546.jpg
ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : งานประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : งานประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท หนังสั้น ประจำปี พ.ศ. 2559 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อุทยานการเรียนรู้ทีเค พาร์ค (ชั้น 8) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ปรากฏผลรางวัลต่างๆ ดังต่อไปนี้

รางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เกียรติบัตร และเงินรางวัล 50,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ จากผลงานเรื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างของลูก, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 30,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนเจริญศิลป์ศึกษา “โพธิ์คำอนุสรณ์” จากผลงานเรื่อง ทอง,รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ถ้วยรางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล 15,000 บาท ได้แก่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกรุณา จากผลงานเรื่อง บทเรียนที่ล้ำค่า


สำหรับรางวัลชมเชย เกียรติบัตร และเงินรางวัล 5,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนมารีวิทยาปราจีนบุรี ผลงานเรื่อง สองล้อสีส้ม, ทีมราหูฟิล์ม ผลงานเรื่อง เรื่องจริงผ่านวอลล์,ทีม The Productionman Studio ผลงานเรื่อง ตานารี

รางวัลพิเศษ ขวัญใจกรรมการ เกียรติบัตร และเงินรางวัล 2,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนพิชัย ผลงานเรื่อง พิมพ์,โรงเรียนพนมไพร
วิทยาคาร ผลงานเรื่อง ของเล่น,โรงเรียนเลยอนุกูลวิทยา ผลงานเรื่อง The Converse,โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ผลงานเรื่อง Judgement,โรงเรียนตากพิทยาคม ผลงานเรื่อง Final Exit,มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ผลงานเรื่อง My Opinion,โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ ผลงานเรื่อง กระต่ายกับเต่า,โรงเรียนปากคาดพิทยาคม ผลงานเรื่องSex…ก็ดีได้,โรงเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม ผลงานเรื่อง แชทพาภัย

คุณสุพิชฌาย์ ชัยธัมมะปกรณ์ หัวหน้าโครงการฝึกอบรมและประกวดหนังสั้น มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ในปีนี้จัดการอบรม 2 แบบ คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการ มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 135 คน ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เทคนิคการสร้างและเล่าเรื่อง การแสดง การถ่ายทำ การใช้มุมกล้องเพื่อสื่อความหมาย การตัดต่อ การเรียงลำดับภาพ ใส่เสียงพากษ์และเสียงประกอบ ครบทุกขั้นตอน จนกระทั่งได้หนังสั้น 1 เรื่องภายในเวลาอบรม 4 วัน ส่วนการอบรมภาคทฤษฎี มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 375 คน เป็นการบรรยายเพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการและขั้นตอนการผลิตหนังสั้น การชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นของตัวอย่างหนังสั้นแต่ละเรื่อง เพื่อผู้เข้าอบรมนำไปปรับใช้ในการผลิตหนังสั้นได้

สำหรับการประกวดหนังสั้น เป็นกิจกรรมต่อเนื่องหลังการฝึกอบรม ในปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 82 ผลงาน ใน 5 หัวข้อเรื่อง ได้แก่ การส่งเสริมการเรียนรู้เท่าทันสื่อ ส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี ต่อต้านการใช้ความรุนแรง ต่อต้านการละเมิดทางเพศ และสื่อสร้างสรรค์สังคม มีผลงานผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 15 ผลงาน สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล จะได้นำขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงพระราชทานแจกจ่ายให้แก่โรงเรียน แหล่งเรียนรู้ หรือทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัยต่อไป

ด.ช.ธนภัทร ศรีมาตร และ ด.ช.ภูมิรพี เรืองศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เจ้าของผลงานเรื่อง  “ทุกสิ่งทุกอย่างของลูก” ที่คว้า “รางวัลชนะเลิศ” กล่าวว่านี่เป็นรางวัลแรกในชีวิตที่ได้รับ รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากที่ผลงานของโรงเรียนตนได้รับรางวัลที่ 1 และหนังสั้นที่ทำนี้จะได้นำไปเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์แก่คนทั่วไป

นางสาวจุฑามาศ บรรจบ คุณครูโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญกล่าวว่า แรงบันดาลใจของนักเรียนที่ผลิตผลงานชิ้นนี้ เกิดจากการเล็งเห็นว่าปัจจุบันยังคงมีภาพความรุนแรงออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวที่เป็นสถาบันแรกที่ใกล้ชิด
กับเยาวชน ทำให้ทางโรงเรียนคิดว่าอยากสร้างสื่อที่ทำให้เด็กเห็นว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่ดี ปลูกฝังไม่ให้ใช้ความรุนแรง รวมถึงผู้ปกครองที่ได้มาดู จะได้ฉุกคิดถึงความสำคัญในความรักความเข้าใจของคนในครอบครัวมากขึ้น

นายสุริยะ อุส่าห์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียน เจริญศิลป์ศึกษาโพธิ์คำอนุสรณ์ ที่นำผลงานเรื่อง “ทองดี” คว้ารางวัล “รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง” เปิดเผยว่า ต้องการนำเสนอประเด็นของความเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมโลกอย่างสัตว์ต่างๆ โดยในเรื่องคือสุนัขเพราะเข้าถึงคนได้ง่าย โดยเป็นเรื่องราวของเด็กผู้ชายหนึ่งคนที่ได้ช่วยเหลือสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง แต่คนรอบข้างไม่สนับสนุนไม่เห็นด้วย แต่เขาไม่หยุดที่จะช่วยเหลือสุนัขตัวนั้น และใช้เทคโนโลยี โซเชียลเน็ตเวิร์กให้เป็นประโยชน์ในการระดมทุน อย่างที่ได้เห็นตามโซเชียลมีเดีย โดยแนวคิดของผมยึดหลักตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแก่นของเรื่อง นั่นคือในเรื่องของการทำความดี ตามที่ว่า “การทำความดีนั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวเอง ผู้อื่นไม่สำคัญ และไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเป็นห่วงหรือต้องรอคอยเขาด้วย เมื่อใดลงมือลงแรงกระทำแล้ว ถึงแม้จะมีใครร่วมมือด้วยหรือไม่ก็ตาม ผลดีจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน...” ซึ่งหนังสั้นนี้ผมอยากสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีแล้ว จงทำให้ถึงที่สุด ถ้ามันไม่เดือดร้อนเรา ก็ไม่จำเป็นต้องรอคนอื่น”

ขณะที่นายต้น (นามสมมุติ) จากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกรุณา ซึ่งคว้า “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2” จากผลงานเรื่อง “บทเรียนที่ล้ำค่า” กล่าวว่าแนวคิดของหนังสั้นเรื่องนี้เกิดจากการที่ต้องการจะเปิดเผยประสบการณ์ความผิดพลาดและบทเรียนราคาแพงจากการยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีของเพื่อนๆ ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกรุณาที่ได้กระทำความผิด รวมถึงสะท้อนมุมมองของเด็กที่ทำผิดให้สังคมได้รับรู้ว่าบางครั้งการกระทำความผิดก็เกิดจากความจำเป็น แต่อย่างไรก็ตามการไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งไม่ดีถือว่าดีที่สุด ซึ่งครั้งนี้ทางศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกรุณา ได้เข้าร่วมโครงการนี้เป็นปีที่สองครับ ปีที่แล้วก็ได้รางวัลรองชนะเลิศเหมือนกัน ถือว่าเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนได้ถ่ายทอดมุมมองที่คิดครับ ต้องขอบคุณคุณครูที่คอยผลักดันและสนับสนุนจนสามารถผลิตผลงานออกมาและทำให้รู้สึกภูมิใจในตนเองครับ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top