533.jpg
คนข้างๆทักด่วน กรนดัง-สะดุ้งตื่นกลางดึก สัญญาณอันตราย หยุดหายใจขณะหลับ 'หมอวี'เผยพบในผู้ใหญ่สูง 20%

คนข้างๆทักด่วน กรนดัง-สะดุ้งตื่นกลางดึก สัญญาณอันตราย หยุดหายใจขณะหลับ 'หมอวี'เผยพบในผู้ใหญ่สูง 20%

วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ป้องกันแขนงเวชศาสตร์วิถีชีวิต และประสาทศัลยแพทย์ โพสต์ข้อความระบุว่า "Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับพบในผู้ใหญ่ประมาณ 10-20% แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย สัญญาณที่ควรสงสัยได้แก่ กรนดัง ง่วงมากระหว่างวัน ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า และความดันโลหิตสูงที่คุมยาก OSA ที่ไม่ได้รักษาสัมพันธ์กับโรคหัวใจ เบาหวาน ซึมเศร้า และสมองเสื่อม การรักษาด้วย CPAP มีประสิทธิภาพสูงและเปลี่ยนชีวิตได้จริง ถ้าใส่ถูกวิธีและปรับตัวได้"

บทที่ 14 (จากหนังสือ ก่อนจะป่วย คัมภีร์เวชศาสตร์วิถีชีวิตเพื่อสุขภาพยั่งยืน)


Sleep Apnea — โรคนอนที่คุณอาจไม่รู้ว่าตัวเองมี

ผมมีคำถามที่อยากให้คุณลองถามคนที่นอนอยู่ข้างๆ ทุกคืนครับ "ผมกรนไหม? หรือบางทีสังเกตว่าหยุดหายใจตอนนอนบ้างไหม?" ถ้าคำตอบคือใช่ บทนี้สำคัญมากสำหรับคุณ และถ้าคุณนอนคนเดียวและไม่มีใครบอก บทนี้ก็ยังสำคัญ เพราะจะสอนให้คุณสังเกตสัญญาณในตัวเองที่หลายคนมีอยู่โดยไม่รู้ตัวมาหลายปี

เรื่องจริงที่น่าตกใจผมขอเล่าเรื่องของคนไข้คนหนึ่งครับ คนไข้ชายอายุ 48 ปี เป็นนักธุรกิจที่ทำงานหนัก น้ำหนักเกินประมาณ 15 กิโลกรัม และบ่นมาหลายปีว่าตื่นเช้ามาแล้วไม่สดชื่น ง่วงตลอดวัน ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และมีความดันโลหิตสูงที่คุมยากแม้กินยา

เขาคิดว่าตัวเองแค่เครียดเรื่องงาน และคิดว่าการที่กรนดังมากนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะพ่อและพี่ชายก็กรนด้วย ภรรยาของเขาต่างหากที่สังเกตว่าบางทีเขาหยุดหายใจตอนนอน บางครั้งนานถึง 20-30 วินาที แล้วก็สะดุ้งตื่นพร้อมเสียงหายใจดังหืด แต่เขาจำไม่ได้เลยเพราะหลับอยู่ เมื่อมาตรวจ Sleep Study พบว่าเขาหยุดหายใจมากกว่า 45 ครั้งต่อชั่วโมงในขณะนอนหลับ 45 ครั้งต่อชั่วโมง หมายความว่าทุก ๆ หนึ่งนาทีกว่า สมองของเขาถูกรบกวนจากการขาดออกซิเจนหนึ่งครั้ง ตลอดทั้งคืน ทุกคืน มาหลายปีโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังนอนไม่หลับอยู่ในขณะที่คิดว่าหลับอยู่

Sleep Apnea คืออะไร

Sleep Apnea หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea — ภาวะที่ทางเดินหายใจถูกอุดกั้นซ้ำ ๆ ในระหว่างการนอนหลับ ทำให้หยุดหายใจชั่วคราวและระดับออกซิเจนในเลือดลดลง) มีสองชนิดหลักครับ

ชนิดแรก — Obstructive Sleep Apnea (OSA) หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น คือชนิดที่พบบ่อยที่สุด 80-90% ของผู้ป่วย Sleep Apnea ทั้งหมด เกิดจากกล้ามเนื้อคอและลิ้นคลายตัวมากเกินไปในขณะหลับ จนทางเดินหายใจถูกอุดกั้น

ชนิดที่สอง — Central Sleep Apnea (CSA) หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากศูนย์ควบคุม พบน้อยกว่ามาก เกิดจากสมองไม่ส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อหายใจทำงาน มักพบร่วมกับโรคหัวใจล้มเหลวหรือหลังจากการใช้ยาบางชนิด

บทนี้จะเน้น OSA เป็นหลัก เพราะนั่นคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มีและยังไม่รู้ตัว

พบบ่อยแค่ไหน?

บ่อยมากครับ และบ่อยกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

การศึกษาในประชากรผู้ใหญ่พบว่า OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรงพบในประมาณ 10-20% ของผู้ชายและ 5-10% ของผู้หญิง และในกลุ่มผู้สูงอายุสัดส่วนนี้สูงขึ้นไปอีกมาก¹ แต่ที่น่าตกใจกว่าคือ ผู้ป่วย OSA ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการวินิจฉัย การศึกษาประมาณว่ามีผู้ป่วย OSA ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอยู่ราว 80-90%² กล่าวคือถ้าห้องประชุมวุฒิสภาที่ผมนั่งประชุมอยู่นี้มีคน 200 คน มีโอกาสสูงมากที่จะมีคนเป็น OSA อยู่ 20-30 คน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว ร่างกายทำอะไรทุกครั้งที่หยุดหายใจ นี่คือส่วนที่ทำให้เข้าใจว่าทำไม OSA ถึงอันตรายขนาดนี้ครับ

ทุกครั้งที่ทางเดินหายใจถูกอุดกั้น ออกซิเจนในเลือดลดลง สมองตรวจพบและส่งสัญญาณฉุกเฉิน ทำให้ร่างกายหลั่ง Adrenaline และ Cortisol ออกมา หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตพุ่งขึ้น และร่างกายสะดุ้งตื่นเพียงพอที่จะเปิดทางเดินหายใจอีกครั้ง แล้วก็กลับไปหลับ

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีจนกว่า 2 นาที และคนไข้มักจำไม่ได้เลยว่าตื่น แต่ถ้าเกิดขึ้น 30-50 ครั้งต่อชั่วโมง ตลอดคืน ผลสะสมคือ ความดันโลหิตสูงขึ้นในระยะยาวจากการกระตุ้น Sympathetic Nervous System ซ้ำ ๆ ทุกคืน หัวใจทำงานหนักผิดปกติจากความดันที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ตลอดคืน การอักเสบเรื้อรังในหลอดเลือดจาก Stress Hormones ที่หลั่งซ้ำ ๆ การนอนหลับลึกถูกรบกวนจนแทบไม่ได้ Slow-Wave Sleep และ REM Sleep เลย และออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอซ้ำ ๆ ตลอดชีวิต³

OSA เชื่อมโยงกับโรคที่สำคัญเหล่านี้

ผลที่เพิ่งกล่าวมาไม่ได้หยุดแค่ความเหนื่อยล้า งานวิจัยพบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่าง OSA ที่ไม่ได้รักษากับโรคสำคัญหลายอย่าง

ความดันโลหิตสูง— OSA คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของความดันโลหิตสูงที่ดื้อยา คือควบคุมยากแม้จะกินยาหลายชนิดแล้ว การศึกษาพบว่าผู้ป่วยความดันสูงที่ดื้อยาประมาณ 80% มี OSA ร่วมด้วย⁴

โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง — OSA เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เรียกว่า Atrial Fibrillation อย่างมีนัยสำคัญ⁵

เบาหวานชนิดที่ 2 — การหยุดหายใจซ้ำ ๆ ทำให้ระดับ Cortisol สูง ซึ่งเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดและลดความไวต่ออินซูลิน สัมพันธ์กับความเสี่ยงเบาหวานที่เพิ่มขึ้น⁶

ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล — งานวิจัยพบว่าผู้ป่วย OSA มีความชุกของภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ และหลายกรณีที่รักษาซึมเศร้าแล้วไม่ดีขึ้น พบว่ามี OSA ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง⁷

สมองเสื่อม — มีงานวิจัยที่น่าเป็นห่วงพบว่า OSA ที่ไม่ได้รักษาสัมพันธ์กับการสะสม Beta-amyloid ในสมองเร็วขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงอัลไซเมอร์ในระยะยาว⁸

สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจมี OSA

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองมี OSA เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนหลับ แต่มีสัญญาณที่สังเกตได้ตอนตื่นและระหว่างวันดังนี้ครับ ตอนกลางคืน ได้แก่ กรนดัง โดยเฉพาะเสียงที่ดังพอให้คนข้างเตียงได้ยิน มีเสียงสะดุ้งหรือหืดขณะหลับที่คนข้างเคียงสังเกตเห็น สำลักหรือรู้สึกหายใจไม่ออกจนสะดุ้งตื่นกลางดึก ปากแห้งหรือเจ็บคอตอนตื่นนอน และปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของกระเพาะปัสสาวะ แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเพราะสมองตื่นซ้ำ ๆ จาก OSA

ตอนเช้าและระหว่างวัน ได้แก่ ปวดศีรษะตอนเช้าเป็นประจำ ง่วงมากระหว่างวันแม้นอนนานพอ รู้สึกเหมือนไม่ได้นอนแม้นอนครบแปดชั่วโมง สมาธิสั้น ความจำไม่ดี หงุดหงิดง่าย และหลับในขณะนั่งเฉย ๆ เช่น ในการประชุมหรือขณะขับรถ ซึ่งอันหลังนี้อันตรายมากครับ
กล่องความรู้: Epworth Sleepiness Scale — ทดสอบง่าย ๆ ที่บ้าน

แพทย์มักใช้แบบสอบถามที่ชื่อ Epworth Sleepiness Scale เพื่อประเมินความง่วงในเวลากลางวัน ให้คะแนนแต่ละสถานการณ์ต่อไปนี้ว่ามีโอกาสหลับแค่ไหน โดยให้ 0 คือไม่มีโอกาสหลับเลย 1 คือน้อย 2 คือปานกลาง และ 3 คือมาก

สถานการณ์ที่ประเมิน ได้แก่ นั่งอ่านหนังสือ ดูทีวี นั่งอยู่เฉย ๆ ในที่สาธารณะเช่นโรงภาพยนตร์ นั่งเป็นผู้โดยสารในรถนาน 1 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก นอนพักตอนบ่ายเมื่อมีโอกาส นั่งคุยกับคนอื่น นั่งเฉย ๆ หลังมื้อกลางวันโดยไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และนั่งในรถที่หยุดติดไฟแดงไม่กี่นาที

ถ้าคะแนนรวมสูงกว่า 10 แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน Sleep Apnea⁹

ใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของ OSA ได้แก่

น้ำหนักเกินและโรคอ้วน เพราะไขมันที่สะสมรอบคอและทางเดินหายใจทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง ผู้ที่มีรอบคอมากกว่า 40 เซนติเมตรในผู้ชายและมากกว่า 35 เซนติเมตรในผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิง 2-3 เท่า แต่หลังวัยหมดประจำเดือนความเสี่ยงในผู้หญิงเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับผู้ชายมากขึ้น อายุที่มากขึ้นเพราะกล้ามเนื้อในลำคอและทางเดินหายใจเสียความยืดหยุ่น โครงสร้างใบหน้าบางอย่าง เช่น คางเล็ก ลิ้นใหญ่ ต่อมทอนซิลโต หรือโพรงจมูกแคบ

การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะคลายกล้ามเนื้อทางเดินหายใจมากขึ้น และประวัติครอบครัว เพราะมีองค์ประกอบทางพันธุกรรม¹⁰

วิธีตรวจวินิจฉัย — ไม่ยากอย่างที่คิด

การตรวจวินิจฉัย OSA ที่เป็นมาตรฐานคือ Polysomnography (PSG) หรือ Sleep Study ซึ่งเป็นการนอนค้างในห้องปฏิบัติการพร้อมติดเซ็นเซอร์วัดการหายใจ ออกซิเจนในเลือด คลื่นสมอง การเคลื่อนไหวของตาและขา และอัตราการเต้นของหัวใจตลอดคืน

ปัจจุบันมีทางเลือกที่สะดวกขึ้นมากคือ Home Sleep Testing (HST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใส่กลับบ้านและนอนทดสอบในสภาพแวดล้อมของตัวเอง แม้จะตรวจได้ไม่ครอบคลุมเท่า PSG แต่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัย OSA ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงและอาการชัดเจน¹¹

ถ้าคุณมีสัญญาณที่กล่าวถึงข้างต้นหรือคะแนน Epworth สูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการส่งตรวจครับ

