำรงอยู่และฝังรากลึกมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันหมายถึงงบประมาณแผ่นดินที่ควรถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้อง กลับละลายหายไปกับการคอร์รัปชัน อีกทั้งยังสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่กลับหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ เช่น กรณีของตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม แต่ประชาชนไม่สามารถทวงความรับผิดชอบกับ สตง. ได้ เป็นต้น

ท้ายที่สุดแล้ว โครงสร้างอำนาจที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ความไม่โปร่งใส และการขาดกลไกตรวจสอบจากภาคประชาชน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ส่งผลให้การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ กระทบต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ความต่อเนื่องของนโยบายสาธารณะ ตลอดจนความสามารถของรัฐในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาระบบสวัสดิการ เมื่อปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกแก้ไข สุดท้ายแล้วประชาชนก็จะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเมืองและถูกหล่อหลอมให้อยู่กับความเชื่อที่ว่า “เลือกตั้งไปชีวิตก็เหมือนเดิม” 

ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการคืนอำนาจให้แก่ประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ป้องกันให้การทุจริตคอร์รัปชันทำได้ยากขึ้นภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน และเมื่อการเมืองมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีผู้นำที่ยึดโยงกับประชาชน การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะโดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง และคุณภาพชีวิตก็จะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากปัญหามากมายที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อจำกัดและผลกระทบจากรัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น ในโอกาสนี้จึงอยากเชิญชวนให้ผู้อ่านทุกท่านออกมาเลือกตั้งและออกเสียงประชามติเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เพื่อให้กติกาหลักของประเทศเปิดทางให้เสียงของประชาชนมีความหมาย สร้างรัฐบาลที่ยึดโยงกับประชาชน และทำให้สังคมไทยเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงในอนาคต

ธรีญา อึ้งตระกูล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:30 น. ปิดดีล7หมื่นล้าน ดึง4บิ๊กเทคจีนปักหมุดไทย
06:15 น. คุมGP-เก็บภาษี-สกัดผูกขาด ‘ดีอี’จ่อชงกฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล
06:05 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 20 กรกฎาคม 2569
06:00 น. เศร้ารายที่34 เหยื่อโรงเบียร์ดับอีก โพลซัดไม่เชื่อมั่นรัฐ
06:00 น. แห่อุทธรณ์บัตรคนจน พุ่ง2.7ล้านคน ปมมีรถ-หนี้สินทำวืด
ดูทั้งหมด
ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน
ดีเอสไอ บุกรวบ ‘มัลลิกา’ ผู้บริหารบริษัท QRS โบรกเกอร์ลงทุนเทรด Forex โยงสัมพันธ์-เส้นเงิน ‘ภาวุธ’
ตึงเครียดหนัก รัสเซีย ส่ง เครื่องบินวันสิ้นโลก ปักหลักเตหะราน แผ่อำนาจเขย่าขวัญสหรัฐฯ
เที่ยวญี่ปุ่นสะดุด นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงต่อเนื่องในรอบ 5 ปี
เท่ง เถิดเทิง เผยสาเหตุ ประกาศขายที่ดิน 18 ไร่ วิวภูเขา-ติดน้ำ บรรยากาศสุดฟิน
ดูทั้งหมด
• เรื่องสำคัญหนึ่งที่เราควรเรียนรู้และทำความเข้าใจ คือ กายมนุษย์ (4)
ข่าวบีบหัวใจ
สะสางโควตาสลาก ต้นเหตุหวยแพงเกิน 80 บาท ขุมผลประโยชน์ 50,000 ล้านบาท
บุคคลแนวหน้า : 20 กรกฎาคม 2569
จากบัตรลุงตู่ สู่การยกเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

‘สเปน’แชมป์โลก!‘ตอร์เรส’ซัดชัยต่อเวลาโค่นอาร์เจนติน่า1-0

11ตัวจริงมาแล้ว!‘สเปน-อาร์เจนติน่า’พร้อมชิงฟุตบอลโลก

ฝนมรสุมถล่มอินเดีย! น้ำท่วม-ดินถล่ม คร่าชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย

หมออ๋อง โพสต์ชวนเอ๊ะ! บอก ผมคิดว่าประเทศเราเจริญได้แค่นี้แหละครับ

รพ.ซานคามิลโล สั่งฟัน! ไล่ออก หมอวินิจฉัยพลาด-ปฏิเสธรักษาทำคนไข้เสียชีวิต มีผลทันที

แคนาดาสวนทรัมป์ รับไม่ได้ปมขู่ขึ้นภาษีหลังควันไฟป่าปกคลุมสหรัฐฯ

  • Breaking News
  • ปิดดีล7หมื่นล้าน ดึง4บิ๊กเทคจีนปักหมุดไทย ปิดดีล7หมื่นล้าน ดึง4บิ๊กเทคจีนปักหมุดไทย
  • คุมGP-เก็บภาษี-สกัดผูกขาด ‘ดีอี’จ่อชงกฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล คุมGP-เก็บภาษี-สกัดผูกขาด ‘ดีอี’จ่อชงกฎหมายแพลตฟอร์มดิจิทัล
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 20 กรกฎาคม 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 20 กรกฎาคม 2569
  • เศร้ารายที่34  เหยื่อโรงเบียร์ดับอีก  โพลซัดไม่เชื่อมั่นรัฐ เศร้ารายที่34 เหยื่อโรงเบียร์ดับอีก โพลซัดไม่เชื่อมั่นรัฐ
  • แห่อุทธรณ์บัตรคนจน  พุ่ง2.7ล้านคน   ปมมีรถ-หนี้สินทำวืด แห่อุทธรณ์บัตรคนจน พุ่ง2.7ล้านคน ปมมีรถ-หนี้สินทำวืด
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

คริปโตเคอร์เรนซี: เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลกับโจทย์ใหม่ของการต่อต้านคอร์รัปชัน

คริปโตเคอร์เรนซี: เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลกับโจทย์ใหม่ของการต่อต้านคอร์รัปชัน

15 ก.ค. 2569

ความรู้ท่วมหัว (ทำไม) เอาตัวไม่รอด: ทำไมเรายังแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้

ความรู้ท่วมหัว (ทำไม) เอาตัวไม่รอด: ทำไมเรายังแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้

8 ก.ค. 2569

บันทึกจากผู้จัดงาน สี่บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติ และสิ่งที่คนไทยควรรู้

บันทึกจากผู้จัดงาน สี่บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติ และสิ่งที่คนไทยควรรู้

1 ก.ค. 2569

‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’

‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’

24 มิ.ย. 2569

แกะรอยไอ้โม่ง ผู้ฉกฉวยประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

แกะรอยไอ้โม่ง ผู้ฉกฉวยประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

17 มิ.ย. 2569

ธรรมาภิบาลกับการพัฒนาทุนมนุษย์ : กุญแจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

ธรรมาภิบาลกับการพัฒนาทุนมนุษย์ : กุญแจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย

10 มิ.ย. 2569

คิดด้วยพลเมือง : คตท.กับจังหวะที่ไทยควรใช้สร้างระบบรัฐเปิด

คิดด้วยพลเมือง : คตท.กับจังหวะที่ไทยควรใช้สร้างระบบรัฐเปิด

3 มิ.ย. 2569

‘สินบน’ ต้นทุนแฝงที่อาจทำให้ไทยแข่งขันกับใครไม่ได้

‘สินบน’ ต้นทุนแฝงที่อาจทำให้ไทยแข่งขันกับใครไม่ได้

27 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved