วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569
“1Q69F คาดกำไรทรงตัว YoY”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) คาด บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) กำไรสุทธิ 1Q69F จะทรงตัว YoY แต่ลดลง QoQ
เราคาดว่า BH จะรายงานกำไรสุทธิ 1Q69F ที่ 1.76 พันล้านบาท (+1.4% YoY แต่ -6.8% QoQ) คิดเป็น 23.8% ของประมาณการกำไรใหม่ทั้งปี 2569F ของเราที่ 7.39 พันล้านบาท (-1.6% YoY) ก่อนหน้านี้เราเคยคาดว่า BH จะมีอัตราการเติบโตกำไร 1Q69F แข็งแกร่ง YoY กว่านี้ แต่ผลกระทบเชิงลบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ถือเป็นปัจจัยกดดันหลัก ดังนั้นจึงคาดว่าผลงาน 1Q69F จะอ่อนตัว QoQ จากจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางลดลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมีนาคม 2569 โดยมีผลกระทบหลักๆ ดังนี้
i) รายได้ 1Q69F คาดว่าจะโต 1.0% YoY แต่ลดลง 5.2% QoQ อยู่ที่ 6.18 พันล้านบาท จากโมเมนตัมเชิงบวกของการฟื้นตัวของผู้ป่วย ME (ไม่มีผู้ป่วยคูเวตจากภาครัฐ) และผู้ป่วยจากเมียนมาช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนจะชะลอตัวในเดือนมีนาคม 2569 ผลจากเดือนรอมฎอนและผลกระทบของสงคราม
ii) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross margin) 1Q69F คาดที่ 50.5% เทียบกับ 50.3% ใน 1Q68 และ 51.1% ใน 4Q68 สะท้อนว่ามีผู้ป่วยที่มารับการรักษาประเภทที่มีความซับซ้อน (intensity) มากขึ้น YoY แต่มีสัดส่วนเคสซับซ้อนลดลง QoQ จากผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางชะลอตัวลง
iii) สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้คาดอยู่ที่ 17.5% เทียบกับ 17.7% ใน 1Q68 และ 16.9% ใน 4Q68 สะท้อนว่าสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยลบรุมเร้า
iv) สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยไทยใน 1Q69F คาดอยู่ที่ 34% และผู้ป่วยต่างชาติ 66% เทียบกับ 36:64 ใน 1Q68 และ 33:67 ใน 4Q698
กำไร 2Q69F น่าจะชะลอลง QoQ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงแข็งแกร่งของธุรกิจใน 3Q69F
มองระยะถัดไปใน 2Q69F เราคาดว่ากำไรยังจะไม่โดดเด่นจากบริษัทจะได้รับผลกระทบเชิงลบจาก i) ปัจจัยฤดูกาลที่อ่อนตัว QoQ ตามปกติ และ ii) ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งจะมีส่วนให้จำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางชะลอลง ดังนั้นเบื้องต้นเราคาดว่ากำไร 2Q69F จะอ่อนตัวทั้ง YoY และ QoQ ขณะที่แนวโน้ม 3Q69F จะกลับมาเป็นบวกได้ทั้ง YoY และ QoQ บนสมมติฐานของสงครามจะส่งผลกระทบเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยภาพรวมผลการดำเนินงานน่าจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง high season ใน 3Q
Valuation & Action
ในระยะสั้น กำไรของ BH จะได้รับผลเชิงลบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังยืดเยื้อ ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F ของ BH ลง 4.5% และปี 2570F ลง 2.3% หลักๆ จาก i) อัตรากำไรขั้นต้นปี 2569F ต่ำกว่าที่เคยคาดอยู่ที่ 50.5% (จาก 51.0%) และ ii) สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/รายได้ ปี 2569F สูงกว่าที่เคยคาดอยู่ที่ 16.5% (จาก 16.0%) และปี 2570F ที่ 16.7% (จาก 16.5%) เรามองว่าราคาหุ้นล่าสุดที่อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมาถือเป็นจังหวะทยอยสะสม ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับลดราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F ลงใหม่ที่ 210 บาท (ใช้ WACC ที่ 8.2% และ TG ที่ 1%) จากเดิม 220 บาท
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-ray สถานประกอบการ-สถานที่เสี่ยง กวดขันจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย
สเต็ปพ่อ-ลุง! ลูกสาวโพสต์คลิปนั่งเฝ้าหน้าเวที ลั่นกลัวจะออกมาไม่ได้
แก่งกระจานไฟป่ายังหนัก ลุกลามเผากว่า 5,000 ไร่ อึ้งพบหลักฐานกระทิงถูกยิงตาย 2 ตัว
คนไทยสุดภูมิใจ! NASA เผยภาพดาวเทียม จ.กระบี่ แลนด์มาร์คดังระดับโลก
มั่นใจถูกกลั่นแกล้ง! อัจฉริยะ แฉยับปมเงิน 2.5 ล้าน ปัดกรรโชกทรัพย์-จ่อฟ้องกลับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี