วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ผู้หญิง / เปิดโลก
เปิดโลก

เปิดโลก

ศิริภา อินทวิเชียร
วันอาทิตย์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 02.00 น.
สิทธิที่ผู้หญิงพึงจะได้ในความเคลื่อนไหวของโลก

ดูทั้งหมด

  •  

มีโอกาสได้อ่านข่าวการฟ้องร้องคดีหนึ่งที่น่าสนใจจาก China Women’s News สื่อของประเทศจีน ซึ่งรายงานเกี่ยวกับภรรยาที่ทำหน้าที่แม่บ้านตัดสินใจฟ้องสามีตัวเองต่อศาลในข้อหาละเลยการทำหน้าที่ในบ้าน เนื่องจากตลอด 5 ปีที่ผ่านมาสามีของเธอไม่เคยช่วยเหลือเรื่องงานบ้าน และการเลี้ยงลูก ปล่อยให้เธอต้องอยู่แต่ในบ้านเพื่อทำหน้าที่เหล่านั้นเพียงลำพัง จนขาดการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกเป็นเวลานาน ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปรับสามีเป็นเงิน 50,000 หยวน หรือ 232,000 บาท เพื่อจ่ายชดเชยแก่ภรรยาของเขา และปรับปรุงพฤติกรรมดังกล่าวให้เหมาะสมตามกฎหมายกำหนด ปัจจุบันคดีนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ โดยยังไม่ชัดเจนว่าจะมีฝ่ายใดคัดค้านคำตัดสินของศาลหรือไม่

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจต่อกฎหมายที่นำมาฟ้องร้องในประเด็นนี้กันก่อนว่า เป็นการยกระดับเรื่องของสิทธิของผู้หญิงในประเทศจีนที่ระบุเอาไว้ว่า เพื่อเป็นการป้องกันกรณีของการถูกกดขี่และเอารัดเอาเปรียบสำหรับผู้หญิง จึงมีการให้สิทธิในการฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยสำหรับภรรยา (ต่อสามี) เมื่อมีกรณีเกิดการหย่าร้างแล้วฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกกระทำให้ต้องรับผิดชอบงานบ้าน การเลี้ยงดูคนในครอบครัว อาทิ ผู้สูงอายุ เด็ก หรือแม้แต่คู่สมรสเอง ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมได้ ซึ่งสำหรับกฎหมายใหม่นี้ เกิดขึ้นมาหลังจากที่มีสถิติผู้หญิงในประเทศจีนอยู่เป็นโสดมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องการแต่งงาน มีลูก และต้องอยู่แต่กับบ้านเพื่อทำงานต่างๆ ภายในบ้านเท่านั้น ดังนั้น การปฏิเสธวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ของสาวจีนในทำนองนี้เองที่อาจเป็นความกังวลใจของพรรคคอมมิวนิสต์เกี่ยวกับปัญหาเรื่องสังคมสูงวัยในอนาคต เมื่อจำนวนประชากรหยุดการขยายตัวตามปกติ เฉกเช่นที่เกิดขึ้นไปแล้วในหลายประเทศก่อนหน้านี้ จึงไม่แปลกใจที่ทางการจีนจะเปิดพื้นที่ทางกฎหมายให้กับสิทธิของผู้หญิงในประเทศของพวกเขามากยิ่งขึ้น


ในประเทศเกาหลีใต้ ก็มีเรื่องราวในทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้น เมื่อวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่กดดันผู้หญิงในเมืองใหญ่ให้เลือกที่จะอยู่เป็นโสด และให้ความสนใจอย่างเต็มที่ในเรื่องของการศึกษา ไปจนถึงการทำงานในบริษัทใหญ่โต ตำแหน่งสูงๆ เพื่อความก้าวหน้า และการยอมรับทางสังคม จนทัศนคติดังกล่าวนี้แพร่กระจายไปยังชนบท ทำให้สาววัยรุ่นส่วนใหญ่เลือกที่จะเข้ามาเรียนต่อหรือหางาน ในเมืองที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจ เพื่อแสวงหาโอกาสไปสู่ความสำเร็จให้กับชีวิตของพวกเธอแทนที่จะเลือกอยู่บ้านที่ชนบท แล้วแต่งงานสร้างครอบครัวกับคนในพื้นที่เดียวกันตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา

ดังนั้น เมื่อพื้นที่ชนบทขาดหญิงสาวที่จะแต่งงานเข้าบ้านผู้ชาย ก็ทำให้เกิดปัญหาเรื่องงานบ้านต่างๆ ซึ่งต้องกลายมาเป็นภาระของพ่อแก่แม่เฒ่า หรือบ้านไหนที่พ่อกับแม่ไม่สามารถทำงานบ้านได้สะดวกนักก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของลูกชายที่ต้องทำทั้งงานนอกบ้านและงานในบ้าน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และสุขภาพร่างกายก็มีสภาพย่ำแย่จากการทำงานหนัก อีกทั้งเรื่องของทายาทสืบสกุล จนไปถึงการดูแลยามแก่เฒ่า ด้วยประเด็นปัญหาที่ต่อเนื่องตามมาเช่นนี้เอง ที่ทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเงื่อนไขพิเศษสำหรับ “สะใภ้ต่างชาติ” ที่สามารถได้วีซ่าทำงานในประเทศ แต่ก็ยังต้องผูกสิทธิกับทะเบียนสมรสกับสามี ซึ่งด้วยช่องทางของกฎหมายดังกล่าวนี้เอง ก็ทำให้เกิดประเด็นต่อเนื่องตามมาทั้งที่น่าชื่นชม อาทิ ความรับผิดชอบต่องานบ้านและการดูแลพ่อและแม่สามีของลูกสะใภ้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเวียดนาม (จัดหาโดยบริษัทหาคู่) ซึ่งมีความขยันและสู้งาน การมีโอกาสที่จะอยู่ดีกินดีของลูกสะใภ้ชาวต่างชาติที่มาจากประเทศอันยากจน หรือการเพิ่มสมดุลจำนวนประชากรให้แก่ประเทศในอนาคต

แต่ในด้านร้ายก็เป็นที่น่ากังวลของรัฐบาล และภาคประชาสังคม โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิมนุษยชน ทั้งปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากบริษัทรับจัดหาคู่อาทิ กรรโชกทรัพย์สะใภ้ต่างชาติ หรือสร้างเครือข่ายพาแรงงานข้ามชาติมาทำงานผ่านการแต่งงาน (การค้ามนุษย์) รวมไปถึงการใช้ความรุนแรงของสามีต่อภรรยาชาวต่างชาติ และหลายกรณีก็ไปถึงขั้นการฆาตกรรม ฯลฯ ล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา (2020) ทางฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้มีการปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการออกกฎหมายในการคุ้มครองสะใภ้ต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น แต่ความคืบหน้าก็ยังไม่มีเท่าที่ควร การป้องกันความรุนแรงและคุ้มครองสิทธิของสะใภ้ต่างชาติ จึงหยุดอยู่ที่การตรวจพฤติกรรมว่าที่สามีต้องปราศจากประวัติการใช้ความรุนแรง และคู่แต่งงานต้องพิสูจน์ได้ว่า สามารถสื่อสารกันเข้าใจ (พูดและฟังแล้วเข้าใจในภาษาของใครสักคน) ที่มีการตกลงกันไว้ในกรอบของกฎหมายตั้งแต่ปี 2019 เท่านั้น

ก็คงต้องยอมรับกันตามตรงว่า ในฝั่งตะวันออกของโลก การขับเคลื่อนเรื่องของ “สิทธิที่ผู้หญิงพึงจะมี” ยังตามหลังฝั่งตะวันตกอยู่หลายก้าว แม้ว่าในความเป็นปัจเจกชน (เจตจำนงส่วนบุคคล) นั้นจะรุดหน้าไปแล้ว แต่เรื่ององค์ประกอบอันจะเอื้ออำนวยสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของผู้หญิง ก็ยังมีความติดขัดอันน่าอึดอัดอยู่ในแง่ของทัศนคติ วัฒนธรรมและการยอมรับอย่างแท้จริง ที่แสดงตัวออกมาให้เห็นผ่านพฤติกรรม ความคิดเห็น และนโยบายสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคมของแต่ละประเทศแถบนี้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขอยกตัวอย่างประเทศสวีเดน รัฐบาลที่นั่นจัดการปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างชายกับหญิง ที่ผูกโยงไปกับทัศนคติเกี่ยวกับความรับผิดชอบในฐานะแม่ และภรรยา ด้วยการที่รัฐเข้ามาแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบตรงนั้นไป โดยที่ไม่สร้างความรู้สึกพึ่งพาให้เกิดขึ้น เรียกได้ว่า ตั้งแต่ตั้งท้องจนลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย รัฐบาลสวีเดนจะมีสวัสดิการให้อย่างเต็มที่ อาทิ การให้หยุดงาน เปลี่ยนงานที่เหมาะต่อสภาพร่างกายและเงินช่วยเหลือในกรณีที่ไม่สามารถทำงานได้ (ตั้งท้องจนถึงลูกอายุ 1 ขวบขึ้นไป)สิทธิในการใช้สถานรับเลี้ยงเด็กฟรี และการเรียนฟรีจนจบมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาของรัฐ หรือเอกชน เป็นต้นสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้การมีครอบครัวจะไม่ใช่ภาระของผู้หญิงอีกต่อไป และพวกเธอยังสามารถรักษาสิทธิในการดำเนินชีวิตแบบปกติแถมยังได้รับสิทธิในฐานะของความเป็นแม่เพิ่มเข้ามาอีกด้วยซ้ำ

หรือในประเทศฟินแลนด์ นอกเหนือไปจากเรื่องการศึกษาฟรีสำหรับเด็กการดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการคลอดสำหรับคุณแม่ รวมไปถึงการลาคลอด และค่าชดเชยที่ได้รับในการดำเนินชีวิตแล้ว รัฐบาลที่นี่ยังกำหนดให้ผู้ชายในฐานะสามี และพ่อสามารถทำหน้าที่ในสองสถานะนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยได้รับค่าชดเชยจากบริษัทตามอัตราเบี้ยงเลี้ยงปกตินานถึง 7 เดือน ในกรณีที่ขอลาพักงานเพื่อไปเลี้ยงลูก และดูแลภรรยาหลังคลอด ซึ่งสิทธิดังกล่าวนี้จะมีการตราลงในกฎหมายภายในปีนี้ (2021) และหลายประเทศในยุโรปก็เริ่มมีความสนใจต่อนโยบายดังกล่าว จนเริ่มมีการเปิดโอกาสให้สามีได้ลาไปเลี้ยงลูกได้อย่างเต็มที่ หลังจากสถิติการเพิ่มจำนวนของประชากรในกลุ่มประเทศที่ดำเนินนโยบายเช่นนี้ดำเนินไปในทิศทางที่มีประสิทธิภาพ

อีกประเด็นที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ ก็คือเรื่อง “สวัสดิการผ้าอนามัย” ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นายกรัฐมนตรี“จาซินดา อาร์เดิร์น” ได้ตัดสินใจจัดสรรงบประมาณกว่า 2.6 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยดูแลจัดเตรียมผ้าอนามัยฟรีให้โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าโรงเรียนทั่วนิวซีแลนด์จะมีผ้าอนามัยฟรีให้แก่นักเรียนครบทุกแห่งภายในปีนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ประจำเดือนเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง และไม่ควรมีผู้หญิงที่ได้รับความเดือดร้อนจากการมีประจำเดือน ดังนั้น ผ้าอนามัยจึงไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นสินค้าที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน

นี่คือตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “นโยบายเพื่อผู้หญิง” ของโลกใบนี้ แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันของความก้าวหน้า และเหมาะสมในแต่ละประเทศ ทวีป หรือซีกโลก แต่เมื่อเริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่ดีนี่ก็ต้องถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ว่าในระดับนโยบาย “สิทธิที่ผู้หญิงพึงได้”จะสามารถขยับไปได้ไกลแค่ไหนกัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
18:56 น. นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว
18:41 น. กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี
18:25 น. ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน
18:21 น. ‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
18:13 น. แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ
ดูทั้งหมด
พระราชินี ฉลองพระองค์ชุดที่ 4 ทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็งที่อิตาลี
ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต
พระราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดขาวนวล ทอดพระเนตรรอบชิงเหรียญทอง ฮอกกี้น้ำแข็งหญิง
ทรงพระสิริโฉม เกาะติดฉลองพระองค์ สมเด็จพระราชินี ชุดที่ 3 เสด็จทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็ง
สง่างามสมพระเกียรติ เปิดดีเทลฉลองพระองค์ สมเด็จพระราชินี เสด็จฯ เยือนอิตาลี
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 24 กุมภาพันธ์ 2569
อย่าชะลอโอกาสอันดีของชาติ
300 เสียง‘รัฐบาลอนุทิน 2’ปึ้กแต่เสี่ยง
โอกาสของประเทศไทย กับรัฐบาลอนุทิน
ความพ่ายแพ้ของคนบ้าอำนาจ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว

กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี

ยังจำกันได้ไหม!? เปิดภาพ 'วัน มรณา' อินฟลูฯ เขมรปากแจ๋ว ล่าสุดตั้งครรภ์ในเรือนจำเขมร

เวย์-นานา รอดคุก ศาลให้ประกัน 1 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ

ปตท. ชวนน้องๆ นักศึกษา ระเบิดพลังเล่าเรื่องให้โลกว้าว กับแคมเปญ 'Cool The Earth' สร้างตระหนักรู้เรื่องพลังงาน

ดาวค้างฟ้าตัวจริง เพชรา เชาวราษฎร์ จัดเต็มถ่ายแบบในวัย 84 ปี

  • Breaking News
  • นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว นึกว่าสาวเกาหลี นุ่น วรนุช สวมฮันบกท่ามกลางหิมะ สดใสท้าลมหนาว
  • กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี กู้ภัยแจ้งเบาะแสเด็กหาย พบร่างหนูน้อยวัย 3-4 ขวบ กลางป่าสระบุรี
  • ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน ยอดขายถล่มทลาย ม้า อรนภา ห่อหมกหมดในพริบตาหลังโดนร้องเรียน
  • ‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’นิวไฮ 3 ปีซ้อน ‘รายได้-กำไรสุทธิ-ปันผล-ทราฟฟิก’ปี68โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ แสงเหนือเป็นเหตุ สรยุทธโพสต์ภาพเลียนแบบ ผู้กองธรรมนัส ทำโซเชียลแห่แซวยับ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กลับมามองกระแส #MeToo กันอีกครั้ง

กลับมามองกระแส #MeToo กันอีกครั้ง

24 เม.ย. 2565

ความสำคัญของพื้นที่ทางความมั่นคง

ความสำคัญของพื้นที่ทางความมั่นคง

17 เม.ย. 2565

รู้จัก ‘สินทรัพย์’ แห่งอนาคต

รู้จัก ‘สินทรัพย์’ แห่งอนาคต

20 มี.ค. 2565

‘การสื่อสาร’ คือ ความสำคัญของ ‘ผู้นำ’ ประเทศ

‘การสื่อสาร’ คือ ความสำคัญของ ‘ผู้นำ’ ประเทศ

13 มี.ค. 2565

อะไร คือ ‘ชัยชนะ’ ของ ‘ปูติน’

อะไร คือ ‘ชัยชนะ’ ของ ‘ปูติน’

6 มี.ค. 2565

เมื่อ ‘หมีขาว’ ผงาด

เมื่อ ‘หมีขาว’ ผงาด

27 ก.พ. 2565

‘ประชาชน’ ต้องเป็น ‘คำตอบ’ สำหรับ ‘การเจรจา’

‘ประชาชน’ ต้องเป็น ‘คำตอบ’ สำหรับ ‘การเจรจา’

20 ก.พ. 2565

หรือจะมี ‘สงครามโลก’ ครั้งที่ 3

หรือจะมี ‘สงครามโลก’ ครั้งที่ 3

13 ก.พ. 2565

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved