วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“โตจากการปรับพอร์ตโรงแรม”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมิน บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ปี 2026 การเติบโตมาจากการปรับพอร์ตโรงแรม
ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (มี.ค.-เม.ย.2569) ยังเติบโตดี YoY
ผู้บริหารของ SHR ตั้งเป้า RevPAR ปี 2569F จะเติบโตราว 20-25% หนุนจากการยกระดับคุณภาพพอร์ตโรงแรมและการปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักรคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2H69F ขณะที่โมเมนตัมการจองล่วงหน้าช่วง มี.ค.-เม.ย.2569 ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง YoY ส่วน RevPAR ช่วง ม.ค.-ก.พ.2569 ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์เติบโตแข็งแกร่งที่ 8% และ 33% YoY ตามลำดับ แต่ทว่าผลบวกนี้ถูกกลบไปบางส่วนจากผลงานของโรงแรม Outrigger และธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่อ่อนตัว (RevPAR ลดลง 12% และ 6% YoY ในช่วงเดียวกัน) สะท้อนว่าทั้งสองส่วนธุรกิจนี้เผชิญกับแรงกดดันในช่วงเปลี่ยนผ่าน
คาดโมเมนตัวการจองห้องพัก 2Q69F ยังอ่อนแอ
เราคาดว่าโมเมนตัมการจองห้องพักจะเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่ 2Q69F เป็นต้นไป ทำให้ทั้งอัตราการเข้าพัก (occupancy) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ในหลายๆตลาดมี downside โดยเฉพาะประเทศไทย (22% ของรายได้) และมัลดีฟส์ (25%) ซึ่งมีฐานลูกค้าที่พึ่งพายุโรปและตะวันออกกลางค่อนข้างสูง (68% และ 59% ตามลำดับ) ดังนั้น ทั้งสองตลาดนี้จึงน่าจะได้รับผลกระทบจาก demand shock ภายนอกมากที่สุด ในทางกลับกัน ลูกค้ากว่า 90% ในสหราชอาณาจักรเป็นลูกค้าในประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ยืดหยุ่นมากกว่า ตามข้อมูลการจองล่าสุด (เม.ย.2569) ยังมีเสถียรภาพ โดยโรงแรมในไทยยังคงโต YoY จากอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น ส่วนโรงแรมที่มัลดีฟส์ทรงตัว YoY สะท้อนอุปสงค์ระยะสั้นยังไม่ได้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
คาดปี 2569F จะเติบโตแข็งแกร่งจากการขายสินทรัพย์ (คุณภาพต่ำ) ในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก
เราคาดกำไรหลักปี 2569F ที่ 688 ล้านบาท (+26% YoY) ปัจจัยหนุนหลักจากคุณภาพพอร์ตโรงแรมที่ดีขึ้นหลังการขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักรออกไป แต่ก็คาดว่ารายได้จะลดลง 21% YoY ที่ 8.1 พันล้านบาท จากจำนวนห้องพักรวมที่ลดลง 39% เหลือ 2,358 ห้อง (จาก 3,875 ห้อง ปี 2568) หลังการขายโรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 15 แห่งออกไป มองแง่บวก การตัดสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพต่ำออกไปจะช่วยหนุนให้ RevPAR เพิ่มขึ้นที่ 5,626 บาท (+23% YoY) หนุนจากอัตราการเข้าพักดีขึ้นเป็น 71% (จาก 70% ปี 2568) และ ARR ที่ 7,815 บาท (+21% YoY) นอกจากนี้อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ปี 2569F จะเพิ่มเป็น 42.1% (จาก 39.0% ปี 2568) และ EBITDA margin ก็จะดีขึ้นด้วยที่ 31.9% (จาก 26.5% ปี 2568) อีกทั้งแผนการชำระหนี้ราว 48 ล้านปอนด์ คาดว่าจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายปี 2569F ลงได้ราว 15% YoY ซึ่งดันให้กำไรให้เติบโตดีเป็นหลัก
Valuation & action
เรากลับมาเริ่มต้นการวิเคราะห์ SHR อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ถือ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 2.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 6x หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ -1SD สะท้อนว่ากำไรยังถูกกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงไม่จบ
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

หมอวี เผย คราบหินปูนเกาะหลอดเลือด เสี่ยงสโตรก-หัวใจวายไม่รู้ตัว! เปิด 4 อาหารหลัก ปรับไขมันในเลือดได้จริง
ทรัมป์ เคลื่อนไหวเบาๆ โพสต์เป็นนัยแผนทำลาย ฝุ่นนิวเคลียร์ ใต้ดินอิหร่าน สั่งหยุดเพ้อเรื่องนิวเคลียร์
สมเด็จธงชัย ให้พร มัลลิกา มอบ พระพุทธรูปกำแพงศอก กันไฟ กันภัย ลุยศึกเลือกตั้ง
ฮีโร่ไทยในแดนกิมจิ! เกาหลีใต้มอบเกียรติบัตร นายทหารไทย เข้าช่วยคน เหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำกลางถนน
บุกหมู่บ้านหรูชลบุรี! รวบแก๊งมาเฟียจีน ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด อุ้มทรมานลูกหนี้ พบเหยื่อกว่า 40 ราย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี