533.jpg
ไวรัสฮันตาคืออะไร? เช็กอาการที่ต้องระวังและวิธีป้องกัน

ไวรัสฮันตาคืออะไร? เช็กอาการที่ต้องระวังและวิธีป้องกัน

วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.15 น.

ไวรัสฮันตาคืออะไร? เช็กอาการที่ต้องระวังและวิธีป้องกัน 

เเล้วไวรัสฮันตาคืออะไร?
ไวรัสฮันตา (Hanta virus) เป็นเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู โดยเชื้อไม่ได้ทำให้หนูป่วย แต่สามารถแพร่สู่คนได้ในบางกรณี โดยในคนอาจทำให้เกิดโรคได้หลายรูปแบบ เช่น กลุ่มอาการทางเดินหายใจ หรือโรคไข้เลือดออกที่ทำให้มีภาวะไตวาย ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส 


อาการของโรคไวรัสฮันตา

โดยทั่วไปอาการของโรคมักเริ่มคล้ายไข้ทั่วไปในช่วงแรกและอาจพัฒนาได้ในบางราย ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ เเละอาเจียน 

ในบางกรณี (ซึ่งพบไม่บ่อย) อาจมีอาการรุนแรง เช่น

• ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย ซึ่งโรคที่เกิดมีอาการค่อนข้างรุนแรง พบมีรายงานการเกิดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา ลักษณะนี้เกิดในประเทศเกาหลี ประเทศจีน และทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย

• ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจที่รุนแรง อาการสำคัญไวรัสฮันตา ไข้และปอดบวมน้ำที่มีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลาที่รวดเร็ว เชื้อไวรัสฮันตาที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบบทางเดินหายใจพบการระบาดทั่วไปในทวีปอเมริกาเหนือ

การแพร่ระบาดเเละพาหะของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา

ไวรัสฮันตาไม่ได้แพร่จากคนสู่คนเป็นหลัก แต่จะติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะประเภทหนู อาทิ ปัสสาวะ อุจจาระ เเละน้ำลาย โดยคนอาจสัมผัสผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผล หรือสูดดมสารคัดหลั่งของหนูเข้าสู่ร่างกาย โดยการติดเชื้อส่วนใหญ่มักเกิดจากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น การทำความสะอาดพื้นที่ที่มีหนูอาศัยอยู่ หรืออยู่ในพื้นที่อับที่ไม่ได้ใช้งานนาน

วิธีง่าย ๆ สำหรับป้องกันตนเองเบื้องต้น

1. ควบคุมสัตว์ฟันแทะ : เก็บอาหารให้มิดชิดเเละปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้ามาในบ้านได้

2. ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี : หลีกเลี่ยงการกวาดหรือปัดฝุ่นแห้งในพื้นที่ที่อาจมีมูลหนู โดยก่อนทำความสะอาดให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือฉีดพ่นก่อนทำความสะอาดก่อน

3. ป้องกันตนเองเมื่อทำความสะอาด : สวมหน้ากากและถุงมือก่อนทำความสะอาดทุกครั้ง พร้อมกับล้างมือหลังทำความสะอาดทุกครั้ง

4. ดูแลสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน : กำจัดขยะอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ปล่อยให้เป็นแหล่งสะสมของหนู ควรทำความสะอาดบริเวณที่อาจเป็นที่อยู่ของสัตว์พาหะ เเละเก็บอาหารในภาชนะปิดมิดชิด

แม้ไวรัสฮันตาจะเป็นโรคที่มีความรุนแรงได้ในบางกรณี แต่โดยรวมแล้วพบได้ไม่บ่อย และไม่ได้แพร่ระบาดง่ายเหมือนไวรัสบางชนิด การดูแลความสะอาดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ

ในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่พบรายงานผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตจาก Hantavirus infection อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยที่ตรวจพบว่าหนูทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างจังหวัด มีแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสฮันตาอยู่ประมาณ 2.3–3.0% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเชื้อชนิดนี้มีอยู่ในธรรมชาติรอบตัวเรา ทั้งนี้ เชื้อที่พบอาจเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง หรืออาจทำให้เกิดการติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการในคน ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ในเชิงการเฝ้าระวังและทำความเข้าใจโรค มากกว่าที่จะเป็นเหตุให้เกิดความตื่นตระหนก โดยประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะอย่างเหมาะสมก็เพียงพอในการลดความเสี่ยง

เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มจากการป้องกัน อย่าลืมดูแลสุขอนามัยรอบตัวและกำจัดแหล่งที่อยู่ของหนู เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัวนะครับ ด้วยความปรารถนาดีครับ

วิธีป้องกันไวรัสฮันตา

ขอขอบคุณที่มาแหล่งข้อมูลเเละรูปภาพจาก กรมประชาสัมพันธ์, กระทรวงสาธารณสุข, BDMS Health Research Center

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top