การประชันวิสัยทัศน์ ของนักการเมือง ว่าที่นายกรัฐมนตรี โดยสถาบันพระปกเกล้า

การประชันวิสัยทัศน์ ของนักการเมือง ว่าที่นายกรัฐมนตรี โดยสถาบันพระปกเกล้า

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

อ่านหัวเรื่องเพียงเท่านี้ ท่านผู้อ่านแนวหน้าก็คงจะสนใจแน่ เพราะเราจะมีการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส. แห่งอำนาจนิติบัญญัติ, Législative Power) ในอีกไม่ถึง 1 เดือนข้างหน้านี้ (8 กุมภาพันธ์ 2569)

การได้มาฟังวิสัยทัศน์ของผู้ที่พรรคจะส่งมาเป็นนายกรัฐมนตรี (หัวหน้าอำนาจบริหาร หรือ Executive Power) ที่สถาบันพระปกเกล้าจัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ และออกอากาศสดทาง PPTV HD ช่อง 36 จึงนับเป็นสิ่งที่น่าชมเชยสถาบันนี้เป็นอย่างยิ่ง น่าจะมีคนติดตามฟังนับล้านคน


สถาบันซึ่งเป็นหน่วยงานของอำนาจนิติบัญญัติ จึงถือว่าทำหน้าที่ได้ดีมาก สมกับเป็นหน่วยงานที่เผยแพร่ ประคับประคอง ระบอบประชาธิปไตย ให้ยืนยงอยู่ต่อไป

ผู้ที่จะเข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ ตามรูปภาพที่สถาบันเผยแพร่ ก็ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง) หัวหน้าพรรคประชาชน, นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่พรรคเพื่อไทย เสนอ กับอีก 1 ท่าน ซึ่งผู้เขียนขออภัย เพราะไม่คุ้นหน้านัก

_______________________

ไม่ว่าการประชันวิสัยทัศน์ จะดีเพียงไร ก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียง ได้ฟังวาทะของผู้จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี และวินิจฉัยเลือกพรรคไหนได้เหมาะสมขึ้น

แต่ผลหลังการเลือกตั้ง ก็จะเป็นเหมือนเดิม เหมือนกับ 94 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเมื่อปีพ.ศ. 2475 คือ

1. แต่ละพรรคก็จะต้องสู้กันในสนามเลือกตั้งอย่างเอาเป็นเอาตาย “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องเอาด้วยคาถา”

2. ระบบบ้านใหญ่ บ้านเจ้าพ่อ บ้านเจ้าของพรรค ก็จะยังมีอยู่ อันนับเป็นระบบอุปถัมภ์ ระบบต่างตอบแทน ที่ทำกันมา 93 ปีแล้ว

3. ระบบซื้อเสียงประชาชน ซื้อเสียง สส. งูเห่า, ระบบแจกกล้วย, ระบบโควตา 5 สส. ต่อหนึ่งเก้าอี้ รมต. ก็จะคงมีอยู่ต่อไป อีกกี่ทศวรรษ อีกกี่ศตวรรษ ตราบเท่าที่รัฐธรรมนูญยังให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ (สส., สว.) เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี ตามที่ฝรั่งหลอกให้ประเทศที่ประชาชนยังไม่ฉลาดเท่านักการเมือง ว่าเป็นประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Parliamentarian Democracy)

4. พรรคใดพรรคเดียว หรือผสมกันมาหลายพรรค ก็จะไม่มีเสถียรภาพ อยู่กันได้ 3 เดือนบ้าง, 1 ปีบ้าง แล้วจะมีแผน และดำเนินการตามแผน เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางทหาร ทางเทคโนโลยี ให้ประเทศไทยเจริญได้อย่างไร ตราบใดที่ยังไม่มีความมั่นคงทางการเมือง หรือเสถียรภาพของรัฐบาล

5. และการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะยังคงระบาดต่อไปเช่นเดิม ทั้งในหมู่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น วัดวาอาราม ธุรกิจการค้า เรียกว่าศีลธรรมเสื่อมโทรมกันทั้งประเทศ จนฝรั่ง, ญี่ปุ่น บอกว่า Money talks,
but in Thailand, it talks louder อายกันบ้างไหม?

_______________________

ก็อยากจะขอถามท่านผู้ที่จะเข้าร่วมการประชันวิสัยทัศน์ในวันที่ 29 มกราคมนี้ ว่าท่านจะมีทางแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร

และก็อยากจะขอถามสถาบันที่จัดว่า เมื่อใดท่านจะจัดให้มีการ debate ว่าทำอย่างไร เราจะหลุดจากระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ไปเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบสมดุล (alanced Democracy) ที่ตัดอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ให้มามีสิทธิ์เลือกและมาเป็นฝ่ายบริหาร (รัฐบาล) เสียเอง เช่นในปัจจุบัน

_______________________

ใครเล่าที่เลือกผู้ใช้อำนาจตุลาการ ก็คือตุลาการด้วยกัน ผู้ซึ่งมีความรู้ มีประสบการณ์ ผ่านการกลั่นกรอง คัดเลือก มาอย่างดีแล้ว เป็นผู้เลือก ไม่ใช่ให้ สส. มาเป็นผู้เลือกตุลาการ

แล้วใครเล่าที่ควรเป็นผู้เลือก ผู้ใช้อำนาจบริหาร (นรม.,ครม., ฯลฯ)

ก็ต้องถามตัวเองว่าเราต้องการใครมาบริหารประเทศ

-เราต้องการคนดี มีคุณธรรม

-เราต้องการนักบริหารมืออาชีพ (Professional Executive หรือที่ปัจจุบันเรียกกันว่า The Professional) ที่ประสบความสำเร็จเป็นที่พิสูจน์ได้ (with proven success) ว่าจะมาบริหารบ้านเมือง มาบริหารประเทศไทย ให้ก้าวหน้าทันมาเลเซีย ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลี และเวียดนามได้ โดยประชาชนจะมีความอยู่ดีกินดี ได้มาตรฐานโลก ไม่ใช่ต้องมาหาเช้า-กินค่ำ จำนวนหลายสิบล้านคน เช่นในปัจจุบัน

นักบริหารมืออาชีพเหล่านี้ ก็จะมีที่มาจาก แขนงรัฐกิจ ธุรกิจ และประชากิจ ซึ่งครอบคลุม อาชีพทั้งหมดไว้แล้ว

_______________________

การกำหนดคุณสมบัติของนักบริหารมืออาชีพคงไม่ยากนัก และอดีตนักการเมือง ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี มาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี เป็นรัฐมนตรีหรือนายกเทศมนตรี เทศบาลนคร มาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี ก็น่าจะถือว่าเป็นมืออาชีพในแขนงรัฐกิจได้

_______________________

ส่วนเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เขาเป็นคนดี มีคุณธรรม ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เคยส่งแนะนำไว้

ก็ทำได้ไม่ยาก โดยให้เขาเลือกกันเองในแต่ละแขนง แขนงละ 2 คน เพื่อมาเป็นผู้สมัครแข่งขันเป็นนายกรัฐมนตรี (หัวหน้าผู้ใช้อำนาจบริหาร)

ส่วนใครเล่าจะมาเป็นผู้เลือก ได้แก่นักบริหารมืออาชีพทั้งหมด จาก 3 แขนง ซึ่งเขาย่อมรู้กันดีว่าใครเป็นคนดีมีคุณธรรม ใครเป็นพ่อค้าขี้โกง ใครเป็นข้าราชการที่ชอบเรียกเงินใต้โต๊ะ ใครเป็นนักสังคมสงเคราะห์จอมปลอมโกงเงินสหกรณ์ โกงเงินมูลนิธิ ฯลฯ

_______________________

หากผู้ที่มาประชันวิสัยทัศน์ ในวันที่ 29 มกราคมนี้ มีใครมาเสนอว่าจะทำเช่นนี้ และทำได้ ผู้เขียนและผู้ที่เบื่อการเมืองในระบอบปัจจุบัน ก็คงจะสนับสนุนท่าน และพรรคของท่าน อย่างหัวชนฝาแน่นอน

_______________________

ศิริภูมิ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top