การรักษา — มีหลายทางเลือก

CPAP — มาตรฐานทองที่หลายคนกลัวโดยไม่จำเป็น

CPAP ย่อมาจาก Continuous Positive Airway Pressure (เครื่องอัดอากาศแรงดันต่อเนื่อง ทำงานโดยการส่งลมแรงดันผ่านหน้ากากเข้าทางจมูกหรือปากเพื่อค้ำยันทางเดินหายใจให้เปิดอยู่ตลอดคืน) เป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดสำหรับ OSA ปานกลางถึงรุนแรง

งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่าการรักษา OSA ด้วย CPAP ช่วยลดความดันโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญ ปรับปรุงอาการซึมเศร้า เพิ่มสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย และลดความเสี่ยงอุบัติเหตุทางรถยนต์¹²

ปัญหาหลักของ CPAP คือหลายคนทนใส่ไม่ได้ในระยะแรก รู้สึกอึดอัด ปากแห้ง หรือหน้ากากไม่พอดี แต่เทคโนโลยี CPAP สมัยใหม่เงียบขึ้น เล็กลง และมีหน้ากากหลายแบบมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ปรับตัวได้ภายในสองถึงสี่สัปดาห์

Mandibular Advancement Device (MAD)

MAD คืออุปกรณ์ที่ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำขึ้นให้เหมาะกับปากของแต่ละคน ทำงานโดยการดันขากรรไกรล่างและลิ้นไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น เหมาะสำหรับ OSA ระดับเบาถึงปานกลาง หรือสำหรับผู้ที่ใส่ CPAP ไม่ได้จริง ๆ

การลดน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกินมาก การลดน้ำหนักให้ได้ผลอย่างมีนัยสำคัญสามารถลดความรุนแรงของ OSA ได้มาก บางรายถึงกับหายขาดได้ แต่ต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังและรักษาไว้ระยะยาว
Positional Therapy

ผู้ป่วย OSA บางคนมีอาการแย่ลงมากเมื่อนอนหงาย เพราะลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น การฝึกนอนตะแคงสามารถลดความรุนแรงของ OSA ได้พอสมควรในกลุ่มนี้ มีอุปกรณ์ช่วยฝึกหลายชนิดในตลาด

การผ่าตัด

สำหรับบางกรณีที่มีสาเหตุทางกายวิภาคชัดเจน เช่น ต่อมทอนซิลโตมาก หรือผนังกั้นจมูกคด การผ่าตัดแก้ไขสาเหตุเหล่านั้นอาจช่วยได้ แต่ไม่ใช่วิธีรักษาหลักสำหรับ OSA ส่วนใหญ่
Restless Legs Syndrome — โรคนอนอีกชนิดที่คนไม่ค่อยรู้จัก

นอกจาก Sleep Apnea แล้ว ยังมีปัญหาการนอนอีกชนิดที่พบบ่อยแต่คนไข้มักไม่บอกแพทย์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติหรืออธิบายไม่ถูก

Restless Legs Syndrome (RLS) หรือ กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข (RLS — ภาวะที่มีความรู้สึกไม่สบายที่ขาในขณะพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ทำให้อยากขยับขาตลอดเวลา) เป็นภาวะที่พบในประมาณ 5-10% ของประชากรผู้ใหญ่¹³

อาการมักบรรยายว่าเป็นความรู้สึกคัน คลาน เจ็บ หรือตึงภายในขา ที่แย่ลงตอนนอนพักและดีขึ้นเมื่อขยับขา ทำให้หลับยากมากเพราะต้องขยับขาตลอด

RLS มีความสัมพันธ์กับการขาดธาตุเหล็ก การตั้งครรภ์ โรคไต และปัจจัยทางพันธุกรรม และมักตอบสนองดีต่อการรักษาเมื่อได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ลับมาที่คนไข้คนนั้น

คนไข้นักธุรกิจที่ผมเล่าถึงตอนต้น หลังจากตรวจพบ OSA รุนแรงและเริ่มใช้ CPAP ในสัปดาห์แรกเขาบ่นว่าอึดอัดมาก แต่ภรรยาบอกว่าเขาไม่กรนเลยและไม่เห็นหยุดหายใจอีก
สี่สัปดาห์ต่อมาเขากลับมาพบผม สีหน้าต่างออกไปมาก

"ผมตื่นมาแล้วสดชื่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีหมอครับ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมามันแย่ขนาดนั้น เพราะไม่มีอะไรเปรียบเทียบ" สามเดือนต่อมา ความดันของเขาลดลงจนสามารถลดยาได้หนึ่งชนิด โดยไม่ได้เปลี่ยนอะไรอื่น บางครั้งปัญหาสุขภาพที่ดูซับซ้อนมีต้นตอที่แก้ได้ ถ้ารู้จักมันก่อน

สรุปบทที่ 14

Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับพบในผู้ใหญ่ประมาณ 10-20% แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย สัญญาณที่ควรสงสัยได้แก่ กรนดัง ง่วงมากระหว่างวัน ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า และความดันโลหิตสูงที่คุมยาก OSA ที่ไม่ได้รักษาสัมพันธ์กับโรคหัวใจ เบาหวาน ซึมเศร้า และสมองเสื่อม การรักษาด้วย CPAP มีประสิทธิภาพสูงและเปลี่ยนชีวิตได้จริง ถ้าใส่ถูกวิธีและปรับตัวได้

ทำได้เลยวันนี้
หนึ่ง — ถามคนที่นอนอยู่ด้วยกันว่าคุณกรนไหม หรือเคยเห็นคุณหยุดหายใจขณะนอนหลับไหม
สอง — ทำแบบทดสอบ Epworth Sleepiness Scale ในกล่องความรู้ด้านบน ถ้าคะแนนสูงกว่า 10 ให้ปรึกษาแพทย์
สาม — ถ้ามีความดันโลหิตสูงที่คุมได้ยากแม้กินยาหลายชนิดแล้ว ให้แจ้งแพทย์ว่าอยากประเมิน Sleep Apnea ด้วย เพราะนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่มักถูกมองข้าม

เอกสารอ้างอิงบทที่ 14

1. Benjafield AV, Ayas NT, Eastwood PR, et al. Estimation of the global prevalence and burden of obstructive sleep apnoea: a literature-based analysis. Lancet Respiratory Medicine. 2019;7(8):687–698.
2. Young T, Evans L, Finn L, Palta M. Estimation of the clinically diagnosed proportion of sleep apnea syndrome in middle-aged men and women. Sleep. 1997;20(9):705–706.
3. Dempsey JA, Veasna P, Morgan BJ, O'Donnell CP. Pathophysiology of sleep apnea. Physiological Reviews. 2010;90(1):47–112.
4. Logan AG, Perlikowski SM, Mente A, et al. High prevalence of unrecognized sleep apnoea in drug-resistant hypertension. Journal of Hypertension. 2001;19(12):2271–2277.
5. Punjabi NM. The epidemiology of adult obstructive sleep apnea. Proceedings of the American Thoracic Society. 2008;5(2):136–143.
6. Tasali E, Leproult R, Ehrmann DA, Van Cauter E. Slow-wave sleep and the risk of type 2 diabetes in humans. Proceedings of the National Academy of Sciences. 2008;105(3):1044–1049.
7. Peppard PE, Szklo-Coxe M, Hla KM, Young T. Longitudinal association of sleep-related breathing disorder and depression. Archives of Internal Medicine. 2006;166(16):1709–1715.
8. Liguori C, Mercuri NB, Izzi F, et al. Obstructive sleep apnea is associated with early but possibly modifiable Alzheimer's disease biomarkers changes. Sleep. 2017;40(5):zsx011.
9. Johns MW. A new method for measuring daytime sleepiness: the Epworth Sleepiness Scale. Sleep. 1991;14(6):540–545.
10. Punjabi NM. The epidemiology of adult obstructive sleep apnea. Proceedings of the American Thoracic Society. 2008;5(2):136–143.
11. Collop NA, Anderson WM, Boehlecke B, et al. Clinical guidelines for the use of unattended portable monitors in the diagnosis of obstructive sleep apnea in adult patients. Journal of Clinical Sleep Medicine. 2007;3(7):737–747.
12. Schwartz DJ, Kohler WC, Karatinos G. Symptoms of depression in individuals with obstructive sleep apnea may be amenable to treatment with continuous positive airway pressure. Chest. 2005;128(3):1304–1309.
13. Allen RP, Picchietti DL, Garcia-Borreguero D, et al. Restless legs syndrome/Willis-Ekbom disease diagnostic criteria: updated International Restless Legs Syndrome Study Group (IRLSSG) consensus criteria. Sleep Medicine. 2014;15(8):860–873

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top