546.jpg
สกู๊ปแนวหน้า : ‘4ปีรัฐบาลคสช.’  ‘เศรษฐกิจ’ยังทำคนไทยสุขน้อย

สกู๊ปแนวหน้า : ‘4ปีรัฐบาลคสช.’ ‘เศรษฐกิจ’ยังทำคนไทยสุขน้อย

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่า “ระทึก” สำหรับคอการเมืองไม่ว่าฝ่ายไหน กับการชุมนุมของ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในโอกาส “ครบ 4 ปี รัฐบาลทหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)” 22 พ.ค. 2561 ที่ตอนแรกมีเค้าลางว่าจะระดมพลกันมาเป็นจำนวนมาก แต่วันจริงกลับพบมากันเพียงไม่กี่คน และแกนนำก็ถูกตำรวจรวบเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่ศาลจะให้ประกันตัวในอีก 2 วันให้หลัง งานนี้กองเชียร์คณะรัฐมนตรี(ครม.) อันมี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี คงสบายใจไปอีกครา

แต่ถ้าจะยึดเอาตามคำพูดของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กล่าวเมื่อ 18 พ.ค. 2561 ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณีทีมงาน คสช. ไปแจ้งความเอาผิดแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) รวม 8 คน เพราะเปิดแถลงข่าวโจมตีการบริหารประเทศของรัฐบาล คสช. ตลอด 4 ปี เมื่อ 17 พ.ค. โดยในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างมั่นใจว่า “คสช. ทำงานมาตลอด ถ้า 4 ปี ไม่ดีจริงอยู่ไม่ได้” ก็คงต้องบอกว่าใช่ส่วนหนึ่งและไม่ใช่อีกส่วนหนึ่ง


ทีมงาน “แนวหน้า” เคยรวบรวม “ผลโพลล์” การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในวาระต่างๆ ของรัฐบาล คสช. ตลอด 3 ปีนับตั้งแต่ 2557-2560 จาก 3 สำนักโพลล์ชื่อดัง “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ “กรุงเทพโพลล์” มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พบว่า ในขณะที่ “ความสงบเรียบร้อย” ได้คะแนนจากประชาชนมากที่สุด “เศรษฐกิจ” ก็เป็นประเด็นที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเช่นกัน (มอง “3 ปี คสช.” ผ่านโพลล์ “เศรษฐกิจ” แผลใหญ่แก้ไม่ตก : หน้า 13 นสพ.แนวหน้า ฉบับวันที่ 22 พ.ค. 2560)

และเมื่อผ่านไปอีก 1 ปี ทุกอย่างก็ยังคงเดิม อาทิ ผลสำรวจเรื่อง “4 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” โดยนิด้าโพล เผยแพร่เมื่อ 20 พ.ค. 2561 พบว่า ความสงบเรียบร้อย ยังคงเป็นประเด็นที่ คสช. ทำให้คนไทยมีความสุขมากที่สุด ร้อยละ 52.99 ตรงข้ามกับเรื่องเศรษฐกิจในภาพรวม เป็นเรื่องที่ คสช. ทำให้คนไทยมีความสุขน้อยที่สุด ร้อยละ 30.81 และหากดู 3 อันดับสิ่งที่ คสช. ทำให้คนไทยมีความสุขน้อยที่สุด นอกจากอันดับ 1 เศรษฐกิจในภาพรวม พบว่าอันดับ 2 คือเรื่องปากท้องเกษตรกร ร้อยละ 15.08 และอันดับ 3 ค่าครองชีพประชาชน ร้อยละ 11.89

ในวันเดียวกัน ทางสวนดุสิตโพล ก็เผยแพร่ผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนได้อะไร? จาก 4 ปีรัฐบาล คสช. โดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผลสำรวจก็ยังไม่มีอะไรแตกต่าง “บ้านเมืองสงบ ไม่มีการประท้วงรุนแรง” ยังถือเป็นผลงานด้านบวกของ คสช. ประชาชนโหวตให้มากที่สุด ร้อยละ 56.45 และ “เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น สินค้าแพง ประชาชนเดือดร้อน” ก็ยังเป็นข้อน่าผิดหวังที่ประชาชนสะท้อนไปยังรัฐบาล คสช. มากที่สุด ร้อยละ 41.78

