542.jpg
อ.อ๊อด ชี้ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว คือ 'Flashover' เผยสัญญาณเตือนก่อนปะทุ

อ.อ๊อด ชี้ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว คือ 'Flashover' เผยสัญญาณเตือนก่อนปะทุ

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ร้านโรงเบียร์ลาดพร้าว ล่าสุด รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด นักวิชาการด้านเคมี ได้ออกมาวิเคราะห์ลำดับเหตุการณ์และสาเหตุเชิงลึกผ่านมุมมองทางวิทยาศาสตร์ โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่ายปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Flashover" หรือการลุกไหม้พร้อมกันอย่างรุนแรง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้า พร้อมเตือนประชาชนให้สังเกตสัญญาณอันตรายอย่างอาการไฟตกและควันสีขาว ที่มักเกิดขึ้นก่อนเปลวไฟจะปะทุและลุกลามจนเกินการควบคุม

 


สัญญาณเตือนภัยแรก ความผิดปกติทางไฟฟ้าและควันสีขาว

อาจารย์อ๊อดอธิบายว่า ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว การเกิดควันสีขาวลอยขึ้นมาก่อนที่จะปรากฏเปลวไฟนั้น เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าวัสดุภายในพื้นที่กำลังได้รับความร้อนสูงจนเริ่มสลายตัว แต่ยังอยู่ในสภาวะที่เผาไหม้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับอาการไฟตกหรือแสงไฟหรี่ลง ยิ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าระบบไฟฟ้าภายในอาคารกำลังเกิดความผิดปกติร้ายแรง

ก่อนที่วัสดุต่างๆ จะลุกไหม้กลายเป็นเปลวไฟ วัสดุจำพวกพลาสติก ฉนวนหุ้มสายไฟ โฟม เฟอร์นิเจอร์ หรือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จะเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า "ไพโรไลซิส (Pyrolysis)" ซึ่งก็คือการแตกตัวทางเคมีอันเนื่องมาจากความร้อนสูง กระบวนการนี้จะปล่อยไอระเหยที่มีคุณสมบัติติดไฟได้ออกมาสู่อากาศ แม้ว่าในระยะนี้เราอาจจะยังมองไม่เห็นเปลวไฟเลยก็ตาม แต่ไอระเหยและควันสีขาวที่เกิดขึ้นคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่รอเวลาปะทุ

 

 

จุดปะทุและการลุกลาม จากประกายไฟสู่กองเพลิง

เมื่อระบบไฟฟ้าเกิดความร้อนสะสมจนถึงขีดสุด จะทำให้เกิดการอาร์ก (Arc) หรือเกิดประกายไฟขึ้นบริเวณจุดต่อที่ร้อนจัด หรือชิ้นส่วนไฟฟ้าที่กำลังหลอมละลาย ประกายไฟจุดนี้เองที่ทำหน้าที่เป็น "แหล่งจุดระเบิด" ชั้นดี เมื่อประกายไฟสัมผัสเข้ากับไอระเหยจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์ที่ลอยสะสมอยู่ในห้อง ซึ่งผสมกับก๊าซออกซิเจนในสัดส่วนที่เหมาะสมพอดี จะส่งผลให้เกิดการลุกติดไฟขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง

หลังจากนั้น เมื่อกระบวนการเผาไหม้ทวีความรุนแรงมากขึ้น วัสดุต่างๆ ถูกเผาผลาญจนเกิดเป็นเขม่าคาร์บอนจำนวนมหาศาล ควันที่ลอยออกมาจะเริ่มเปลี่ยนสี จากควันสีขาวในตอนแรก จะกลายเป็นควันสีเทาและสีดำทึบ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไฟได้ลุกลามเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว

 

Source NYUFireResearch

ปรากฏการณ์ Flashover

เมื่อความร้อนภายในห้องสะสมตัวจนมีอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด เหตุการณ์จะเข้าสู่จุดวิกฤตที่เรียกว่าปรากฏการณ์ "Flashover" ซึ่งเป็นสภาวะที่ความร้อนทวีความรุนแรงจนวัสดุทุกชนิดภายในห้องที่สามารถติดไฟได้ เกิดการลุกไหม้ขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที ทำให้แรงดันมหาศาลผลักดันเปลวไฟให้พุ่งทะลักออกมาตามช่องประตูหรือหน้าต่างอย่างรุนแรง

(สำหรับท่านที่ต้องการรู้ปรากฏการณ์ Flashover คืออะไรอย่างระเอียด [สามารถคลิกอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่])

 

สรุปลำดับเหตุการณ์เพื่อเป็นบทเรียน

จากการวิเคราะห์ของอาจารย์อ๊อด สามารถสรุปไทม์ไลน์การเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้เป็น 5 ระยะสำคัญ

1. เกิดความผิดปกติทางไฟฟ้า นำไปสู่อาการไฟตก

2. จุดต่อหรือสายไฟเกิดความร้อนจัด

3. ฉนวนและพลาสติกหลอมละลายเกิดเป็นควันขาว (Pyrolysis)

4. เกิดการอาร์กหรือประกายไฟ ทำให้ไอระเหยติดไฟ

5. เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วจนเกิดปรากฏการณ์ Flashover ในที่สุด

 

สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ หากพบเห็นอาการไฟตกควบคู่กับการเกิดควันสีขาวหรือกลิ่นเหม็นไหม้ของพลาสติก ควรรีบตัดกระแสไฟฟ้าและอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ทันที ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่สามารถควบคุมได้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top