542.jpg
ห้ามเก็บค่าต๋ง สหรัฐย้ำเปิดฟรีฮอร์มุซ

ห้ามเก็บค่าต๋ง สหรัฐย้ำเปิดฟรีฮอร์มุซ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ห้ามเก็บค่าต๋ง
สหรัฐย้ำเปิดฟรีฮอร์มุซ

ยูเอ็น เริ่มปฏิบัติการอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างการสู้รบสหรัฐฯ-อิหร่านที่เกิดขึ้นหลายเดือนออกมา ประเดิม ด้วยเรือพาณิชย์ 36 ลำ ด้านรมว.ตปท.สหรัฐฯ ย้ำไม่มีประเทศใดมีสิทธิเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ ลั่นเป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำสากล ขณะที่วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 50 ต่อ 48 เสียง เห็นชอบญัตติจำกัดอำนาจทำสงครามปธน.ทรัมป์

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานความเคลื่อนไหวหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้การสัญจรทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งว่า องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) เริ่มปฏิบัติการอพยพลูกเรือมากกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐฯและอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านขั้นแรกสำเร็จ


อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO เปิดเผยว่า ปฏิบัติการอพยพเรือสินค้าและเรือพาณิชย์จำนวนมากที่ต้องจอดรออยู่ในพื้นที่นานหลายเดือนระหว่างที่สหรัฐและอิหร่านเผชิญหน้ากัน จะดำเนินการร่วมกับอิหร่าน โอมาน ประเทศชายฝั่งในภูมิภาค สหรัฐและภาคอุตสาหกรรมการเดินเรือ โดยทุกฝ่ายได้ให้การรับรองด้านความปลอดภัยและตรวจสอบสภาพการเดินเรืออย่างรอบคอบแล้ว

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือ Kpler ระบุว่า มีเรือพาณิชย์อย่างน้อย 36 ลำผ่านช่องแคบในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมโอมานระบุว่า การอพยพเรือและลูกเรือจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการจราจรทางทะเลที่หนาแน่น และโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการชนกันของเรือ

ขณะเดียวกัน เดนมาร์กประกาศเข้าร่วมภารกิจรักษาความปลอดภัยทางทะเลระหว่างประเทศที่นำโดยฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร เพื่อสนับสนุนการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

ด้านโอมานและอิหร่านออกแถลงการณ์ร่วมยืนยันว่า กำลังหารือกลไกการเปิดเส้นทางการค้าและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง แม้ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาแสดงจุดยืนว่า อิหร่านไม่สามารถเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมจากการใช้ช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือนานาชาติ ไม่มีประเทศใดมีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียม และมั่นใจว่าประเทศในภูมิภาคจะเห็นพ้องในหลักการดังกล่าว นอกจากนี้ ยังย้ำว่า วอชิงตันจะไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ ที่ให้อิหร่านมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบดังกล่าว พร้อมระบุว่าประเด็นนี้เป็นหนึ่งในหลายปัญหาที่สะท้อนความตึงเครียดระยะแรกของการเจรจา ซึ่งยังรวมถึงเรื่องการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์และขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติ 50 ต่อ 48 เสียง เห็นชอบญัตติเรื่องอำนาจการทำสงคราม ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อจำกัดอำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ปี 1973 ที่ทั้งสองสภาผ่านญัตติร่วมกันเพื่อบังคับให้ผู้นำถอนทหารได้สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติดังกล่าวสะท้อนถึงกระแสต่อต้านที่เพิ่มขึ้นต่อสงครามที่ไม่ได้รับความนิยมจากภาคประชาชนนับตั้งแต่เปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยทรัมป์โพสต์ข้อความโจมตีผลการลงมติผ่านแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียลในทันทีว่า การลงมติดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดเวลาและไร้ความหมาย ทั้งยังกล่าวหาว่ากลุ่มสมาชิกรัฐสภาที่เห็นชอบกำลังสร้างความอุ่นใจให้อิหร่าน และทำให้การทำหน้าที่ของเขายากลำบากยิ่งขึ้นในระหว่างการเจรจาขั้นสุดท้าย

มีความเห็นจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและสื่อมวลชนอเมริกันว่า การลงมติครั้งนี้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่อาจไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองครั้งสำคัญของทรัมป์ ซึ่งเคยได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภามาตลอด/ แต่การลงมติในวุฒิสภาครั้งนี้ มีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 ราย ที่ตัดสินใจสวนมติพรรคข้ามฝั่งไปลงคะแนนร่วมกับพรรคเดโมแครต ขณะที่มี สว. พรรคเดโมแครตเพียงรายเดียวคือ ที่ลงคะแนนคัดค้าน ส่วนในสภาผู้แทนราษฎร ญัตติดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เสียง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top