542.jpg
รู้จัก Phantom limb syndrome 90% ของผู้สูญเสียแขนขา ยังรู้สึกเจ็บปวดในส่วนที่ขาดหายไป

รู้จัก Phantom limb syndrome 90% ของผู้สูญเสียแขนขา ยังรู้สึกเจ็บปวดในส่วนที่ขาดหายไป

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การที่ผู้ป่วยแขนหรือขาขาดไปแล้ว แต่กลับยังสามารถรู้สึก "ปวด" อวัยวะข้างที่สูญเสียไปได้อยู่ ไม่ใช่อาการคิดไปเองหรือเรื่องลี้ลับแต่อย่างใด ในทางการแพทย์ ภาวะนี้มีคำอธิบายที่ชัดเจน โดยเรียกว่า กลุ่มอาการความรู้สึกหลอนว่าแขนขายังคงอยู่ (Phantom Limb Syndrome)

สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยยังรู้สึกเจ็บปวด เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่

  • ความทรงจำของสมอง: สมองส่วน Cerebral cortex และ Thalamus ได้จดจำรูปร่าง การเคลื่อนไหว และความรู้สึกของอวัยวะนั้นไว้อย่างฝังลึก เมื่อแขนถูกตัดออกไป สมองยังคงเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ จึงทำให้รู้สึกเหมือนอวัยวะนั้นยังคงอยู่
  • ระบบประสาทส่งสัญญาณรวน: ปลายเส้นประสาทบริเวณแผลที่ถูกตัดขาด อาจเกิดการส่งสัญญาณหรือคลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติกลับไปที่สมอง ทำให้สมองแปลผลคลาดเคลื่อนและสร้าง "ความรู้สึกเจ็บปวด" ขึ้นมา ทั้งที่แขนข้างนั้นไม่มีอยู่จริงแล้ว

 

อาการแบบไหนที่เข้าข่าย Phantom Limb Syndrome?

ผู้ป่วยกว่า 90% ที่ต้องถูกตัดแขนหรือขามักต้องเจอกับภาวะนี้ โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ซึ่งมีความทรงจำเกี่ยวกับร่างกายตัวเองยาวนานกว่าเด็กเล็ก อาการที่มักแสดงออก ได้แก่:

  • มีอาการปวดบริเวณที่ถูกตัดออกไป ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยและรบกวนการใช้ชีวิตมากที่สุด
  • รู้สึกเหมือนแขนหรือขายังขยับได้ เช่น รู้สึกว่างอข้อศอก หรือหงายมืออยู่
  • มีอาการชา เป็นตะคริว หรือรู้สึกถึงความร้อนและความเย็น บริเวณแขนหรือขาที่ขาดหายไป
  • บางรายรู้สึกสมจริงถึงขั้นรับรู้ได้เหมือนยังสวมแหวน หรือใส่นาฬิกาอยู่ที่มือข้างนั้น

 

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ปวดหนักขึ้น

  • ความเครียด หรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิต
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • แผลผ่าตัดมีปัญหา เช่น ฟื้นตัวไม่ดี แผลติดเชื้อ หรือมีก้อนเลือด (Blood clot) บริเวณแผล
  • เคยมีประวัติปวด หรือเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทบริเวณนั้นมาก่อนที่จะทำการผ่าตัด

 

วิธีรับมือและการรักษา

อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไปและผู้ป่วยเริ่มปรับตัวยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ แต่หากอาการปวดรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิต แพทย์จะมีแนวทางการรักษาเพื่อบรรเทาอาการ ดังนี้:

  • การใช้ยา: เช่น ยาแก้ปวดปลายประสาท หรือยาต้านเศร้า ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดจากเส้นประสาทได้ดี
  • การทำกายภาพบำบัด: ใช้การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า หรือความร้อนบริเวณที่ปวด
  • การดูแลและแก้ไขแผลผ่าตัด: หากมีรอยแผลที่เป็นปัญหา แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดแก้ไขอวัยวะส่วนที่เหลือให้สมบูรณ์ขึ้น
  • การฝึกสมองสะท้อนกลับ (Biofeedback / Mirror Box Therapy): เป็นเทคนิคที่ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวอวัยวะข้างที่เหลืออยู่หน้ากระจก เพื่อหลอกสมองให้มองเห็นภาพสะท้อนว่า แขนข้างที่ขาดกำลังขยับและผ่อนคลาย วิธีนี้จะช่วยลบข้อมูลความทรงจำเก่า และลดอาการปวดหลอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

บทสรุป

Phantom Limb Syndrome เป็นเครื่องยืนยันว่าความเคยชินและระบบความทรงจำของสมองมนุษย์ การทำความเข้าใจธรรมชาติของโรค การดูแลแผลผ่าตัดให้ดี รวมถึงการดูแลสุขภาพกายและใจไม่ให้เครียด จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้สมองปรับตัวรับกับความจริงใหม่ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

ขอบคุณที่มา : ศาสตราจารย์นายแพทย์สมศักดิ์  เทียมเก่า โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top