วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
สำหรับเด็กๆ “การเล่น” ก็คือ “การเรียนรู้” และ นิทานก็คือการเสริมจินตนาการ เพราะฉะนั้น การให้เด็กๆ ได้เล่นอย่างอิสระเสริมด้วยการเล่านิทานเชิงบวก สอดแทรกความรู้ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น “เหล้า บุหรี่ การพนันยาเสพติด” เข้าไป จะทำให้เด็กๆ เกิดการซึมซับได้อย่างเป็นธรรมชาติ ถือเป็นการฉีดวัคซีนป้องกันปัจจัยเสี่ยงในแบบที่หวังผลได้
อย่างจังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะสมอง Executive Function (EF) สำหรับเด็กปฐมวัย ควบคู่โครงการ “ปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัย” มุ่งเน้นการพัฒนาเด็กอายุ 0–6 ปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาสมองส่วนหน้า ผ่านการเสริมทักษะการควบคุมตนเอง การคิดอย่างมีเหตุผล การจัดการอารมณ์ และการตัดสินใจ พร้อมปลูกฝังค่านิยมและทัศนคติเชิงบวก เพื่อป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงในระยะยาว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดปัจจัยเสี่ยงทั้งในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน...แบบนี้เรียกว่ามาถูกทาง
นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกในการปกป้องเด็กและเยาวชน โดยเน้นการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการทำงานอย่างเป็นระบบใน 3 ระดับได้แก่ ระดับนโยบาย ระดับสถานศึกษา และระดับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสถานศึกษาที่ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง และพัฒนาทักษะชีวิตควบคู่กับการดำเนินงานของโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนสีขาว และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยซึ่งถือเป็นด่านแรกของการสร้างภูมิคุ้มกันชีวิต ครูและสถานศึกษาจึงต้องทำงานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาเหล้า บุหรี่และยาเสพติดอย่างยั่งยืน
ด้าน นายไพศาล ที่รัก ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย อายุ 0-6 ขวบ ในฐานะช่วงวางรากฐานสมอง พฤติกรรม และทักษะชีวิต โดยบูรณาการการพัฒนาทักษะสมอง ExecutiveFunction (EF) ร่วมกับโครงการ “ปลูกพลังบวก” ของ สสส. เข้าสู่การจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ ควบคู่การพัฒนาศักยภาพครู การสร้างเครือข่ายโรงเรียนต้นแบบ และการเชื่อมความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน เพื่อสร้างระบบคุ้มครองเด็กในระดับจังหวัด และเตรียมขยายผลจากสถานศึกษาสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงปีงบประมาณ 2568-2569
.jpg)
.jpg)

วีระ แข็งกสิการ

ไพศาล ที่รัก

มาลัย มินศรี
นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกฯ กล่าวว่า ในระยะต่อไป โครงการจะมุ่งเสริมความเข้มแข็งเชิงระบบมากขึ้น โดยยกระดับกลไกกำกับและการบูรณาการในระดับจังหวัดให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงข้อมูลจากสถานศึกษาสู่ระดับพื้นที่และระดับนโยบาย เพื่อติดตามผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของเด็ก ครอบครัว และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่การพัฒนาสื่อและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยและบริบทพื้นที่ รวมถึงการเสริมศักยภาพครู ผู้บริหาร และภาคีเครือข่ายผ่านระบบนิเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับสถานศึกษาเครือข่ายเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ เพื่อขยายผลสู่โรงเรียนและชุมชนอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน โครงการยังเน้นการทำงานเชิงลึกกับครอบครัวและชุมชน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ และส่งเสริมวินัยจราจร เช่น การสวมหมวกนิรภัย ให้เกิดเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็ก พร้อมพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อถ่ายทอดบทเรียนและผลลัพธ์จากพื้นที่สู่สังคมวงกว้าง และสร้างการปกป้องเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
นางกันตินันท์ ลาเกิด รองผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลประชารัฐสามัคคี สพป.นครราชสีมา เขต 4 กล่าวว่า เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการป้องกันปัจจัยเสี่ยงอย่างเหล้าและบุหรี่ เนื่องจากเด็กเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมรอบตัว โรงเรียนจึงให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจแก่ครูผู้บริหาร และผู้ปกครองตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการสื่อสารกับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันดูแลเด็กอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกช่วยให้ครูสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้จริง ผ่านสื่อ นิทาน เพลง และกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย ทำให้เด็กเข้าใจโทษภัยของเหล้าและบุหรี่ และถ่ายทอดต่อไปยังครอบครัว ส่งผลให้ผู้ปกครองเกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โรงเรียนยังต่อยอดการรณรงค์สู่ชุมชนและกลุ่มผู้ปกครอง จนเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ และได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 โรงเรียนต้นแบบการขับเคลื่อนโครงการปลูกพลังบวกของจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2568
ด้าน นางสาวญาณกร ทรัพย์มากครูปฐมวัยชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านหนองแดง สพป.นครราชสีมา เขต 3กล่าวว่า โครงการปลูกพลังบวกช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการจัดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการใช้นิทานและสื่อที่ค่อยๆ ปลูกฝังความคิด ทำให้เด็กเข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้จริง สื่อจากโครงการและกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษายังสามารถต่อยอดทั้งในห้องเรียนและการสื่อสารกับผู้ปกครอง เด็กนำความรู้ไปสะท้อนในครอบครัว ส่งผลให้ผู้ปกครองลด ละ เลิกการดื่ม พร้อมย้ำว่าการสื่อสารเรื่องโทษภัยของเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตและวางรากฐานความปลอดภัยให้เด็กในระยะยาว
จากนั้น นางสาวมาลัย ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาทักษะสมอง EF ควบคู่โครงการปลูกพลังบวกในจังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นการป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันชีวิตให้เด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ อันจะนำไปสู่การลดปัญหาเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดในระยะยาว พร้อมวางรากฐานสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต
เมื่อทุกส่วนงานเมืองย่าโมเริ่มแล้ว...ก็ไปกันต่ออย่างต่อเนื่อง “ปลูกพลังบวก” พัฒนา EF เด็กปฐมวัย สร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงเหล้า–บุหรี่ ปูรากฐานชีวิตเชิงรุก ป้องกันปัญหาสังคมระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี