วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
** ในช่วงปีงบประมาณ 2568-2569...คุณพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และลูกน้องได้ผนึกกำลังกับเจ้าหน้าหลายภาคส่วน...ตรวจยึดของกลางประเภทบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า...รวมมูลค่ากว่า 409 ล้านบาท โดยการจับกุมแต่ละครั้งพบของกลางเป็นจำนวนมาก...อย่างกรณีล่าสุดกรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจยึดเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าและไส้บุหรี่ไฟฟ้า มูลค่ากว่า 900,000 บาท...ซึ่งสังคมจะได้เห็นข่าวแบบนี้อยู่เป็นประจำ เพราะไล่จับยังไงก็ไม่หมด ทำอย่างไรก็สกัดไม่อยู่...แต่ๆ หากหันมามองความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน.... เรื่องของ "บุหรี่ไฟฟ้า" หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบยุคใหม่... แวดวงการเงิน บอกได้คำเดียวว่า วันนี้พฤติกรรมผู้บริโภคบ้านเรามันเปลี่ยนไปแบบกู่ไม่กลับ และไม่มีทางที่จะต้านทานกระแสโลกหรือกระแสสังคมได้อีกต่อไปแล้ว! แต่คำถามตัวโตๆ ที่ทุกคนคาใจกันทั้งประเทศก็คือ... แล้วทำไมรัฐบาลไทยยังใส่เกียร์ว่าง ไม่ยอมผลักดันให้มันถูกกฎหมายและนำมาควบคุมให้เป็นเรื่องเป็นราวสักที...?? ทั้งๆ ที่หันไปทางไหนก็เห็นคนควักขึ้นมาใช้กันโจ๋งครึ่มแทบจะทุกหัวระแหง (ประเภทกฎหมายบอกแบน แต่หน้าร้านขายกันเกลื่อนเมืองแบบไม่กลัวใคร).... ย้อนแย้งขนาดไหนน่ะหรือ... ก็ลองคิดดูสิครับว่า ในขณะที่เม็ดเงินในตลาดมืดสะพัดปีละเป็นหมื่นล้านบาท ช่องทางออนไลน์ขายกันลื่นไหลไร้รอยต่อ รัฐบาลไทยกลับยังทำตัวเหมือน "นกกระจอกเทศมุดหัวในทราย" ปล่อยให้รายได้ภาษีสรรพสามิตก้อนมหึมาละลายหายไปต่อหน้าต่อตา แทนที่จะได้นำมาพัฒนาประเทศ !! แถมยังปล่อยให้เกิดช่องว่างกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์ของ "เงินใต้โต๊ะ”...เกิดข่าวการรีดไถรายวันที่ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวป่นปี้... แวดวงการเงิน มองว่าสาเหตุที่ภาครัฐยังไม่กล้าขยับข้ามเส้นแบ่งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะติดหล่ม "ความกลัว" จากแรงกดดันของหน่วยงานสายอนุรักษ์นิยมและกลุ่มเอ็นจีโอด้านสุขภาพ เลยเลือกที่จะกอดป้ายคำว่า "แบน" เอาไว้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง...!! ยิ่งยื้อเอาไว้แบบนี้ คนที่ซวยที่สุดก็คือสังคมและเยาวชนนั่นแหละครับ! เพราะพอปล่อยให้มันเป็นของใต้ดิน รัฐก็ไม่มีอำนาจเข้าไปจัดระเบียบ ควบคุมอายุผู้ซื้อก็ไม่ได้ มาตรฐานความปลอดภัยของสารเคมีในตัวยาก็ไม่มี แถมยังปล่อยให้เด็กๆ เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมเสียอีก... ทั้งๆ ที่หน่วยงานฝั่งเศรษฐกิจก็รู้เต็มอกว่า การเปลี่ยนจาก "การแบนที่ไร้ผล" มาเป็น "การควบคุมด้วยกฎหมาย" (Regulation) เหมือนอย่างที่ประเทศเจริญแล้วกว่า 80 ประเทศเขาทำกัน มันคือทางออกเดียวที่สะเด็ดน้ำที่สุด ทั้งได้ภาษีเข้ารัฐ ทั้งจำกัดพื้นที่การขายเพื่อปกป้องเด็กได้อย่างจริงจัง... การบริหารประเทศในยุคที่โลกเปลี่ยนผ่านด้วยเทคโนโลยี จะมามัวอ้างเหตุผลแบบโลกสวยแล้วปล่อยให้ปัญหามันหมักหมมอยู่ใต้พรมแบบนี้ บอกเลยว่าต้านกระแสสังคมไม่อยู่หรอกครับ... ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเลิกหลบหลังความกลัว แล้วหันมาเผชิญหน้าจัดการกับความจริงได้แล้ว...เอาจริงๆนะ...คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...รู้เรื่องนี้ดีที่สุดตั้งแต่ตอนเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิตแล้วครับ...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**

จับบิ๊กเครือข่าย 'นักบิน ชนแดน' ขนยาบ้าลอตมหึมาเฉียด 7 ล้านเม็ด
ดร.ประยูร ครองยศ ลงชิงผู้ว่าฯกทม. ประกาศ ขอโอกาส นำประสบการณ์บริหารพัฒนาเมืองหลวง
สื่อรัฐบาลเตหะราน หลุดร่างดีล MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน เดิมพันด้วยกฎหมายสากล
'อุ้ม'ซ้ายฟ้าสั่ง! ซัดชัยพาบุรีรัมย์แชมป์อาเซียนคัพ
พีคกว่านี้มีอีกไหม เปิดคำตอบการบ้านนักเรียนวิชาสังคมฯ ที่ทำเอาทำชาวเน็ตแห่เอ็นดู

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี