วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569
31 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 31 ม.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ หลังสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ทันเส้นตาย แม้วุฒิสภาจะอนุมัติข้อตกลงงบฉุกเฉินในนาทีสุดท้ายแล้วก็ตาม
ร่างงบประมาณดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนน 71 ต่อ 29 เสียง โดยให้เงินสนับสนุนหน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ไปจนถึงเดือนกันยายน แต่จัดสรรงบให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งดูแลสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) เพียง 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้เจรจานโยบายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม สภาผู้แทนราษฎรยังไม่สามารถลงมติได้เนื่องจากปิดสมัยประชุม ส่งผลให้เกิดภาวะชัตดาวน์บางส่วนโดยอัตโนมัติ
สำนักงานบริหารงบประมาณของทำเนียบขาว ออกบันทึกแจ้งไปยังหัวหน้าหน่วยงานฝ่ายบริหารทั่วประเทศ ระบุว่า หน่วยงานที่ยังไม่ได้รับงบต้องเริ่มดำเนินแผนปิดหน่วยงานอย่างเป็นระเบียบ โดยให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงานเพื่อเตรียมการชัตดาวน์ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลหวังให้การหยุดชะงักครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น
สำนักงานบริหารงบประมาณของทำเนียบขาว ระบุว่า งบประมาณภายใต้กฎหมายจัดสรรงบประมาณปี 2026 จะสิ้นสุดลงในเวลา 23.59 น. ของวันเดียวกัน ส่งผลให้หลายหน่วยงานของรัฐบาลกลางต้องเตรียมเข้าสู่กระบวนการปิดหน่วยงานรัฐ หรือ Government Shutdown หน่วยงานที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมือง
ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐสภาไม่สามารถจัดทำงบประมาณให้แล้วเสร็จก่อนถึงกำหนด พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มดำเนินแผนปิดทำการอย่างเป็นระบบ โดยให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานตามรอบปกติครั้งถัดไป เพื่อจัดการภารกิจที่จำเป็นก่อนการหยุดดำเนินงาน ขณะที่ฝ่ายบริหารยืนยันจะเดินหน้าหารือกับรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์และผลักดันงบประมาณปีงบประมาณ 2026 ให้แล้วเสร็จ พร้อมแสดงความหวังว่าการชัตดาวน์ครั้งนี้จะกินเวลาไม่นาน
สำนักงานบริหารงบประมาณของทำเนียบขาว จะออกคำแนะนำเพิ่มเติมตามสถานการณ์ และจะมีบันทึกฉบับใหม่แจ้งทันที หากรัฐบาลสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ หลังประธานาธิบดีลงนามในกฎหมายจัดสรรงบประมาณฉบับใหม่
ความขัดแย้งหลักจากการเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์นี้ อยู่ที่งบประมาณและแนวทางการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 รายที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา
พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้จำกัดอำนาจเจ้าหน้าที่ ICEยุติการลาดตระเวนเชิงรุก บังคับใช้กล้องติดตัว ห้ามสวมหน้ากาก และกำหนดให้ต้องมีหมายศาลก่อนการจับกุม ขณะที่พรรครีพับลิกันส่งสัญญาณพร้อมหารือบางประเด็น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนฯ สนับสนุนข้อตกลงดังกล่าวเมื่อเปิดประชุมอีกครั้งในวันจันทร์ โดยรัฐบาลคาดว่าการชัตดาวน์ครั้งนี้จะไม่ยืดเยื้อเหมือนปี 2025 ที่เคยยาวนานถึง 43 วัน และสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและบริการภาครัฐ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี