533.jpg
หรือจักรวาลจะไม่ได้มีแค่เรา นักวิทยาศาสตร์ พบแสงปริศนาสีฟ้าสว่างกว่าดวงอาทิตย์ 100 เท่า

หรือจักรวาลจะไม่ได้มีแค่เรา นักวิทยาศาสตร์ พบแสงปริศนาสีฟ้าสว่างกว่าดวงอาทิตย์ 100 เท่า

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

เมื่อวานนี้ 27 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ ladbible.com ได้เผยแพร่รายงานเรื่องราวชวนทึ่งในแวดวงดาราศาสตร์ เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์เกิดความฉงนหลังตรวจพบ แสงสีฟ้าปริศนา สาดส่องมาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น โดยปรากฏการณ์ไฟกะพริบแปลกประหลาดนี้ ถูกจับตามานานเกือบทศวรรษนับตั้งแต่ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2018 และจนถึงปัจจุบันมีการบันทึกการเกิดแสงวาบในลักษณะนี้ได้เพียง 14 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้มันกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์อวกาศที่พบเจอได้ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ ซึ่งถูกขนานนามในหมู่นักวิจัยว่า Luminous Fast Blue Optical Transients หรือเรียกสั้น ๆ ว่า LFBOTs

สิ่งที่ทำให้นักดาราศาสตร์ต้องตื่นตะลึงไม่ใช่แค่ความลึกลับและหาดูยาก แต่เป็นเรื่องของความเร็วในการลุกไหม้รวมถึงพลังงานความสว่างที่นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า มันสามารถส่องสว่างได้มากกว่าวัตถุอื่นใดที่เคยมีการสังเกตการณ์มาในจักรวาลถึง 100 เท่า เมื่อเทียบกับความสว่างของดวงอาทิตย์ โดยวัตถุเรืองแสงสีฟ้าเหล่านี้จะปรากฏขึ้นและระเบิดแสงเจิดจรัสอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อนจะวับหายไปในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับมาตรวัดเวลาทางดาราศาสตร์แล้ว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สั้นเพียงชั่วพริบตาเดียว สะท้อนให้เห็นถึงการปลดปล่อยพลังงานที่รวดเร็วและมหาศาล อีกทั้งแสงดังกล่าวจะยังคงล็อกเฉดสีฟ้าเข้มเอาไว้ตลอดช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าวัตถุนี้มีอุณหภูมิที่ร้อนจัดอยู่ตลอดเวลา


แสงสีฟ้า

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

และล่าสุดทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบทฤษฎีที่จะมาอธิบายที่มาของแสงวาบสีฟ้านี้แล้ว ยืนยันว่าไม่ใช่ยานอวกาศต่างดาวหรือยานยูเอฟโอแต่อย่างใด โดย ดร. อันยา นูเจนท์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและสถาบันสมิธโซเนียน ผู้เขียนหลักของงานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่า ปรากฏการณ์นี้แตกต่างจากทุกสิ่งที่วิทยาศาสตร์เคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจากการแกะรอยและวิเคราะห์กาแล็กซีต้นตอ คาดว่าน่าจะเป็นผลลัพธ์จากการชนกันอย่างรุนแรงระหว่างวัตถุอวกาศที่มีมวลหนาแน่นสูงมากอย่างหลุมดำหรือ ดาวนิวตรอนพุ่งเข้าปะทะกับ ดาววูล์ฟ-เรย์เยต ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่มีอุณหภูมิและความสว่างในตัวเองสูงกว่าดวงอาทิตย์ของเราหลายเท่าตัว

ในขณะที่ ศาสตราจารย์ ไบรอัน เมตซ์เกอร์ ผู้ร่วมทีมเขียนบทความวิจัย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเดลีเมลว่า ในจังหวะที่วัตถุมวลแน่นพุ่งเข้าชนดาววูล์ฟ-เรย์เยต มันจะทำการกลืนกินสสารของดาวฤกษ์ดวงนั้นอย่างรวดเร็ว จนเกิดการสลายตัวและปลดปล่อยพลังงานโน้มถ่วงจำนวนมหาศาลออกมา พลังงานเหล่านั้นส่วนหนึ่งจะแปรสภาพเป็นลำแสงหรือเจ็ตพลังงานสูงพุ่งทะลวงเข้าใส่สสารที่อยู่รายล้อมรอบตัวดาว ปฏิกิริยาลูกโซ่นี้เองที่จุดชนวนให้เกิดแสงวาบสีฟ้าเข้มที่ทั้งร้อนจัดและสว่างจ้าในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างที่มนุษย์โลกได้มองเห็น

แสงสีฟ้า

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ladbible.com

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top