วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569
ยาย73ปี ชาว อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นำคลิปหลานชายที่ถูกกักขังในห้องและสภาพถูกซ้อมทรมานที่กัมพูชา ร้องให้นายกฯ ช่วยเหลือพากลับบ้าน หลังมีหญิงสาวหลอกหายจากบ้าน รู้ข่าวอีกทีหลานส่งคลิปผ่านเฟสเพื่อนบ้านขอความช่วยเหลือ ยายสุดห่วงร่ำไห้ไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้รอดกลับบ้าน หากหลานทำผิดที่ถูกบังคับทำงานคอลเซ็นเตอร์ก็ให้นำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย
6 มกราคม 2569 นางบัวไข หรือยายบัว อายุ 73 ปี ชาวตำบลโคกว่าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้นำคลิปของนายอาทิตย์ อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นหลานชาย ที่ถูกกักขังในห้องรวมกับแรงงานสัญชาติไทย และประเทศอื่นกว่า 10 คน อยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งหลานได้ส่งผ่านคลิปดังกล่าวเฟซบุ๊กเพื่อนบ้านมาขอความช่วยเหลือ ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายกรัฐมนตรี หาแนวทางช่วยเหลือหลานชายเพราะหลานชายบอกว่าถูกบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ หากไม่ทำหรือทำไม่ได้ตามเป้า จะถูกซ้อมทรมานด้วยการทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อต จนใบหน้าเขียวช้ำ ขาและเท้าบวม จึงพยายามติดต่อผ่านเพื่อนบ้านเพื่อขอให้ช่วยเหลือ
(1).jpg)
ยายบัวไข เล่าว่า ปกติหลานชาย ทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่แถวบ้าน แต่เมื่อช่วงเดือน พ.ย.2568 ได้มีผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง ทราบเพียงว่าอยู่จังหวัดนครราชสีมา ไปไหนมาไหนกับหลานประมาณ 3-4 วัน แต่ตนก็ไม่ได้ซักถามอะไรหลานมาก คิดว่าอาจเป็นสาวที่หลานคบหาจึงไม่ได้ยุ่งเรื่องส่วนตัวเขา จากนั้นหลานก็หายออกจากบ้านไปซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าหลานไปไหน กระทั่งวันที่ 27 พ.ย.68 ถึงมาทราบข่าวจากเพื่อนบ้านว่าหลานถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศกัมพูชา เพราะหลานพยายามติดต่อผ่านเพื่อนบ้านเพื่อให้ประสานทางการช่วยเหลือพากลับบ้าน
(3).jpg)
หลังทราบเรื่องจึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.ละหานทราย หวังให้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือพาหลานกลับบ้าน สงสารและเป็นห่วงหลานชายมาก เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหลานๆ บอกว่า หากทำงานให้เขาไม่ได้ก็จะถูกทุบตีและใช้ไฟฟ้าช็อต ซึ่งยายก็เห็นสภาพที่หลานหน้าบวมช้ำ จากการถูกทำร้าย ทำถึงกับร้องไห้พูดไม่ออก จึงอยากวิงวอนให้นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือพาหลานชายกลับบ้านด้วย
ทั้งนี้ ยายบัวไข ยังได้จุดธูปไหว้ศาลหน้าบ้าน เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งน้ำตาด้วยว่า ขอให้คุ้มครองหลานให้ปลอดภัยและได้กลับบ้าน หากหลานทำผิดกรณีที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ ก็ให้นำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในไทย เพราะหากอยู่ที่นั่นไม่รู้จะต้องเจอกับอะไรบ้าง
(2).jpg)
ด้านนายวิจิตร เมืองสีดา ผู้ใหญ่บ้านหนองถนน บอกว่า ที่ผ่านมา ยายไม่เคยแจ้งให้ทราบว่าหลานถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชา เพราะที่ผ่านมาก็เห็นทำงานรับจ้างอยู่ในพื้นที่ เพิ่งจะทราบวันนี้ก็ได้ลงพื้นที่มาสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากนี้ก็จะได้รายงานข้อมูลให้นายอำเภอรับทราบ เพื่อที่จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการช่วยเหลือหลานชายยายตามกระบวนการขั้นตอนต่อไป.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี