วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ถกโดฮาส่อล่ม
อิหร่านลั่นไม่มีเจรจา
แย่งฮอร์มุซยังเดือด
เจรจาสันติภาพที่กรุงโดฮา กาตาร์ ส่อแววล่ม หลังประธานาธิบดี“ทรัมป์” ประกาศนัดหมาย แต่ทางการเตหะรานสวนทันควันไม่ยืนยันนัดหมายใดๆ ขณะที่คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านมุ่งหน้ากรุงโดฮา ของกาตาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการประชุมโดยกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกมาระบุชัดว่าจะไม่พบผู้แทนมะกัน ส่วนช่องแคบฮอร์มุซยังวุ่น อิหร่าน-โอมานถกเครียด ปมเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ ซึ่งทางการโอมานลั่นจุดยืนไม่เห็นด้วย และจะคัดค้านถึงที่สุด
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจัดเจรจารอบใหม่ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ วันนี้ (30 มิถุนายน) ตามเวลาท้องถิ่น โดยอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอให้มีการพบหารือ ขณะที่ฝั่งเตหะรานออกมาปฏิเสธว่า ยังไม่มีการนัดหมายอย่างเป็นทางการ จึงไม่มีการหารือใดๆ
อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงเที่ยงวันที่ 30 มิถุนายน กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันการประชุมดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านให้สัมภาษณ์สื่อหลายแห่งว่า ไม่มีการกำหนดนัดหมายระหว่างคณะเจรจาของทั้งสองประเทศในสัปดาห์นี้
ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันเดินหน้าพูดคุย โดยแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯเดินทางไปยังกรุงโดฮาเพื่อเจรจาประเด็นด้านความมั่นคงและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติสงคราม 14 ข้อ หากอีกฝ่ายพร้อมเข้าร่วม พร้อมย้ำว่า รัฐบาลสหรัฐฯยังคงรักษาข้อตกลงหยุดยิง แต่หากอิหร่านกลับมาใช้กำลังทางทหารอีก สหรัฐฯก็พร้อมตอบโต้ทันที พร้อมยืนยันว่าประธานาธิบดียังคงมีอำนาจเต็มในการสั่งใช้กำลังหากจำเป็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ส่งจาเร็ดคุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ และสตีฟวิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐไปเป็นผู้นำทีมเจรจา ขณะที่อิหร่านส่งคณะผู้แทนทางเทคนิคไปยังกาตาร์ในสัปดาห์นี้ แต่เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศออกมายืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง กับการเยือนของชาวอเมริกัน และไม่มีกำหนดการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย
“เราจะไม่มีการประชุมเจรจาใดๆ กับฝ่ายอเมริกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” บาเกอีกล่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเผยเพิ่มเติมว่า การประชุมที่โดฮาวันอังคารนี้ (30 มิถุนายน) ต่างจากการเจรจาทางเทคนิคครั้งก่อน ระหว่างทีมอิหร่านและสหรัฐฯในสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะเน้นจัดการช่องแคบฮอร์มุซและการลดความตึงเครียด โดยยังมีผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์และปากีสถานแยกกันในวันพุธ
ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ในทำเนียบฯขาวว่า การประชุมที่โดฮาอาจสำคัญหรือไม่สำคัญ เราจะรู้กัน พร้อมยืนยันว่า เรากำลังชนะด้านการทหาร และย้ำเงื่อนไขอิหร่านต้องถูกหยุดยั้งผลิตอาวุธนิวเคลียร์
ด้านอิหร่านพยายามใช้อำนาจต่อรอง ด้วยการควบคุมช่องแคบที่ใช้ร่วมกับโอมาน โดยกล่าวว่ามีแผนจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ใช้เส้นทางน้ำนี้ และขัดขวางเรือที่แล่นออกนอกเส้นทางที่กำหนด
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านพยายามผลักดันการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับโอมานเพื่อศึกษาและเตรียมเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมบริการทางทะเล” (Maritime Service Fees) หรือค่าผ่านทางสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่ามาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้เป็นทางการทันทีหลังสิ้นสุดระยะเวลาเว้นเรียกเก็บภาษี 60 วันที่ระบุไว้ในข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวของเตหะรานต้องเผชิญกับแรงต้านทันทีจากประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของน่านน้ำร่วม โดยนายบัดร์อัลบูไซดี (BadrAlbusaidi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน ออกมาแถลงจุดยืนเป็นทางการชัดเจนว่า โอมานขอคัดค้านอย่างถึงที่สุดต่อการเรียกเก็บภาษีหรือค่าผ่านทาง (Tolls/Transit Fees)ใดๆ ในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากขัดต่อกฎหมายน่านน้ำสากลและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานเปิดเผยว่า โอมานยังเปิดกว้างเฉพาะการหารือเกี่ยวกับ ค่าบริการจัดการทางทะเล (Maritime Service Charges) เท่านั้น ซึ่งต้องเป็นกรอบค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลเพื่อนำมาใช้ดูแลความปลอดภัยของการเดินเรือและการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเลร่วมกัน ไม่ใช่การเก็บค่าผ่านทางเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการค้าหรือการเมือง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี