546.jpg
Pet care : โรคพิษสุนัขบ้า (ตอนที่ 3)

Pet care : โรคพิษสุนัขบ้า (ตอนที่ 3)

วันอาทิตย์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้คุยกันถึงโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงสาเหตุและแนวทางการปฎิบัติตัวเมื่อถูกสุนัขกัดไปแล้ว วันนี้เรามาดูวิธีการป้องกันและมาทำความเข้าใจกับ “ความเชื่อผิดๆ” ที่พูดต่อกันมาเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้ากันครับ

การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สามารถทำได้ไม่ยากเลยครับโดย


1.พาสุนัขและแมวที่เลี้ยงไว้ ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่อายุ 3 เดือน และฉีดกระตุ้นซ้ำอีกครั้งห่างจากเข็มแรก 1 เดือน จากนั้นฉีดกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอทุกปี (ปีละครั้ง) 

2.เมื่อได้รับสุนัขและแมวใหม่มาเลี้ยง ควรทราบประวัติการฉีดวัคซีน และพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ารวมถึงโรคอื่นๆ ด้วย

3.อย่าปล่อยให้เด็กเล็กเล่นกับสุนัขหรือแมวที่ไม่คุ้นเคยตามลำพัง รวมถึงควบคุมไม่ให้แกล้งหรือรบกวนสัตว์ เพราะมีความเสี่ยงต่อการโดนงับสูงครับ

4.เลี่ยงการสัมผัสน้ำลายของสัตว์ที่ไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า 

5.ไม่ควรใช้มือเปล่าล้วงปากหรือคอ เพื่อช่วยเหลือสุนัขหรือแมวที่แสดงอาการเหมือนมีอะไรติดคอ โดยที่ไม่เห็นว่าสัตว์คาบหรือกลืนอะไรลงไป เพราะนั่นอาจเป็นอาการของโรคพิษสุนัขบ้าครับ

6.ไม่คลุกคลีกับสัตว์นอกบ้าน ที่ไม่มีเจ้าของ หรือสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติการฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง

เมื่อทำได้ดังนี้แล้วก็สามารถป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่มีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า 
ทั้งยังมี “ความเชื่อที่ผิดๆ แปลกๆ” ที่พูดต่อๆ กันมา เช่น.-

@ “สุนัขและแมวเป็นโรคพิษสุนัขบ้า เฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น”

ไม่จริง : สุนัขและแมว เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ “ทุกฤดูกาล” ครับ ไม่เกี่ยวกับสภาพอากาศเลย คนส่วนใหญ่คิดว่า อากาศร้อน จะทำให้สุนัขบ้า (เหมือนคนที่เครียด) ซึ่งจริงๆแล้ว โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับ “ระบบประสาท” ไม่ใช่“โรคประสาท หรือ “โรคทางจิต” (ตามที่คนเข้าใจหรือที่คนเป็นกัน ที่ว่าเมื่อเจออากาศร้อนมากๆ ก็จะเครียดจนเป็นบ้า) 

สาเหตุที่พบมากในช่วงฤดูร้อนนั้น มักจะมีสาเหตุมาจาก

1.โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีระยะฟักตัวของโรคตั้งแต่เพียงไม่กี่สัปดาห์จนถึงนานเป็นปี โดยทั่วไปก็จะประมาณ 3 เดือน (ระยะฟักตัว หมายถึงระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนถึงแสดงอาการ) 

2.ในอดีต ช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสุนัข มักเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม ระยะนี้สุนัขตัวผู้มักจะ “โชว์พาวเวอร์”ด้วยการกัดกันเพื่อแย่งชิงสุนัขตัวเมีย หากตัวใดมีเชื้อโรคอยู่แล้ว ก็จะแพร่เชื้อติดไปยังสุนัขตัวอื่นได้เต็มที่

3.ช่วงหน้าร้อน เป็นช่วงปิดภาคเรียนของโรงเรียน เด็กๆ จึงมีโอกาสถูกกัดได้มากกว่า

@ “ลูกสุนัขหรือแมวเด็กๆ ไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าหรอก”

ไม่จริง : สุนัขและแมวที่อายุน้อย หากได้รับเชื้อ ก็สามารถแพร่โรคพิษสุนัขบ้ามายังคนและสัตว์อื่นได้ ดังนั้นในลูกสัตว์ ก็มีโอกาสเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ครับ

เรื่องความเชื่อแปลกๆ เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ยังไม่หมดแค่นี้ครับ เรามาคุยกันต่อสัปดาห์หน้าครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top