ส่วนทางกรุงเทพโพลล์ แม้จะยังไม่มีผลโพลล์ครบ 4 ปี คสช. เนื่องจากเริ่มนับเวลาของรัฐบาล คสช. ในเดือนก.ย. 2557 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนบทบาทจากการใช้อำนาจในฐานะหัวหน้า คสช. มาเป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัว ต่างจากโพลล์สำนักอื่นที่นับจาก 22 พ.ค. 2557 วันที่ คสช. เข้าควบคุมอำนาจบริหารประเทศ แต่ผลโพลล์ล่าสุด “ประเมินผลงาน 3 ปี 6 เดือน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เผยแพร่เมื่อ 3 มี.ค. 2561 แม้ภาพรวมคะแนนของรัฐบาล คสช. จะเพิ่มขึ้น แต่เศรษฐกิจก็ยังเป็นข้อที่ประชาชนอยากให้ คสช. ปรับปรุงที่สุด ร้อยละ 25

20 พ.ค. 2561 ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทวิเคราะห์ “ประเมินผลงาน 4 ปี คสช. และ อนาคตประเทศไทย” โดยในส่วนของด้านเศรษฐกิจสามารถสรุปได้ว่า “รายใหญ่ได้เฮ รายย่อยร้องโฮ” มุมหนึ่งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยภาพรวมยังคงกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง จากร้อยละ 1 ในปี 2557 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ในปี 2560 และคาดการณ์ว่าปี 2561 เศรษฐกิจอาจจะเติบโตได้มากกว่าร้อยละ 4

แต่อีกมุมก็มีปัญหา “ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ” เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน “ด้วยโครงสร้างการผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองเข้มแข็งมากขึ้น ทำให้การกระจายตัวของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมายังประชาชนและกิจการขนาดเล็กขนาดกลางมีข้อจำกัดและอุปสรรค” เกิดสภาวะความไม่เป็นธรรมโดยทั่วไป ผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ดีขึ้นโดยภาพรวม แต่กิจการขนาดย่อยยังประสบปัญหา

“ประชาชนฐานรากยังคงเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต เนื้อหาบางส่วนของรัฐธรรมนูญ เพิ่มอำนาจรัฐ ลดทอนอำนาจประชาชน การกระจายอำนาจถดถอยลง และการบริหารงานแบบขาดการมีส่วนร่วมและการสั่งการจากบนลงล่างตลอดระยะสี่ปีที่ผ่านมา จะไม่สามารถแก้ไขปัญหารวยกระจุก จนกระจายได้” คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ระบุในบทความ

เช่นเดียวกับการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนแม้จะกระเตื้องขึ้น แต่ “การบริโภคภาคเอกชนก็เติบโตแบบกระจุกตัว สะท้อนความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ระหว่างผู้มีรายได้สูงและผู้มีรายได้ต่ำ” ภาคการบริโภคยังขยายต่ำเพราะสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพี (GDP-ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ) เพิ่มขึ้นจากระดับร้อยละ 76.88 ช่วงกลางปี 2557 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 77.5 ในปี 2560

อย่างไรก็ตามพบว่า หนี้ครัวเรือนลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558 ที่หนี้ครัวเรือนแตะระดับสูงสุด ร้อยละ 81.2 รายได้ ของประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักจึงไม่เพียงพอต่อรายจ่ายนำมาสู่การก่อหนี้ “ยอดรวมหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากระดับ 10.13 ล้านล้านบาทมาอยู่ที่ 11.97 ล้านล้านบาท หลังการยึดอำนาจ 4 ปี” ยอดหนี้ครัวเรือนคงค้างสะสมเพิ่มขึ้นประมาณ 4.93 แสนล้านบาท

สะท้อนว่า “ภาระหนี้ครัวเรือนสะสมยังอยู่ในระดับสูง” และเพิ่มต่อเนื่องแม้สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพีจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม “ปัญหาหนี้ครัวเรือนจึงเป็นโจทย์เรื่องการกระจายตัวของรายได้และความมั่งคั่งมากกว่าปัญหาการไม่มีวินัยทางการเงินและก่อหนี้เกินตัว หรือความไม่สามารถในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ” ฉะนั้นต้องมุ่งไปที่ทำอย่างไรให้การเติบโตทางเศรษฐกิจมีการกระจายตัวมากกว่านี้?

หากทีมเศรษฐกิจของ คสช. ทำได้ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทำนองรัฐบาลใช้นโยบาย “อุ้มคนรวย-ช่วยนายทุน” ที่ดังแว่วๆ มาเป็นระยะๆ ตลอด 4 ปี ก็จะแผ่วและหายไปเอง!!!

[email protected]

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top