วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
“โตจากการปรับพอร์ตโรงแรม”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมิน บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ปี 2026 การเติบโตมาจากการปรับพอร์ตโรงแรม
ยอดจองห้องพักล่วงหน้า (มี.ค.-เม.ย.2569) ยังเติบโตดี YoY
ผู้บริหารของ SHR ตั้งเป้า RevPAR ปี 2569F จะเติบโตราว 20-25% หนุนจากการยกระดับคุณภาพพอร์ตโรงแรมและการปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักรคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2H69F ขณะที่โมเมนตัมการจองล่วงหน้าช่วง มี.ค.-เม.ย.2569 ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง YoY ส่วน RevPAR ช่วง ม.ค.-ก.พ.2569 ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์เติบโตแข็งแกร่งที่ 8% และ 33% YoY ตามลำดับ แต่ทว่าผลบวกนี้ถูกกลบไปบางส่วนจากผลงานของโรงแรม Outrigger และธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่อ่อนตัว (RevPAR ลดลง 12% และ 6% YoY ในช่วงเดียวกัน) สะท้อนว่าทั้งสองส่วนธุรกิจนี้เผชิญกับแรงกดดันในช่วงเปลี่ยนผ่าน
คาดโมเมนตัวการจองห้องพัก 2Q69F ยังอ่อนแอ
เราคาดว่าโมเมนตัมการจองห้องพักจะเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่ 2Q69F เป็นต้นไป ทำให้ทั้งอัตราการเข้าพัก (occupancy) และราคาห้องพักเฉลี่ย (ARR) ในหลายๆตลาดมี downside โดยเฉพาะประเทศไทย (22% ของรายได้) และมัลดีฟส์ (25%) ซึ่งมีฐานลูกค้าที่พึ่งพายุโรปและตะวันออกกลางค่อนข้างสูง (68% และ 59% ตามลำดับ) ดังนั้น ทั้งสองตลาดนี้จึงน่าจะได้รับผลกระทบจาก demand shock ภายนอกมากที่สุด ในทางกลับกัน ลูกค้ากว่า 90% ในสหราชอาณาจักรเป็นลูกค้าในประเทศ จึงมีความเสี่ยงที่ยืดหยุ่นมากกว่า ตามข้อมูลการจองล่าสุด (เม.ย.2569) ยังมีเสถียรภาพ โดยโรงแรมในไทยยังคงโต YoY จากอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น ส่วนโรงแรมที่มัลดีฟส์ทรงตัว YoY สะท้อนอุปสงค์ระยะสั้นยังไม่ได้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
คาดปี 2569F จะเติบโตแข็งแกร่งจากการขายสินทรัพย์ (คุณภาพต่ำ) ในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก
เราคาดกำไรหลักปี 2569F ที่ 688 ล้านบาท (+26% YoY) ปัจจัยหนุนหลักจากคุณภาพพอร์ตโรงแรมที่ดีขึ้นหลังการขายสินทรัพย์ในสหราชอาณาจักรออกไป แต่ก็คาดว่ารายได้จะลดลง 21% YoY ที่ 8.1 พันล้านบาท จากจำนวนห้องพักรวมที่ลดลง 39% เหลือ 2,358 ห้อง (จาก 3,875 ห้อง ปี 2568) หลังการขายโรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 15 แห่งออกไป มองแง่บวก การตัดสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพต่ำออกไปจะช่วยหนุนให้ RevPAR เพิ่มขึ้นที่ 5,626 บาท (+23% YoY) หนุนจากอัตราการเข้าพักดีขึ้นเป็น 71% (จาก 70% ปี 2568) และ ARR ที่ 7,815 บาท (+21% YoY) นอกจากนี้อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ปี 2569F จะเพิ่มเป็น 42.1% (จาก 39.0% ปี 2568) และ EBITDA margin ก็จะดีขึ้นด้วยที่ 31.9% (จาก 26.5% ปี 2568) อีกทั้งแผนการชำระหนี้ราว 48 ล้านปอนด์ คาดว่าจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายปี 2569F ลงได้ราว 15% YoY ซึ่งดันให้กำไรให้เติบโตดีเป็นหลัก
Valuation & action
เรากลับมาเริ่มต้นการวิเคราะห์ SHR อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ถือ” ประเมินราคาเป้าหมายที่ 2.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA ปี 2569F ที่ 6x หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ -1SD สะท้อนว่ากำไรยังถูกกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงไม่จบ
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

นายกฯเผยประชุม ครม.พรุ่งนี้ เน้นคลอดมาตรการช่วยเหลือประชาชน
นายกฯแจงชัดๆ กระบวนการแก้ รธน.ไม่ใช่นโยบาย แต่เป็นคำสั่ง ปชช.
ปิดจ็อบ! นายกฯ ขอบคุณรัฐสภา รับปากพร้อมทุ่มทุกสรรพกำลังทำงานรับใช้แผ่นดิน
พริษฐ์ กาง 5 พฤติกรรมรัฐบาล เปรียบเหมือนผู้รับเหมา จ่อขึ้นบัญชีดำ
ณัฐชา ได้ทีถาม รบ. จะเท 20 ล้านเสียงประชามติแก้ รธน.หรือ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี