วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569
จับตาเจรจารอบสอง
อิหร่าน-มะกัน
เสริมสร้างสันติภาพ
ปากีสถานเป็นเจ้าภาพ
คลี่คลายปัญหาฮอร์มุซ
รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ขณะที่ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ เตรียมเดินทางไปปากีสถาน หวังว่าจะรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านยังตั้งแง่ระบุ “สงครามรุกรานจากการบีบบังคับโดยสหรัฐฯ” ยอมกันไม่ได้
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า คณะผู้แทนของอิหร่านไม่มีกำหนดการที่จะพบหารือกับตัวแทนจากสหรัฐฯในระหว่างการเดินทางเยือนครั้งนี้
ต่อมาในวันเสาร์ กระทรวงต่างประเทศอิหร่านได้เผยแพร่ภาพการหารือระหว่างนายอารักชี และนายมูฮัมหมัด อิสฮาค ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การเยือน
อย่างเป็นทางการครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านมีกำหนดเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปากีสถาน เพื่อประสานความร่วมมือตามบทบาทของปากีสถานในการเป็นสื่อกลางและผู้อำนวยความสะดวก เพื่อหาทางออกให้แก่ความขัดแย้งที่อิหร่านนิยามว่าเป็น “สงครามรุกรานจากการบีบบังคับโดยสหรัฐฯ” พร้อมทั้งผลักดันการคืนสู่สันติภาพในภูมิภาค
อิหร่านตั้งแง่การเจรจา
ทั้งนี้ อิหร่านยังคงยืนยันว่าไม่มีแผนการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯโดยจะใช้วิธีแจ้งข้อสังเกตต่างๆ ของอิหร่านผ่านทางทางการปากีสถานแทน
แหล่งข่าวจากรัฐบาลสองแห่งระบุว่า นายอารักชีได้เข้าพบนายดาร์ที่โรงแรมเซรีนา ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เคยใช้จัดการเจรจารอบแรกกับสหรัฐฯ มาก่อน แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันวันและเวลาที่แน่ชัดของภาพถ่ายการพบปะดังกล่าวจากแหล่งข่าวอิสระอื่นก็ตาม
ทางด้านสหรัฐฯ นางสาวแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของนายทรัมป์ มีกำหนดการเดินทางไปยังปากีสถานในช่วงเช้าวันเสาร์ เพื่อร่วมการเจรจาที่ปากีสถานเป็นคนกลาง
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่การเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดภายในวันศุกร์นี้
คาดไกลเกลี่ยใน72ชม.
ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในกรุงอิสลามาบัดว่า ความคืบหน้าของการไกล่เกลี่ยมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้น และอาจนำไปสู่การเจรจารอบใหม่ภายใน 36-72 ชั่วโมงข้างหน้า
เมื่อถูกถามถึงรายงานดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบสั้นๆ ว่า “มันเป็นไปได้”
ขณะเดียวกัน สื่อออนไลน์ Axios ของสหรัฐรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ จะให้เวลาอิหร่านราว 3-5 วัน ในการยื่นข้อเสนอที่ชัดเจนและเป็นเอกภาพต่อสหรัฐ หากไม่เป็นไปตามกรอบดังกล่าว ข้อตกลงหยุดยิงที่ขยายเวลาไว้อาจสิ้นสุดลง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า “ข้อตกลงนี้ไม่ใช่สิ่งที่เปิดกว้างโดยไม่มีวันจบสิ้น”
หึ่ง‘คาเมเนอี’บาดเจ็บ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Mojtaba Khamenei) วัย 56 ปี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งจนถึงขณะนี้เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม ต่อจากบิดาของเขา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งถูกโจมตีสังหารที่พักในใจกลาง
กรุงเตหะรานตั้งแต่วันแรกของสงคราม (28 ก.พ.)
โดยก่อนหน้านี้ทางหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และอิสราเอล ระบุว่าโมจตาบา คาเมเนอี กำลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยร้ายแรงในเมืองกอม อีกแหล่งข่าวได้ออกมาเปิดเผยกับทางรอยเตอร์สว่า “โมจตาบา” ยังคงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้า และเจ็บสาหัสที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ถึงแม้ว่าเขาจะบาดเจ็บหนัก แต่เขากำลังฟื้นตัวจากบาดแผลและยังคงมีสติสัมปชัญญะเฉียบคม ท่ามกลางการตั้งคำถามที่ว่าสุขภาพของ “โมจตาบา”จะเอื้ออำนวยให้เขาสามารถบริหารประเทศได้หรือไม่นั้น
ล่าสุด ทางสำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ส รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ 4 คนที่มีความคุ้นเคยกับเรื่องนี้ยืนยันว่า การเข้าถึงตัวของ โมจตาบา คาเมเนอี ในขณะนี้เป็นไปได้ยาก และจำกัดมาก เขาถูกห้อมล้อมด้วยทีมแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่กำลังรักษาบาดแผลที่เขาได้รับจากการโจมตีทางอากาศ
ผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไม่ไปเยี่ยมเขา เพราะเกรงว่าอิสราเอลอาจสืบหาที่มาและสังหารเขาได้ ประธานาธิบดีอิหร่าน ดร.มาซูดเปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ซึ่งเป็นศัลยแพทย์หัวใจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต่างมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาเขา
สติปัญญายังเฉียบแหลม
ถึงแม้ว่า “โมจตาบา” จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขายังคงมีสติสัมปชัญญะเฉียบแหลม และกระตือรือร้น ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน 4 ราย ที่คุ้นเคยกับสุขภาพของเขา ขาข้างหนึ่งของเขาได้รับการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง และกำลังรอขาเทียม “โมจตาบา” ได้รับการผ่าตัดมือข้างหนึ่งและกำลังค่อยๆ ฟื้นฟูการใช้งาน ใบหน้าและริมฝีปากของเขาถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เขาพูดลำบาก เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า “ในที่สุดเขาจะต้องเข้ารับการศัลยกรรมตกแต่ง”
เจ้าหน้าที่ ระบุอีกว่า “โมจตาบา”ไม่ได้บันทึกภาพหรือเสียงข้อความใดๆเนื่องจากไม่ต้องการให้ดูอ่อนแอ หรือไร้ความสามารถ ในการปราศรัยต่อสาธารณะครั้งแรก “โมจตาบา” ได้ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ ซึ่งเผยแพร่ทางออนไลน์และอ่านออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐมาโดยตลอด
โดยข้อความที่ส่งถึงนั้นเขียนด้วยลายมือของเขาจริง ปิดผนึกในซองจดหมาย และส่งต่อกันเป็นทอดๆ จากผู้ส่งสารที่ไว้ใจได้คนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ซึ่งเดินทางไปตามทางหลวงและถนนสายรอง ด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จนกระทั่งถึงที่ซ่อนของ “โมจตาบา” คำแนะนำของเขาในประเด็นต่างๆ ก็วนกลับมาในลักษณะเดียวกันนี้
เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่า“โมจตาบา” มีส่วนร่วมในการตัดสินใจแต่บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ความเป็นผู้นำของเขาอ่อนแอลงเนื่องจากสภาพร่างกายของเขาที่ยังบาดเจ็บหนักอยู่
อาลี วาเอซ ผู้อำนวยการฝ่ายอิหร่านของกลุ่มวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีเครือข่ายความสัมพันธ์กว้างขวางในอิหร่าน กล่าวว่า โมจตาบา ไม่ได้เป็นผู้นำสูงสุด เขาอาจเป็นผู้นำในนาม แต่เขาไม่ได้เป็นผู้นำสูงสุดแบบที่บิดาของเขาเคยเป็น โดยเขาอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เพราะตำแหน่งของเขาและการอยู่รอดของระบอบนั้นขึ้นอยู่กับพวกเขา
ยังไม่ออกแถลงการณ์ใดๆ
ประธานาธิบดีอิหร่าน ดร.มาซูด เปเซชเคียน รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี และประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนและหัวหน้าผู้เจรจาของประเทศท่ามกลางการหายตัวไปของ “โมจตาบา” โดยที่ผู้นำสูงสุดไม่ได้ออกแถลงการณ์ใดๆ ต่อสาธารณะด้วยวาจา เนื่องจากเกรงว่าจะดูอ่อนแอ
อับดุลเรซา ดาวารี อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของอดีตประธานาธิบดีอิหร่าน มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด และบุคคลที่คุ้นเคยกับโมจตาบา กล่าวว่า เขาบริหารประเทศราวกับเป็นผู้อำนวยการคณะกรรมการ เขาพึ่งพาคำแนะนำและการชี้นำของสมาชิกคณะกรรมการอย่างมาก และพวกเขาร่วมกันตัดสินใจทุกอย่าง
ความสัมพันธ์ส่วนตัวเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างโมจตาบา และเหล่าพลเอก พวกเขาเรียกชื่อกันและกันอย่างสนิทสนม และมองกันและกันในฐานะผู้เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี