วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
"ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาแจ้งวัฒนะ" ได้จัดทำบุญใหญ่ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งนิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์ฯพระกัมมัฎฐานทั่วประเทศ เพื่อรับบิณฑบาต และฉันจังหันตามธรรมวินัยของพระสายป่า และตามรอยปฏิปทาขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยในงานนี้ "พระราชสุเมธี" หรือ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เจ้าอาวาสวัดภูตูมวนาราม ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย เมตตาเทศนาธรรม และพระครูเกษมวรกิจ หรือ "หลวงพ่อวิชัย เขมิโย" เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมตตาทำพิธีสวดมนต์สืบชะตาแบบล้านนา เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน
ทั้งนี้ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เมตตาเทศนาธรรมหัวข้อ "สติทำให้เกิดคุณธรรม" แก่สาธุชนญาติโยมที่มาร่วมตักบาตรและฟังพระธรรมเทศนา เรียกว่า "ภาวนา" ก็จะเกิดขึ้น ภาวนามยปัญญาก็จะเกิดขึ้น ภาวนา คือ ได้คุณธรรม เกิดขึ้นกับตัวเราพร้อม เราหวัง "คุณธรรม" มิใช่หรือ เราจะต้องหวังเอาบารมีธรรม และคุณธรรมให้มันเกิดขึ้นกับตัวเรา ดังนั้นก็ให้มีสติซะก่อน เมื่อเรามีสติตั้งมั่น มั่นคง และคงที่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้การฝึก "สติ" มีเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ว่า "อเมริกา" หรือ "ยุโรป" ก็เริ่มขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ญาติโยมทั้งหลาย ก่อนส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่านจงมี "สติ" เมื่อมี "สติ" "สัมปชัญญะ" ก็เกิด ทั้งสติและสัมปชัญญะ เป็นอาการมาจาก "จิต" ดวงจิตของเรานี้ มีตัวตนไหม ดวงจิตของเรา เป็น "นามธรรม" มีความรู้สึก เหมือนเราใช้คลื่นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าคลื่นเสียง คลื่นภาพ ที่เราใช้มือถือกันอยู่ทุกวัน ก็มันก็ล้วนแต่ มันมีตัวตน แต่มันเป็น "นามธรรม"
จิตของเราก็เป็น "นามธรรม" ดังนั้น เมื่อเราฝึกสติของเราให้คงที่แล้ว จิตของเราก็คงที่ "จิต" ก็จะเป็น "ตัวรู้" ก็จะเป็น "ตัวคิด" สั่งงานมาที่มันสมองในร่างกายของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้ทุกท่านจงมี "สติ"
วันนี้ "เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ" ได้จัดกิจกรรมก่อนเพื่อน ในการทำบุญตักบาตร "พระสุปฏิปันโน" ในคราวนี้ ก็นับว่าได้ให้พวกเราได้มาพบปะครูบาอาจารย์ฯเป็นจำนวนมาก มาจากหลายถิ่น มาจากหลายจังหวัด ครูบาอาจารย์ฯเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นศิษย์สายพระกัมมัฎฐานก็ได้สืบสานการปฏิบัติ มีอายุพรรษา ตั้งแต่ 60 พรรษาขึ้นไป เรื่อยเลยมา ที่เราได้เห็นอยู่นี้ ท่านได้บำเพ็ญบุญบารมีมามาก ดังนั้น การเห็น "สมณะ" จึงเป็นมงคล "สมณานญฺจะ ทสฺสนํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ" (สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง) การเห็นสมณะเป็น "มงคล" หนึ่ง เราได้กราบ สองเราได้ นมัสการ การกราบ เราได้กราบพระ 3 หน นมัสการ เราได้กระทำการอัญชลี ประนมมือ ทำการกระพุ่ม เวลากล่าว ยกมือไหว้ ด้วยว่าเราได้ทำกายอันนอบน้อม บุญทางกายเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้น การเห็นสมณะเป็นมงคลก็อย่างนี้

แม้เราได้รับพร พรสี่ประการ อายุ วรรณะ สุขะ พละ อายุ ก็คือ ให้มีอายุยืนยาวนาน วรรณะก็ให้มีความผ่องใส มีความสง่างาม ในบุคลิกลักษณะ วรรณะ แล้วทีนี้ "ความสุข" สุขกาย สบายจิต อายุ วรรณะ สุขะ พละ พละก็คือกำลัง กำลังที่นี่ คือ หนึ่ง กำลังกาย สอง กำลังใจ สามกำลังแห่งปัญญา มันก็จะเกิดขึ้น กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังปัญญา สี่กำลังก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นในแต่ละวัน ในแต่ละเดือน เราได้รับพรจากครูบาอาจารย์ฯนั้นกี่ครั้ง เราก็ต่ออายุของเราได้ไป ก็มีอายุยืนตามอายุขัย ทุกวันนี้ คนเรามีอายุประมาณ 25,550 วัน เท่ากับอายุ 70 ปี เท่านั้น แต่ใครเกินอายุ 70 ปี หรือ 80 ปี แล้วก็บวกอายุแต่ละวัน แต่ละปีเข้าไป อายุของคนทุกวันนี้ อายุ 25,550 วัน เราหมดไปแล้วกี่วัน นี่คือ เราต่ออายุจากการที่เราได้รับพรจากครูบาอาจารย์ฯ จิตใจเบิกบาน การหายใจเข้ายาว การหายใจออกยาวนี้ ก็ทำให้ "หัวใจ" ของเราได้พัก คือ มันจะเต้นช้าลง หายใจเข้าไปสุดเฮือก แล้วก็หายใจออกยาวๆ ก็ทำให้หัวใจเต้นช้าลง เมื่อหัวใจเต้นช้า ก็ได้พักผ่อนไปในตัวเสร็จ ก็ทำให้ยืนไป
ในบรรดาสัตว์ที่เกิดมาในโลกนี้ มนุษย์ก็มีอายุเพียง 70 ปี ไม่เกิน 100 ปี ช้างสัก 100-150ปี แต่เต่ามีอายุยืน 200-300 ปี เพราะเต่านั้นหายใจช้า หายใจเข้าช้า หายใจออกช้า ทีนี้ เราฝึกสติ เราหายใจเข้ายาว เราหายใจออกยาว มันก็จะได้พักผ่อน คือว่า หัวใจจะได้พักผ่อน ก็ทำให้มีอายุยืนเข้าไป เนี่ยอายุได้แล้ว วรรณะ มีผิวพรรณวรรณะผ่องใส มีบุคลิกสง่างาม สุขขะ ความสุขกายสบายจิต แล้วก็ พละ กำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังปัญญา มันก็จะพัฒนาขึ้นในดวงจิตของเรา เมื่อ "จิต" ของเราสงบแล้ว อันนี้แหละ
จึงฝากไว้กับสาธุชนทั้งหลาย ก่อนสิ้นปีเก่า แล้วก็ต้อนรับปีใหม่ ขอให้ชีวิตของท่านจงสดใส ขอให้ทุกคนมีอายุยืนยาวนาน ตามอายุขัย ขอให้มีวรรณะผ่องใส มีบุคลิกสง่างาม ผิวพรรณวรรณะเปล่งปลั่ง แล้วก็กำลัง ก็ขอให้มีกำลังกายที่ดี มีกำลังใจที่มั่นคง มีกำลังทรัพย์ มีกำลังปัญญา ฝากไว้สุดท้าย คือ หนึ่ง เราจะต้องเด็ดเดี่ยว, สอง เราจะต้องเด็ดขาด, สาม เราจะต้องเชื่อมั่นในตัวเอง 3 ประการนี้ มีอยู่กับบุคคลใด บุคคลนั้นย่อมจะสัมฤทธิ์ผลในการประกอบอาชีพ แม้กระทั่งในการปฏิบัติธรรม เราอยู่ทุกวันนี้ เราเกิดมาเพื่อเสวยผลกรรม และ สร้างกรรมใหม่ต่อไป ดังนั้น จึงขอฝากไว้กับญาติโยมทั้งหลาย ในวาระส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ขอความสวัสดี มีโชค มีชัย ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยคุณธรรมที่ท่านมีอยู่แล้ว ขอบุญบารมี ที่ท่านได้ประกอบกระทำในวันนี้ด้วย ในอดีตด้วย และ จะกระทำในอนาคตด้วย จงเป็นพละวะปัจจัยเสริมส่งให้ทุกท่านเจริญ รุ่งเรือง ในธุรกิจหน้าที่การงาน พรั่งพร้อมไปด้วยสมบัติพัสถาน ความทุกข์อย่าได้ ความเจ็บไข้อย่าเกิดมี ความขัดสนจนอับ อย่าปรากฎ คำว่าไม่มี ขออย่าให้ได้ยิน ในที่ที่ไปแล้ว และ ไปแล้ว ขอให้ท่านทั้งหลาย จงชนะตลอด ปลอดภัยเสมอ พบเจอแต่คนดี และสิ่งที่ดี มั่งมีศรีสุข ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ร่ำรวยด้วยเงินและทอง ผ่องใสในจิต ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรู เมื่อท่านยังดำรงชีพอยู่ในโลกนี้ ก็ขอให้มีสุขภาพ พลานามัย สุขสมบูรณ์ ตลอดไป และ ในที่สุดขอให้ทุกท่านที่มาพร้อมกันในที่นี้ จงได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุคุณธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเร็วพลันในชาติปัจจุบันนี้ จงทุกๆท่านเทอญ
ภายในงาน หลวงพ่อวิชัย เขมิโย เจ้าอาวาส วัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ทำพิธี "สวดมนต์สืบชะตาแบบล้านนา" และก่อนพิธีสวดจะเริ่มขึ้น ท่านเมตตาเล่าให้ญาติโยมฟังถึงการสวดมนต์สืบชะตาแบบล้านนาดังต่อไปนี้

ญาติโยมสาธุชน ผู้มีบุญทุกท่าน พุทธมนต์ที่จะสวดให้โยมนั้น เป็นประเพณีของชาวล้านนา ทุกงานเขาจะให้สวดมนต์ สะเดาะเคราะห์บูชาโชค สืบชะตา บ้านเมืองของเราวุ่นวาย ก็ให้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ถือว่าเป็นบุญอันสำคัญ สมัยครั้นพุทธกาล โยมน่ะ เมืองไวสาลี หรือ เมืองเวสาลี เกิดโรคระบาด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสวดพระคาถานี้ เพราะเมืองไวสาลี เหมือนแผ่นดินพลิกใหม่ แผ่นดินเก่าไม่มีเลยคุณโยม พอสวดอันนี้จบก็แสดง ปรากฎว่าโรคภัยไข้เจ็บหยุดชะงักเลย ทางเหนือก็เลยเอามาเป็นบทอันสำคัญ นะคุณโยมน่ะ เพราะฉะนั้น บทนี่ก็เป็นบทที่พระพุทธเจ้าให้ "สุปติฏฐิตะเทพบุตร" เพราะเหลืออีก 7 วัน ท่านก็จะหมดบุญบนสรวงสวรรค์ ได้มาเกิดบนโลกมนุษย์นี้ จะเป็นเต่า เป็นสุนัข ล้วนแต่หูหนวก ตาบอดทั้งนั้น เพราะกรรมท่านทำไว้
พอท่านเอาไปเจริญบทนี้พอ 7 วันก็ไม่ได้หมดบุญในสรวงสวรรค์ ต่ออีกโยม จนถึงศาสนาพระศรีอาริยเมตตรัย "สุปติฏฐิตะเทพบุตร" นี่จึงจะได้ลงมาเกิด ได้ฟังธรรมครั้งเดียวก็ได้เป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นเป็นบทที่สำคัญขอให้โยมทุกท่านตั้งใจฟัง เวลาหายใจเข้า เราจะนึกว่าความดีทั้งหลายในสากลโลก ขอให้ไหลเข้าไปกับ "ลมหายใจ" ประดิษฐานอยู่ในกายในใจของเรา หายใจออกมาขอให้โรคภัยไข้เจ็บทุกอย่าง จงระงับดับสิ้นไป ทุกครั้งไป
ทีนี้โยมจะรู้สึกว่า มันจะมีความสุข ความสบายขึ้น อันนี้ที่พูดให้ฟัง เพราะได้ทำมาแล้วโยม พระทางพม่ามาสวดให้หลวงพ่อฯ สมัยนั้นปีนั้นไม่ค่อยสบาย พอท่านก็ซัดน้ำมนต์ใส่เท่านั้นล่ะโยม เหมือนกับเอาเหล็กแดงๆ ที่เผาไฟน่ะ จุ่มน้ำ ดังซู่ๆ ก็หายทันทีเลย อาตมาก็เห็นอานุภาพอย่างนี้ ก็อยากให้ญาติโยมทุกท่าน มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรก็ให้ระงับดับหายไป - 003
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี