วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เจ้าของคาเฟ่ และโฮสเทล ตำบลหลังสวน มองโครงการแลนด์บริดจ์ กระตุ้นเศรษฐกิจซบเซา แนะรัฐบาลใช้สิ่งแวดล้อมบรรจุเป็นเงื่อนไขหลักในโครงการ ชี้ธรรมชาติเป็นจุดขาย
1 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม สำรวจความคิดเห็นมุมมองของผู้ประกอบการ ร้านค้าต่างๆ เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ในพื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร โดย นางสาวโสมประภา ผู้ประกอบการ ร้านอิ่มคาเฟ่ และโฮสเทล เปิดเผยมุมมองในประเด็นดังกล่าวนี้ว่า เป็นโครงการที่อาจจะทำให้ธุรกิจดีขึ้น เท่าที่ฟังข้อมูลจากหลายๆ ฝ่าย หรืออีกฝั่งนึง ก็น่าจะมีผลกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติของ จ.ชุมพร ค่อนข้างที่จะเยอะ และที่ผ่านมาคยพูดคุยกับคนในชุมชนพบว่ามีความคิดเห็นเป็น 2 เสียง ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างคนที่ประกอบอาชีพ หรือประกอบธุรกิจก็อาจจะสนับสนุนให้มีโครงการ เพื่อให้การเงินสะพัดมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้รายได้ของเงินอาจจะมาจากทุเรียน เพราะว่าคนหลังสวนค่อนข้างที่จะทำเกี่ยวกับทุเรียน เมื่อมีการซื้อขายย้ายไปที่ จ.จันทบุรี ดังนั้นในพื้นที่หลังสวนก็ค่อนข้างที่จะเงียบ อาชีพบางส่วนก็ทำการประมง ก็จะเห็นได้ว่ารายได้ซบเซาลงไปมาก ส่วนตัวก็คิดว่ามีทั้งข้อดี และข้อเสีย
.jpg)
นางสาวโสมประภา กล่าวต่อว่า สำหรับการค้าขายที่ร้านอิ่มคาเฟ่นั้นขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว บางวันก็เงียบมากๆ แต่พอช่วงเทศกาลหรือหน้าทุเรียนก็จะขายดีสุดๆ ในอนาคตหากโครงการเกิดขึ้นจริงๆ หากมองในแง่ธุรกิจเราก็คิดว่ามันน่าจะช่วยให้คนต่างถิ่นเข้ามา ก็อาจจะเป็นเมืองที่เป็นธุรกิจมากขึ้น คิดว่าจะมีผู้คนมากขึ้น โดยที่ร้าน ขายกาแฟ และอาหารเช้าเป็นหลัก มีอาหารเหนือและขนมปังที่ทำเอง ซึ่งก็ค่อนข้างมั่นใจในรสชาติที่ได้ทำออกมา เมนูที่ลูกค้าชื่นชอบก็จะเป็นขนมปังที่ทำจากยีสต์ธรรมชาติ(ซาวโดว์) เป็นเมนูที่ลูกค้าค่อนข้างนิยม โดยปกติแล้วขนมปังทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อจะเป็นยีสต์ที่อุตสาหกรรม ซึ่งไม่ได้แปลว่าไม่ดี ของเราชอบที่มันทำมาจากธรรมชาติไม่ได้มีสารเร่งให้โต ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ขณะที่ในพื้นที่หลังสวนจำนวนประชากรก็ไม่ได้เยอะ แต่หากมองในภาคธุรกิจ เมื่อมีโครงการแลนด์บริดจ์ ก็คาดว่าจะมีคนเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก ที่อยากจะเข้ามาอยากทดลองชิมมาที่ร้านมากขึ้น
.jpg)
นอกจากนี้ นางสาว โสมประภา บอกด้วยว่า หากในอนาคตโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นจริง อยากนำเสนอแนะให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการ ว่าอยากให้คำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะทรัพยากรทางธรรมชาติที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน คือจุดขายสำคัญที่สุด ที่ทำให้ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวต่างหลงรัก และอยากเดินทางเข้ามาสัมผัสในพื้นที่ของเรา โดยให้นำปัจจัยด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม เข้าไปบรรจุเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักของการพิจารณาก่อสร้าง เพื่อเป็นหลักประกันว่าโครงการนี้ จะดำเนินไปควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่ไว้ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งหากภาครัฐทำได้ จะเป็นผลดีต่อทั้งระบบเศรษฐกิจใหม่และโครงสร้างชุมชนเดิมอย่างแน่นอน.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี