‘สาวนกต่อ’มอบตัว
ปัดร่วมฆ่าโหด‘ยธ.’พังงา
อ้างถูกบังคับลวงคู่กิ๊กมาทุบ
ตร.ลากคอได้อีก1แก๊งทมิฬ
‘ไอ้หมู’ขาใหญ่ยังหลบหนี
ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญคนร้ายอุ้มฆ่ายัดถังโบกปูนนายฉวี อินทระ ยุติธรรมจังหวัดพังงา นำศพไปทิ้งที่คลองบางจาก หมู่ 13 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดยศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุทั้ง 5 คนแล้ว มีนายอดิศักดิ์ หรือหมู ทองสมจา อายุ40 ปี เอเยนต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยมีน.ส.ณัฐนันท์ หรือ เรย์ อินทร์ดำ อายุ24 ปี แฟนสาวของนายอดิศักดิ์เป็นนางนกต่อลวงนายฉวีคู่กิ๊กมาฆ่าโหดนั้น
เมื่อเวลา 01.00น.วันที่ 1 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด (บก.ภ.จ.)นครศรีธรรมราช ทางญาติได้นำตัว น.ส.ณัฐนันท์ เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัด(ผบก.ภ.จว.)นครศรีธรรมราช โดยน.ส.ณัฐนันท์ ให้การยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการรุมฆ่าโหดนายฉวีจนตาย เบื้องต้นตำรวจได้กันตัวน.ส.ณัฐนันท์ไว้เป็นพยาน พร้อมเร่งติดตามจับกุมนายอดิศักดิ์ที่ยังหลบหนี
ทั้งนี้น.ส.ณัฐนันท์ ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์กับนายฉวี ทางเฟสบุ๊คมานานแล้วจนถูกนายอดิศักดิ์ แฟนฟนุ่มจับได้จึงถูกขู่บังคับให้ลวงนายฉวีมาพบที่บ้านพักเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ ตนพยายามปฏิเสธ แค่ก็ถูกนายอดิศักดิ์ บังคับพร้อมขู่ว่า ถ้าไม่ทำตาม จะฆ่าน้องชายตน
ทำให้กลัวจึงยอมจำใจไปลวงนายฉวี นัดมาพบที่ศาลาน้ำริมแม่น้ำปากพนัง ตรงข้ามสภ.เชียรใหญ่ แล้วขึ้นรถยนต์กระบะนายฉวี พาไปที่บ้านพักที่เกิดเหตุ
น.ส.ณัฐนันท์ กล่าวว่า เมื่อไปถึงบ้านพบนายอดิศักดิ์ แต่ตนได้หลบหนีออกมาก่อนจากนั้น นายอดิศักดิ์ กับพวกรวม 5 คนรุมจับนายฉวีใส่กุญแจมือมัดมือมัดเท้าแล้วรุมซ้อมจนตาย แล้วพาศพยัดถังน้ำมันโบกปูนไปทิ้งคลองบางจากดังกล่าว ทั้งนี้หลังเกืดเหตุตนกลัวมากได้หลบหนีขึ้นกทม.ไปพักอยู่กับแม่ ไม่ได้หลบหนีไปพร้อมนายอดิศักดิ์ ส่วนนายอดิศักดิ์หนีไปพร้อมกับรถยนต์กระบะของนายฉวีคนเดียวไม่รู้ว่าหลบหนีไปไหน
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ได้ติดตามจับกุมนายสุวัฒน์ หรือ ปาม มาละวะ อายุ 20 ปี 1ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้ที่บ้านพักเลขที่ 132 หมู่ 4 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช พร้อมคุมตัวมาสอบสวนปากคำที่ บก.ภ.นครศรีธรรมราช โดยนายสุวัฒน์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ร่วมกับรุมฆ่านายฉวี เพราะถูกนายอดิศักดิ์หัวหน้าแก๊งใช้ปืนจ่อหัวขู่บังคับให้ใช้ท่อนไม้รุมทุบตีนายฉวี จนตายก่อนแยกย้ายกันหลบไปและถูกตามจับกุมดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมแก๊งโหดได้แล้ว 4 ราย ประกอบด้วย นายสิทธิพงษ์ หรือตี๋ อายุ 22 ปี นายวีระเดช หรือสาม แปะดำ อายุ 22 ปี นายชัยชนะ หรือ ดุก เกิดมุสิก อายุ 22ปี และรายล่าสุดคือ นายสุวัฒน์ หรือปาม มารวัฒน์ อายุ 22 ปี เหลือเพียงนายอดิศักดิ์ ทองสมจา อายุ 40 ปี หัวหน้าแก๊งฆ่าโหด ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี ขณะที่น.ส.น.ส.ณัฐนันท์ เข้ามอบตัวแล้ว
ทางด้านสิทธิพงศ์ หรือตี๋ บุบผาคร ซึ่งเป็น 1ใน 5 ทีมฆาตกรโหด ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียดโดยอ้างว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าโหดนายฉวี แต่ถูกนายอดิศักดิ์ใช้ปืนบังคับให้ร่วมทำร้ายนายฉวี ตนจึงเตะไป 2 ครั้งขณะที่นายฉวีถูกรุมตีจนสลบ พร้อมซัดทอดว่านายอดิศักดิ์คือคนสั่งการทั้งหมด และเป็นคนใช้ไม้ตีหัวนายฉวีจนตายคามือ
เวลา17.00น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เดินทางมายังที่จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามคดี และมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง4รายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งไปเก็บหลักฐานที่บ้านของน.ส.ณัฐนันท์ ที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.ท่าขนาน อ.เชียรใหญ่ รวมทั้งบ้านหลังในต.บางจาก อ.เมือง สถานที่นำศพยัดถังโปกปูนเพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบ้านของ นายอดิศักดิ์เป็นแหล่งค้ายาเสพติดและมั่วสุมยาเสพยาเสพติดของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ และใน ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชไปซื้อยาเสพติด และมั่วสุมเสพยาเสพติดอย่างกว้างขวาง โดยที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ไม่กล้าเข้ายุ่งเกี่ยว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี